แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะทำงานถูกเลื่อนมาตรงหน้าผมเป็นรอบที่สามของบ่ายนี้ โดยฝีมือของท่านประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งตอนนี้กำลังยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ส่งสายตาเว้าวอนที่ขัดกับลุคสูทเนี๊ยบกริบชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
"ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ดื่มกาแฟช่วงบ่าย" ผมเอ่ยเสียงเรียบ สายตาไม่ละไปจากหน้าจอโน้ตบุ๊กที่มีตัวเลขงบประมาณโปรเจกต์ใหม่วิ่งผ่านไปมา
"แต่นี่มันลาเต้อุ่น ไม่ใช่กาแฟดำ... นين ชิมสักนิดเถอะนะ ผมยืนรอดูคุณดื่มมาสิบนาทีแล้วนะ"
คีย์ ธันวา CEO หนุ่มผู้เคยคุมทุกสถานการณ์ด้วยความเยือกเย็นและเฉียบขาด บัดนี้กำลังทำหน้าเหมือนเด็กถูกขัดใจ ยอมสลัดมาดเสือยิ้มยากทิ้งไปจนหมดคราบ เพียงเพราะเลขาส่วนตัวอย่างผมทำเป็นเมินเฉยต่อความพยายามง้อขอคืนดีตลอดสามวันที่ผ่านมา
นับตั้งแต่เหตุการณ์ในห้องทำงานวันนั้น ที่เขาเผลอหลุดปากสารภาพความรู้สึกบ้าๆ ออกมาพร้อมท่าทีหมาโบ้คลั่งรัก คีย์ก็ดูจะเลิกฟอร์มจัดแล้วหันมาใช้กลยุทธ์ "ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก" แทน ซึ่งมันน่าปวดหัวยิ่งกว่าตอนที่เขาปากร้ายใส่ผมเสียอีก
ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ถอนหายใจเบาๆ อย่างอ่อนอกอ่อนใจ "ท่านประธานครับ เวลาทำงานกรุณาเรียกผมว่าคุณลินิน หรือไม่ก็เลขาครับ ไม่ใช่มาเรียกชื่อเล่นในออฟฟิศแบบนี้"
"ก็เราอยู่กันแค่สองคน... อีกอย่าง ผมกำลังใช้นิติกรรมส่วนตัว ไม่ใช่สถานะนายจ้างกับลูกจ้าง" คีย์ตอบหน้าตาเฉย แถมยังหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองผมด้วยประกายระยิบระยับที่ซ่อนความอ่อนล้าไว้จางๆ "คุณใจร้ายกับผมนานเกินไปแล้วนะลินิน สามวันแล้วนะที่คุณไม่ยอมทานข้าวเที่ยงกับผม แถมยังบล็อกไลน์ส่วนตัวผมอีกต่างหาก"
"ผมไม่ได้ใจร้ายครับ ผมแค่ทบทวนขอบเขต" ผมย้อนเสียงเฉียบคม "คุณเป็นเจ้านาย ส่วนผมเป็นลูกจ้าง การข้ามเส้นไปมาระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน มันทำให้ระบบบริหารจัดการบริษัทรวนเร ซึ่งคุณเป็นคนสอนผมเองไม่ใช่หรือครับว่าไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับงาน"
คีย์ชะงักไปนิด มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มฝื่อนๆ ดวงตาคมกริบฉายแววสำนึกผิดแบบไม่เนียนเอาเสียเลย "โอเค ยอมรับก็ได้ว่าตอนนั้นผมปากพล่อย... แต่เรื่องความรู้สึกของผม มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับลินิน"
คำพูดจริงจังที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายที่อีโก้สูงลิ่วอย่างคีย์ ทำให้ผมต้องหลุบตาลงซ่อนความไหววูบในอก ใครจะไปคิดล่ะครับว่า CEO จอมเนี้ยบที่ใครๆ ก็เกรงกลัว จะยอมลดตัวลงมาง้อเลขาหน้าหวานๆ แบบยอมเสียฟอร์มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่ซื้อขนมร้านดังมาวางไว้ที่โต๊ะทุกเช้า อาสาเคลียร์งานเอกสารหนักๆ แทน ไปจนถึงการยืนรอรับผมกลับบ้านทั้งที่ติดประชุมสำคัญ
แต่นั่นแหละครับ... ยิ่งเขาแสดงออกมาชัดเจนเท่าไหร่ กำแพงในใจที่ผมสร้างไว้มันก็ยิ่งสั่นคลอนยากขึ้นเท่านั้น ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการปะทะฝีปากและผลประโยชน์ มันก้ำกึ่งระหว่างคำว่า "เจ้านาย" กับ "คนรัก" จนน่ากลัว
"ถ้าคุณว่างมากจนมีเวลามานั่งเฝ้าผมดื่มกาแฟ ทำไมไม่เอาเวลาไปตรวจทานงบดุลของฝ่ายการตลาดล่ะครับ?" ผมเปลี่ยนเรื่อง ตัดบทด้วยการผลักเอกสารกองโตไปตรงหน้าเขา
คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมรับเอกสารไปถือไว้แต่โดยดี แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าผม "คุณใจแข็งเป็นหินเลยนะลินิน... แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าต่อให้คุณจะตีมึนใส่ผมอีกสักกี่เดือน ผมก็ไม่มีทางถอยห่างเด็ดขาด คนอย่างคีย์ ธันวา อยากได้อะไรก็ต้องได้ โดยเฉพาะเลขาคนนี้..."
