"ถ้าคุณยังยืนกรานจะเซ็นเอกสารกองนั้นด้วยสภาพเหมือนคนใกล้ตายแบบนี้ ผมจะลาออกไปสมัครเป็นสโตร์เกอร์ที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยยังจะมีประโยชน์กว่าครับ ท่านประธาน"
เสียงทุ้มหวานที่เจือกระแสความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิดดังขึ้น ท่าقمกลางความเงียบงันของห้องทำงานเพนต์เฮาส์ส่วนตัวในยามตีสอง คีย์ ธันวา ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากกองกระแสเงินสดและงบดุลไตรมาสล่าสุดที่กระจัดกระจายอยู่เต็มโต๊ะทำงาน เปลือกตาคมกริบปิดลงชั่วครู่เพื่อขับไล่อาการปวดขมับที่เล่นงานมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ
"ถ้าคุณอยากไปยืนจัดของในร้านสะดวกซื้อนัก ก็เชิญ... แต่ก่อนไป ช่วยเซ็นอนุมัติงบการตลาดโปรเจกต์โอเรียนท์ให้ผมก่อน"
เสียงแหบพร่าและติดจะแห้งผากของคนเป็นเจ้านายตอบกลับมา มันไม่ใช่เสียงดุดันทรงอำนาจแบบที่เคยใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจในห้องประชุม แต่มันคือเสียงของคนที่พลังงานใกล้จะหมดลงเต็มที คีย์พยายามจะหยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดขึ้นมาเซ็นชื่อลงบนกระแผ่นกระดาษ แต่ปลายนิ้วกลับสั่นเทาจนทำหลุดร่วงลงบนพรมราคาแพง
ลินินยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งโกรธ และลึกๆ แล้ว... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีความกังวลซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบตึงนั้น
ตลอดสามปีที่ทำงานร่วมกันในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ลินินเคยเห็นคีย์ ธันวา ในสารพัดรูปแบบ ทั้งโหมดเจ้านายจอมเผด็จการ โหมดปากจัดจนน่าเอาแฟ้มฟาดหน้า หรือแม้แต่โหมดหมาบ้าที่ตามจิกกัดเขาทุกฝีก้าว แต่นี่เป็นครั้งแรก... ครั้งแรกจริงๆ ที่เขาได้เห็น 'คีย์ ธันวา' ในเวอร์ชันที่พังทลายลงจนแทบไม่เหลือเค้าโครงความเนี๊ยบ
เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งถูกปลดกระดุมออกสามเม็ด เนกไทไหมพรมถูกกระชากหลุดลุ่ยพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้มีรอยคล้ำชัดเจนเนื่องจากไม่ได้นอนติดต่อกันมาเกือบสี่สิบแปดชั่วโมง
"คุณธันวา เลิกบ้างานสักวันโลกมันไม่แตกหัดครึ่งซีกหรอกครับ" ลินินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ตัดสินใจยื่นมือไปฉวยแฟ้มเอกสารออกจากมือหนานั้นอย่างถือวิสาสะ
"ลินิน! เอาคืนมา นั่นมันกำหนดส่งบอร์ดบริหารตอนเก้าโมงเช้าวันพรุ่งนี้!" คีย์ผุดลุกขึ้นยืนพรวดพราด แรงปะทะจากการลุกกะทันหันทำให้ร่างสูงโปร่งเซเล็กน้อย ดวงตาพร่ามัวจนต้องยกมือขึ้นนวดขมับ
"ต่อให้คุณตายคาโต๊ะตอนนี้ บอร์ดเขาก็แค่หาเลขาฯ คนใหม่มาแทนที่ผม ส่วนคุณก็กลายเป็นผีเฝ้าตึก... คุ้มตรงไหนครับ?" ลินินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะแข็งกร้าว แต่ทว่าแววตาที่มองอีกฝ่ายกลับไหววูบอย่างปิดไม่มิด
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากแห้งผาก "คุณนี่มัน... ใจร้ายเป็นบ้าเลยนะ ลินิน"
"ผมแค่พูดความจริง"
"ความจริงคือผมไม่อยากให้คุณไปไหน..."
