กองเอกสารบนโต๊ะทำงานของลินินในเช้าวันนี้ไม่ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นจนน่าสะอิดสะเอียนคือ "กลิ่นอายความเกลียดชัง" ที่ลอยวนอยู่รอบตัวราวกับควันพิษจากท่อไอเสีย
"นี่ค่ะคุณลินิน รายงานสรุปงบประมาณไตรมาสล่าสุดที่ท่านประธานสั่งแก้... อ้อ เผอิญฉันมือไม้อ่อนไปหน่อย กาแฟเลยหกใส่หน้าปกซะเลอะเทอะเลย หวังว่าจะไม่ถือสาคนซุ่มซ่ามอย่างนี้นะคะ"
เสียงแหลมสูงของ 'พิม' พนักงานอาวุโสแผนกการตลาดดังขึ้น พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกวางกระแทก7ลงบนโต๊ะทำงานจนแฟ้มข้างๆ สะเทือน รอยกาแฟสีเข้มเปรอะเปื้อนมุมซองอย่างจงใจ สื่อความหมายชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ความซุ่มซ่าม แต่เป็นการประกาศสงครามประสาทแบบไม่ไว้หน้า
ลินินเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเยียบเย็นอย่างที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึง เขายกมือขึ้นกอดอก ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าฟัง
"มือไม้อ่อนขนาดนี้ แนะนำให้ไปหาหมอตรวจระบบประสาทนะคะคุณพิม หรือถ้ากลัวเปลืองค่ารักษา บอกท่านประธานให้หักจากโบนัสฉันไปช่วยสมทบก็ได้... แต่อย่าลืมล่ะครับว่าเอกสารนี่สำคัญถึงขนาดต้องใช้เข้าที่ประชุมบอร์ดบริหารบ่ายนี้ ถ้ามันอ่านไม่รู้เรื่องเพราะคราบกาแฟของคุณ คนที่จะไม่ได้นั่งเก้าอี้ตัวเดิมต่อ คงไม่ใช่ฉันหรอกมั้งครับ"
พิมหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกตอกกลับอย่างเจ็บแสบ "เธอ! คิดว่าเกาะท่านประธานแล้วจะกร่างยังไงก็ได้เหรอ, ลินิน! ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งตึกนั่นแหละว่าเธอไต่เต้าขึ้นมาด้วยวิธีไหน!"
เสียงซุบซิบจากโต๊ะรอบข้างเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่จุดเกิดเหตุ บ้างก็สมน้ำหน้า บ้างก็รอดูความฉิบหายของเลขาฯ คนโปรด แต่ไม่มีใครกล้าเอปากพูดอะไรออกมาสักคน ในบริษัทแห่งนี้ อำนาจเงินและบารมีของคีย์ ธันวา คือกฎหมายสูงสุด และการเป็นเป้าสายตาของคนใกล้ตัวเขา ก็มักจะเป็นเหยื่ออันโอชะของพวกอิจฉาริษยาเสมอ
ลินินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบยิ่งกว่า แต่ทว่า—
อุณหภูมิรอบตัวราวกับดิ่งลงติดลบในพริบตาเดียว เสียงฝีปากรอบข้างที่เคยเซ็งแซ่กลับเงียบกริบลงราวกับถูกกดปุ่ม Mute บรรยากาศกดดันที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง ทำให้พิมถึงกับตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
รองเท้าหนังขัดเงาราคาแพงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะของลินิน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บเนียบกริบปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของพิมซึ่งตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกใน
"เมื่อกี้... ใครพูดอะไรนะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ เย็นเยือก และเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้คนที่ได้ยินแทบหยุดหายใจ คีย์ ธันวา ไม่ได้ตะโกน แต่ความเงียบที่เขาพกพามาด้วยนั้นน่ากลัวกว่าพายุเฮอร์ริเคนเสียอีก
พิมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากสั่นระริก "ทะ... ท่านประธาน ดิฉัน... ดิฉันแค่..."