ประโยคหลังเขาจงใจโน้มตัวเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวที่จงใจยั่วเย้า ทำเอาหัวใจผมกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความอบอุ่นเฉพาะตัวของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิดจนผมต้องเอนหลังหนี
"ถอยไปเลยครับ คนเยอะแยะ..." ผมเอ็ดเสียงเบา เมื่อหางตากริบเหลือบไปเห็นเงาของพนักงานคนอื่นเดินผ่านกระจกใส
"ใครจะกล้ามอง... ห้องนี้ผมสั่งห้ามใครเข้ามารบกวนจนกว่าจะถึงเวลาประชุมบ่ายแล้วครับ" คีย์ยิ้มเจ้าเลื้อ. รอยยิ้มแบบที่ทำให้ผมรู้ตัวทันทีว่าตกหลุมพรางความเจ้าเล่ห์ของเขาเข้าให้อีกแล้ว
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบลงชั่วขณะ ความตึงเครียดเรื่องงานถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ระอุขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างเราสองคน สายตาของคีย์ที่มองมามันลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายจะมองลูกจ้าง และมันอบอุ่นเกินกว่าที่คนปากแข็งอย่างผมจะต้านทานไหว
มือหนาของเขาค่อยๆ เอื้อมมาสัมผัสหลังมือผมที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ นิ้วเรียวเกลี่ยหลังมือผมช้าๆ อย่างถือวิสาสะ แต่กลับไม่มีแรงขัดขืนใดๆ หลุดออกจากปากผมเลยสักนิด สมองสั่งให้ดึงมือกลับ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับบอกให้นิ่งเฉย
"ลินิน... เย็นนี้ไปทานข้าวกับผมนะ ผมจองร้านที่คุณเคยบอกว่าอยากไปไว้แล้ว ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไม่งั้นผมจะอุ้มคุณขึ้นรถต่อหน้าพนักงานทั้งชั้นแน่" ขู่หน้าตาเฉยแบบนี้แหละครับ นิสัยแท้จริงของหมาโบ้ตัวนี้
ผมกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธคำขู่หน้าด้านๆ นั้นด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนตามเคย ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะทันควัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คุณคีย์คะ... แย่แล้วค่ะ! ทางผู้ถือหุ้นใหญ่รายสำคัญจากต่างประเทศเดินทางมาถึงบริษัทก่อนกำหนด และตอนนี้กำลังรอพบคุณอยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ!"
เสียงร้อนรนของหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ทำให้ผมสะดุ้งสุดตัว รีบชักมือออกจากกการเกาะกุมของคีย์ทันทีราวกับโดนไฟลวก ส่วนคีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด สบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจที่ช่วงเวลาส่วนตัวถูกขัดจังหวะ
เขายืดตัวตรง ปรับสีหน้ากลับมาเป็น CEO ผู้เยือกเย็นและเฉียบขาดภายในเสี้ยววินาที แต่ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะทำงาน คีย์ก็โน้มตัวลงมาสบตาผมในระยะห่างแค่คืบ กระซิบเสียงต่ำด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่ทิ้งท้ายความวาบหวามไว้กลางอก
"เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่ครับ... เตรียมตัวเคลียร์คิวว่างตอนเย็นไว้ได้เลย คุณเลขาคนเก่ง"
พูดจบท่านประธานก็ก้าวออกไปจากห้องด้วยท่าทีสง่างาม ทิ้งผมให้นั่งหายใจไม่ทั่วท้องอยู่หน้าโต๊ะทำงาน พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก และก่อนที่ผมจะได้ตั้งสติจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เสียงแจ้งเตือนข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความไลน์จากเบอร์คุ้นเคยที่ถูกปลดบล็อกโดยฝีมือใครบางคน...
*(ข้อความจาก คีย์: "ผมรู้ว่าคุณแอบยิ้มอยู่... รีเคลียร์งานซะ แล้วเจอกันตอนหกโมงเย็นครับ ห้ามเบี้ยวไม่งั้นผมพังประตูห้องคุณแน่")*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความเนียนของท่านประธานจอมตื๊อคนนี้นะครับ!
เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น•ตอนที่ 25
เจ้านายขี้ตื๊อ
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!