ประโยคที่หลุดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและแหบพร่า ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ลินินชะงักค้าง ปลายนิ้วที่ถือแฟ้มเอกสารกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาคู่คมที่จ้องตรงมาอย่างเว้าวอน เป็นแววตาที่คีย์ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น... แววตาของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเหนื่อยล้าจนแทบทานทนไม่ไหว
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางที่น่าใจหาย
คีย์ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นพรมหน้าโต๊ะทำงานอย่างไร้มาดนักรบ ปลายนิ้วเรียวยาวซบลงกับใบหน้า หลับตาปี๋ราวกับเด็กดื้อที่กำลังพยายามอดกลั้นบางอย่าง ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพรูออกมาทางริมฝีปาก
ลินินยืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก ความโกรธเคืองที่สะสมมาตลอดทั้งวันละลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหน่วงหนับที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ
ให้ตายเถอะ... นี่เขากำลังแพ้ทางผู้ชายคนนี้อีกแล้วใช่ไหม?
เลขาฯ หนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ยอมวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าเจ้านายหนุ่มที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่บนพื้นพรม
"คุณธันวา..." ลินินเรียกเสียงอ่อนลงโดยอัตโนมัติ "เงยหน้าขึ้นมาหน่อยครับ"
คีย์ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ภาพของลินินที่นั่งยองๆ อยู่ตรงหน้า ในระยะที่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ทำให้เขาเห็นความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นอย่างไม่ต้องพยายามซ่อนเร้น
"ผมเหนื่อย... ลินิน" เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนเกือบกลายเป็นเสียงกระซิบ "ผมพยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ เพื่อให้คุณ... เพื่อให้ทุกคนยอมรับ แต่บางครั้ง... ผมก็แค่อยากพัก"
มันเป็นคำสารภาพที่ไร้เกราะป้องกัน เป็นมุมอ่อนแอที่คีย์ไม่เคยให้ใครเข้าถึง แม้กระทั่งครอบครัวของตัวเอง แต่ในวินาทีนี้ เขากลับเลือกที่จะแสดงมันต่อหน้าเลขาฯ ปากจัดคนนี้
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาพังทลายลง มือเรียวเอื้อมออกไปอย่างลังเล ก่อนจะวางทาบลงบนหลังมือหนาที่กำลังสั่นระริกของอีกฝ่าย สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของคีย์ส่งผ่านมาถึงหัวใจ ทำให้ลินินรับรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้านี้เปราะบางแค่ไหน
"ถ้าเหนื่อยนัก ก็หยุดพักเถอะครับ..." ลินินกระซิบแผ่วเบา ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงเบาๆ ที่หลังมือของเจ้านาย "ผมอยู่ตรงนี้... ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ"
คีย์มองรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจบนใบหน้าหวานนั้น หัวใจที่ด้านชามานานกลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง เขาเคลื่อนมือพลิกกลับมาจับมือของลินินเอาไว้แน่น ดึงรั้งร่างบางให้ขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะเกยเกย
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้โดยไม่มีทีท่าลังเล ลมหายใจอุ่นร้อนปะทุเข้าหากันในพื้นที่แคบๆ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น คีย์มองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหวระริก ลินินเองก็ไม่ได้ถอยหนี มีเพียงเปลือกตาที่ค่อยๆ ปิดลงช้าๆ เพื่อรอรับสัมผัสที่กำลังจะมาถึง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งราวกับมีคนจงใจกลั่นแกล้ง พร้อมกับเสียงบิดกลอนลูกบิดที่ดังขึ้นตามมาติดๆ
"ท่านประธานคะ ดิฉันเอาแฟ้มด่วนจากสาขาใหญ่ม... อุ๊ย!"
เสียงของหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือท่านประธานหนุ่มคนเก่งที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นพรม โดยมีเลขาฯ หน้าหวานนั่งคุกเข่าประชิดตัวในท่าทางที่ล่อแหลมและหมิ่นเหม่เกินกว่าจะตีความไปเป็นอย่างอื่น!
คีย์ตวัดสายตาคมกริบกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ขณะที่ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผุดลุกขึ้นยืนถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับมุมโต๊ะทำงาน
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนอึดอัดแต่ลุ้นระทึกไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น•ตอนที่ 13
เมื่อเจ้านายงอแง
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!