“นายหยุดประชดประชันฉันสักทีได้ไหมคีย์! ถ้าสิ่งที่นายพูดมันคือความจริง... แล้วทำไมบอร์ดบริหารถึงต้องส่งเอกสารชุดนี้มาให้ฉันด้วยตัวเองล่ะ?”
เสียงของธันวา เพื่อนสนิทและมือขวาคนสำคัญดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันภายในห้องทำงานกว้างขวางของ CEO หนุ่ม คีย์ ธันวานิ่งค้างอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่อง แววตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาดุจน้ำแข็งบัดนี้สั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
คีย์คว้าเอกสารปึกนั้นมาจากมือเพื่อน ก่อนจะกวาดสายตาอ่านเนื้อหาด้านใน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนน่าอึดอัด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขากลายเป็นสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในบรรยากาศที่เริ่มจะขาดออกซิเจน
"ลินิน... กำลังยื่นใบลาออกงั้นเหรอ?" เสียงของคีย์แหบพร่าผิดปกติ เขาทวนคำถามกับตัวเองมากกว่าจะถามธันวา
"ไม่ใช่แค่ลาออกว่ะ แต่นี่คือสัญญาโอนย้ายไปร่วมงานกับคู่แข่งตลอดกาลของเราในสัปดาห์หน้า ถ้าไม่ได้เอกสารชุดนี้มาในมือฉันป่านนี้คดีพลิกไปแล้ว" ธันวากระแทกตัวลงบนโซฟาหนัง พ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย "นายทำอะไรลงไปคีย์? นายทำอีท่าไหนให้เลขาฯ ที่จงรักภักดีที่สุดกลายเป็นคนเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามองแบบนี้?"
คีย์ไม่ได้ตอบ สายตาเขายังคงจับจ้องไปที่ลายเซ็นคุ้นตาของลินินในหน้าสุดท้าย มันเป็นลายเซ็นที่เขาเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในรายงานสรุปยอดบัญชี... แต่ครั้งนี้มันกลับเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนอกซ้ายของเขาโดยตรง
"ออกไปก่อน" คีย์สั่งสั้นๆ
"คีย์! นี่ไม่ใช่เวลามานั่งซึมนะเว้ย ลินินไม่ใช่ผู้หญิงที่จะล้อเล่นกับเรื่องงาน ถ้าเขาตัดสินใจไป นั่นหมายความว่าเขาตัดนายออกจากชีวิตแล้วจริงๆ"
"ฉันบอกให้ออกไปไง!" คีย์ตวาดเสียงกร้าว แรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านทำให้เขาขว้างแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น ธันวาส่ายหัวระอาแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้คีย์เผชิญหน้ากับความว่างเปล่าที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเองกับมือ
ความว่างเปล่านั้น... มันเริ่มกัดกินเขาตั้งแต่ที่โต๊ะทำงานหน้าห้องของลินินไม่มีคนนั่งมาสามวันแล้ว ไม่มีเสียงเตือนตารางงานที่ดุดัน ไม่มีรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความกวนประสาท ไม่มีแม้แต่กลิ่นจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ลินินชอบใช้ ซึ่งคีย์เพิ่งรู้ตัวเอาป่านนี้ว่าเขากำลังโหยหามันอย่างบ้าคลั่ง
เขาคือ 'คีย์ ธันวา' CEO ที่ใครๆ ต่างก็นิยามว่าไร้หัวใจ แต่ในวินาทีที่เขารู้ว่าลินินกำลังจะหายไปจากจักรวาลนี้ของเขาจริงๆ ความเย่อหยิ่งทระนงตนทั้งหมดก็พังทลายลงเหมือนปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัด
"โง่... ฉันมันโง่จริงๆ"
คีย์พึมพำกับตัวเองขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแชทที่เคยคุยกันทิ้งไว้ล่าสุด ข้อความสุดท้ายที่เขาส่งไปคือคำสั่งงานที่เย็นชาและไร้ความรู้สึก ส่วนคำตอบของลินินมีเพียงสติกเกอร์รูปหมูตัวน้อยที่กำลังก้มหัว... สติกเกอร์ที่เขาเคยแอบขำแต่ไม่เคยยอมบอกให้เจ้าตัวรู้
เขาตัดสินใจคว้ากุญแจรถแล้วก้าวออกจากห้องทำงานด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ เขาไม่ได้ไปที่รถ แต่เขากำลังมุ่งหน้าไปที่คอนโดของลินิน... ความรู้สึกที่เหมือนหัวใจถูกกระชากออกจากอกทำให้เขาลืมไปหมดสิ้นซึ่งมาดผู้นำที่ต้องรักษา
***
คอนโดของลินินตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง แม้จะเป็นเวลาค่ำมืดแต่ไฟในห้องยังคงสว่างอยู่ คีย์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ใจเต้นรัวเหมือนกลองชุด เขาลังเลที่จะกดกริ่ง หลายครั้งที่มือยื่นออกไปแต่ก็ชักกลับ
ถ้าเขาเจอหน้าลินินตอนนี้... เขาจะพูดอะไร? เขาจะขอโทษอย่างไรในฐานะคนที่ปากแข็งที่สุดในโลก?