"ผมไม่ได้หูหนวก" คีย์ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของลินินมากขึ้น จนไหล่กว้างบังร่างของเลขาฯ หนุ่มไว้มิดชิด ปกป้องโดยสัญชาตญาณ "และผมก็เกลียดที่สุด... พวกที่เอาเวลาทำงานไปใช้รังแกคนอื่นโดยไม่ดูสารรูปตัวเอง"
ลินินเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมให้ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ คำว่า 'หวงจนแทบจะคลั่งตาย' จากเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท และภาพที่ CEO หนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้กำลังยืนประกาศิตปกป้องเขาต่อหน้าคนทั้งชั้น ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า ผู้ชายคนนี้เอาจริง
"คุณพิม" คีย์เอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด "ห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้า เอกสารทั้งหมดที่คุณเพิ่งทำเลอะเมื่อกี้ เอาไปคัดลอกใหม่ด้วยลายมือตัวเองให้เสร็จภายในเที่ยงนี้... ถ้าขาดตกบกพร่องแม้แต่ตัวอักษรเดียว พรุ่งนี้คุณไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก"
พิมหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ เธอก้มหน้างุด รีบคว้าแฟ้มเอกสารเปื้อนกาแฟแล้วสาวเท้าเดินหนีหายเข้าไปในลิฟต์แทบไม่ทัน ท่ามกลางสายตาของพนักงานคนอื่นๆ ที่รีบก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองทันทีด้วยความกลัว
เมื่อสถานการณ์กลับสู่ความสงบ คีย์ถึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา เขากลับตัวหันมามองหน้าลินิน ดวงตาคู่คมสำรวจสำรวจร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าหวานอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุๆ ที่เจือความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน
"ทำไมถึงไม่สู้ให้มากกว่านี้ หืม? ปกติฝีปากจัดไม่ใช่เหรอ หรือหมดฤทธิ์ตอนผมไม่อยู่"
ลินินค้อนขวิดใส่เบาๆ แต่ไม่วายส่งยิ้มกวนประสาทกลับไป "ใครว่าผมหมดฤทธิ์ล่ะครับท่านประธาน... ผมกำลังจะสั่งสอนยัยนั่นให้สำนึกอยู่แล้วเชียว แต่คุณดันเข้ามาตัดหน้าซะก่อน เสียดายจังหวะสวยๆ หมด"
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลินินต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความอบอุ่นเฉพาะตัวแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด
"อยากได้จังหวะสวยๆ งั้นเหรอ..." คีย์กระซิบเสียงต่ำทุ้มชวนสั่นสะท้านริมหู "งั้นคืนนี้... ไปเคลียร์ 'หนี้คำพูด' ที่ค้างคาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนที่คอนโดผม... แบบตัวต่อตัว รับรองว่าคุณจะได้ใช้ฝีปากจนเหนื่อยแน่ครับ ลินิน"
หัวใจของลินินกระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ กับคำพูดกำกวมที่แฝงความนัยอันตราย
แต่ก่อนที่ลินินจะได้ทันอ้าปากตอกกลับอะไร เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัว
*กริ๊งงงงง!*
ลินินเหลือบมองหน้าจอแสดงสายเรียกเข้า ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคีย์ที่ตอนนี้ใบหน้าคมคายกลับมาตึงเครียดขึ้นในทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขา
"ใครโทรมา" คีย์ถามเสียงห้วน นัยน์ตาดำขลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น ชั่งใจอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะกดรับสายและกรอกเสียงลงไป โดยที่สายตายังคงประสานกับซีอีโอหนุ่มผู้หึงหวงอย่างไม่ลดละ
"สวัสดีครับ... พี่กรณ์?"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิรอบตัวคีย์ก็ลดฮวบลงจนติดลบอีกครั้งในพริบตาเดียว มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ขณะที่ลินินกลับยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย เมื่อปลายสายเอ่ยประโยคที่ทำให้เกมนี้สนุกขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง
"ลินิน... เย็นนี้ว่างไหม พี่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ อยากชวนเราไปทานข้าว..."
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "โครโนสทริกเกอร์" เสมอมานะครับ
เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น•ตอนที่ 9
คนขี้อิจฉาในบริษัท
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!