เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น•ตอนที่ 7

รอยที่คอและข้อแก้ตัว

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือปניםกลิ่นกุหลาบป่าของรสา ลอยวนอยู่ในพื้นที่จำกัดของห้องโดยสารสี่เหลี่ยมอย่างอึดอัด ประโยคทักทายที่คมกริบราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้งถูกปล่อยทิ้งไว้กลางอากาศโดยไม่มีใครรีบร้อนคว้ามันมาต่อความ รสาไม่ได้ขยับตัวหนี เธอเพียงแต่ปรายตามองสภาพกระเซอะกระเซิงเล็กน้อยของเลขาฯ หน้าห้องที่ยืนอยู่เคียงข้างท่านประธานหนุ่ม ก่อนที่มุมปากเคลือบลิปสติกสีแดงระเรื่อจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มสมเพชเวทนาแกมเยาะหยัน "คุณรสาคงเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ" คีย์ ธันวา ขยับตัวบังร่างโปร่งของลินินไว้ครึ่งก้าว สัญชาตญาณความเป็นนักล่าและผู้นำทำให้เขาปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และไร้ร่องรอยพิรุธได้อย่างรวดเร็วราวกับพลิฝ่ามือ แววตาคมกริบกวาดมองผู้จัดการฝ่ายการตลาดสาวด้วยความเรียบเฉยไร้เยื่อใย "หน้าที่ของเลขาฯ ผมมีไว้เพื่อจัดการงานในบริษัท ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว... และถ้าคุณว่างมากพอจะมาสังเกตการณ์เรื่องของคนอื่น ผมว่าเอาเวลาไปเช็คยอดขายไตรมาสนี้จะดีกว่านะครับ" รสาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ เธอกวาดสายตาคมปลาบมองสำรวจคีย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่... คอเสื้อเชิ้ตสีขาวของชายหนุ่มที่ถูกปลดกระดุมออกสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียน แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ที่รอยแดงช้ำจางๆ บริเวณไหปลาร้าลามขึ้นมาเกือบถึงกกหู ซึ่งต่อให้เป็นคนตาบอดก็ดูออกว่ามันคือร่องรอยจากแรงอารมณ์ของใครบางคน และ "ใครบางคน" คนนั้น ก็กำลังยืนก้มหน้าเม้มริมฝีปากแน่นอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของท่านประธานนั่นเอง "นั่นสินะคะ... ท่านประธานอาจจะไม่ได้สั่งให้ทำเรื่องพวกนั้น แต่มันอาจจะเป็น 'ความสมัครใจ' ของอีกฝ่ายมากกว่า" รสาจงใจลากเสียงยาวอย่างมีความหมาย เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบจ้องตรงไปยังลินินที่เงียบมานาน "จริงไหมคะคุณลินิน? หน้าตาตื่นๆ แบบนี้ หรือว่าฉันจะพูดถูกใจจนหาคำแก้ตัวไม่ได้กันแน่" ในอกของลินินเวลานี้ ร้อนระอุราวกับมีกองเพลิงขนาดย่อมถูกสุมไว้ ความโกรธที่อัดอั้นมาจากเหตุการณ์บนโต๊ะทำงานเมื่อครู่ถูกกระพือให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามของรสา แต่สิ่งที่ทำให้เขาแทบจะระเบิดออกมาจริงๆ ไม่ใช่คำพูดของรสา... แต่มันคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างหาก ไอ้บ้าคีย์! บอกให้ระวังตัวแล้วแท้ๆ แต่พ่อคุณกลับปล่อยให้รอยอุบาทว์นี่โผล่มาประจานความสะשלของตัวเองจนได้! ลินินสูดหายใจเข้าลึก, สูดกลิ่นอายความกดดันรอบตัวเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากเงาของร่างสูง โปรยยิ้มสุภาพแต่เย็นเยียบจนรสาต้องชะงัก ลินินยกมือขึ้นจัดปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองอย่างใจเย็น ท่าทีที่นิ่งสนิทและเปี่ยมด้วยความมั่นใจทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงชั่วขณะ "เรื่องจริงหรือความเข้าใจผิด... มันคงไม่ใช่ธุระปะปังอะไรของคุณรสาหรอกครับที่จะต้องมาใส่ใจขนาดนี้" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน ชนิดที่ว่าฟังดูสุภาพทุกคำแต่จุกถึงทรวงใน "แต่ถ้าคุณรสาว่างงานมากจนอยากรู้เรื่องใต้ร่มผ้าของคนอื่นนัก ผมแนะนำให้ไปหาซื้อนิตยสารซุบซิบดาราอ่านแก้เซ็งน่าจะเหมาะกับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดมากกว่านะครับ... เพราะที่นี่ ที่ทำงานครับ ไม่ใช่ตลาดสด" "นี่คุณ...!" รสาหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนย้อนเกล็ดเข้าให้ "ลิ" คีย์เอ่ยปราмเสียงต่ำ สายตาดุๆ หันมามองเลขาฯ ตัวแสบที่กล้าต่อปากต่อคำกับผู้บริหารระดับสูงอย่างไม่เกรงกลัว แต่ถ้าสังเกตให้ดี ลึกล้ำลงไปในแววตาสีเข้มคู่นั้นกลับมีประกายความพึงพอใจระยิบระยับราวกับเสือหนุ่มที่กำลังมองดูแมวป่าขู่ฟ่อ ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นตัดจังหวะการปะทะคารม ประตูสีเงินเปิดออกเผยให้เห็นโถงทางเดินชั้นผู้บริหารที่ว่างเปล่า รสาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสูงด้วยความหยิ่งทะนง "ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะท่านประธาน... หวังว่าผลงานของเลขาฯ คนนี้ จะดีเด่นสมกับที่ท่านประธานออกตัวปกป้องนักก็แล้วกัน" พูดจบ รสาจึงก้าวเท้ากระแทกส้นสูงเดินสวนออกไปจากลิฟต์ด้วยความหงุดหงิด สิ้นเสียงฝีเท้าของรสาที่เดินลับหายไป ประตูลิฟต์ก็ปิดตัวลงอีกครั้ง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมพื้นที่แคบๆ นี้อีกรอบ แต่บรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับอึดอัดและร้อนรุ่มยิ่งกว่าเก่า คีย์หันขวับกลับมามองคนข้างกายทัน3ที ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าหวานที่บึ้งตึงจนแก้มป่อง ลินินยืนกอดอกแน่น เอนตัวชิดผนังลิฟต์ฝั่งตรงข้ามเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างเขากับท่านประธานหนุ่มให้มากที่สุด "โกรธผมเหรอ?" คีย์ถามเสียงนุ่ม ท่าทีเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาสำนึกผิด (แบบไม่ค่อยจริงใจนัก) ของหมาโบ้ที่รู้ตัวว่าทำเจ้านาย (หรือภรรยาจำเป็น) โกรธเข้าแล้ว "คุณคิดว่าไงล่ะครับ?" ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองคีย์ด้วยความขุ่นเคือง "ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมครับว่าให้ระวังตัว! ให้ติดกระดุมให้เรียบร้อย! แต่คุณทำอะไร? ทำตัวเป็นเด็กเกเรที่ไม่ยอมฟังคำเตือน จนเกือบจะทำให้เราโดนจับได้คาหนังคาเขาเมื่อกี้เนี่ยนะ!" "ก็ผมรี้อน..." คีย์อ้างหน้าตาเฉย ขยับเข้ามาประชิดตัวอีกนิดจนลินินต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชิดผนัง "แล้วรอยนั่น... ฝีมือใครล่ะครับ หืม? ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหมั่นไส้ผมจนฝังเขี้ยวไว้เมื่อเช้า มันจะมีรอยนี้เหรอ?" "ผมไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย!" ลินินเถียงเสียงแข็ง ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เร่าร้อนบนโซฟาในห้องทำงานเมื่อสองชั่วโมงก่อน "แล้วอีกอย่าง มันเป็นความผิดของคุณที่ซุ่มซ่ามปล่อยให้มันเห็นชัดขนาดนั้น! ถ้าคุณรสาเอาไปพูดต่อในบริษัท ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะครับ!" คีย์ไม่ตอบ เขาอาศัยความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงก้าวเข้าไปปิดกั้นพื้นที่หนีของอีกฝ่าย มือหนายกขึ้นวางทาบกับผนังกระจกด้านหลังของลินิน กักขังร่างโปร่งไว้ในอ้อมแขน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นแผ่ซ่านมาจากร่างกายของ CEO หนุ่มจนลินินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มองหน้าผมสิครับ ลินิน" คีย์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "กลัวอะไรครับ? กลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าเรามีความสัมพันธ์เกินเจ้านายกับเลขาฯ หรือว่า... กลัวใจตัวเองที่จะเผลอรู้สึกมากกว่านั้นกันแน่" คำพูดจี้ใจดำทำLินินสะท้อนวาบในอก ดวงตาคู่สวยไหวระริกแต่ก็ยังดื้อรั้นที่จะเถียงกลับ "ผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้นแหละครับ! แต่ผมรำคาญ! รำคาญความไม่รอบคอบของคุณ!" "งั้นเหรอ..." คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์และมีเสน่ห์ร้ายกาจจนคนมองใจกระตุก "ถ้าอย่างนั้น... เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำให้เลขาฯ คนสวยต้องหงุดหงิด คืนนี้ไปทานข้าวกับผมนะครับ ผมจะยอมให้คุณบ่นผมได้ทั้งคืนเลย" "ใครจะไปกับคุณ..." กรี๊งงงงงงง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีย์ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนดุ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ ก่อนจะยอมผละร่างออกจากลินินอย่างไม่เต็มใจนัก เขากดดูหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง สีหน้าที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ลินินสังเกตเห็นความผิดปกตินั้น จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย "มีอะไรเหรอครับ?" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตากลุ่มโตของเลขาฯ หนุ่ม แววตาคมกริบฉายแววระแวงอย่างที่ลินินไม่เคยเห็นมาก่อน ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของ CEO หนุ่ม ทำให้บรรยากาศในลิฟต์ที่เพิ่งจะร้อนระอุ กลับเย็นเยียบลงจนน่ากลัว "ไม่ใช่แค่เรื่องของรสาแล้วล่ะครับ..." คีย์หันมามองหน้าลินินนิ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่าใจหาย "ระบบรักษาความปลอดภัยแจ้งเตือน... มีคนพยายามเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลลับของบริษัท ซึ่งไฟล์นั้นเก็บข้อมูลโปรเจกต์สำคัญที่เราเพิ่งเซ็นสัญญากันไปเมื่อวาน" ลินินเบิกตากว้างทันที สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องลั่น "ใคร..." "คนที่ส่งข้อความมาบอกผมเมื่อกี้... บอกว่าเขารออยู่ที่ห้องทำงานของผมแล้วครับ" คีย์พูดจบพอดีกับที่ลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นบนสุด ประตูลิฟต์ค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่นั่งไขว่ห้างรออยู่บนโซฟาหน้าห้องทำงานของประธานบริษัท ร่างนั้นหันมามองพวกเขาทั้งสองคนพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาถึงหน้าลิฟต์... ดวงตาของลินินเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของ "แขกไม่ได้รับเชิญ" คนนั้นชัดเจน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้โครโนสทริกเกอร์เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%