ในขณะที่เขากำลังตัดสินใจจะหันหลังกลับ ประตูไม้บานนั้นกลับเปิดออกพอดี ลินินในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบายๆ ดูนุ่มนิ่มจนคีย์แทบกลั้นหายใจ ลินินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าของเลขาฯ หนุ่มเปลี่ยนจากความแปลกใจเป็นความนิ่งเฉยในพริบตา
"คุณคีย์... มาทำอะไรที่นี่ครับ? ถ้าเรื่องงาน พรุ่งนี้ค่อยคุยก็ได้ ผมลาออกอย่างเป็นทางการแล้ว" ลินินพูดเสียงเรียบเตรียมจะปิดประตูใส่
"อย่าเพิ่งปิด!" คีย์แทรกมือเข้าไปขวางประตูไว้ แรงกระชากนั้นทำให้เขาสูดปากด้วยความเจ็บ แต่เขาก็ไม่ปล่อย "ลินิน... ผมไม่ได้มาเรื่องงาน"
"งั้นก็ไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยแล้วครับ"
"มี! มีสิ!" คีย์ตะโกนออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะลดระดับเสียงลงเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของคนตรงหน้า "ผม... ผมอยู่ไม่ได้"
ลินินนิ่งไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "หมายความว่ายังไงครับ?"
"ที่ไม่มีคุณ... ที่ไม่มีใครคอยแย้งผม ที่ไม่มีใครคอยมองผมด้วยสายตาแบบนั้น ผมทำงานไม่ได้ ผมกินข้าวไม่ลง ผมนอนไม่หลับ" คีย์ก้าวเข้าไปหาลินินหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ผมรู้ว่าผมมันงี่เง่า ปากเสีย เอาแต่ใจ แต่อย่าไปได้ไหม... ลินิน"
ลินินมองคีย์ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก หัวใจที่เคยตั้งกำแพงไว้สูงลิ่วเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นสภาพของเจ้านายที่เนี้ยบกริบเสมอมา บัดนี้เนกไทหลุดลุ่ยและผมที่ยุ่งเหยิงจากการเสยอย่างเครียดขัด
"คุณคีย์กำลังจะบอกว่า... คุณขาดผมไม่ได้?" ลินินถามเสียงแผ่ว
"ใช่ ผมขาดคุณไม่ได้" คีย์ตอบหนักแน่น สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้นอย่างเว้าวอน "ต่อให้ต้องแลกด้วยตำแหน่ง หรืออะไรก็ตามที่ผมมี ผมยอม... แค่คุณกลับไปอยู่ข้างๆ ผม"
ลินินก้มหน้าลงซ่อนความหวั่นไหว ในขณะที่คีย์กำลังจะเอื้อมมือไปคว้ามืออีกฝ่าย ทันใดนั้น... เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของลินินก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
ลินินหยิบมันขึ้นมาดู แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นความซีดเผือด เขารีบเงยหน้ามองคีย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ
"คุณคีย์... ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ครับ!"
"ทำไม? เกิดอะไรขึ้น?"
"เขามาแล้ว... คนที่ผมยื่นเรื่องลาออกไปร่วมงานด้วย เขาไม่ได้มาแค่คุยเรื่องงาน แต่เขามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เขาสัญญาไว้ว่า 'ถ้าคุณลินินไม่ยอมมา ก็ต้องใช้มาตรการบังคับ'"
ก่อนที่คีย์จะได้ถามต่อ ประตูลิฟต์ที่อยู่สุดทางเดินของชั้นนั้นก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มชายชุดดำสามคนที่เดินตรงมายังห้องของลินินด้วยท่าทีคุกคาม!
คีย์ขยับไปยืนบังลินินไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ หัวใจเขาเต้นรัวด้วยสัญชาตญาณของนักล่าที่พร้อมปกป้องคนของตน... แต่เขาก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องงานเสียแล้ว
เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ... โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
โครโนสทริกเกอร์หวังว่ารี้ดจะยังไม่ทิ้งกันไปไหนนะครับ!
เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น•ตอนที่ 19
คนโบ้สำนึกผิด
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!