แก้วไวน์ทรงสูงในมือของคีย์ ธันวา ถูกหมุนวนช้าๆ ปล่อยให้ของเหลวสีทับทิมเข้มเคลือบไล้ไปตามผนึกแก้ว ราวกับต้องการถ่วงเวลาความเงียบที่กดทับบรรยากาศบนดาดฟ้าเพนต์เฮาส์หรูให้หนักอึ้งขึ้นเป็นทวีคูณ
ลมหนาวปลายฤดูพัดกรรโชกผ่านยอดตึกสูงระฟ้า หอบเอาละอองฝนจางๆ และกลิ่นอายของเมืองหลวงยามค่ำคืนมาปะทะผิวแก้ม แต่ความเย็นเยียบภายนอกนั้นไม่หลงเหลือพื้นที่ในความรู้สึก เมื่อเทียบกับระยะห่างระหว่างเขากับคนที่ยืนพิงราวระเบียงกระจกใสอยู่ห่างกันเพียงคืบ
"คุณมองผมแบบนั้น หมายความว่ายังไงครับ, ลินิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่ถอดเก็บไว้ สะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากตึกเบื้องล่าง มันไม่ใช่สายตาดุร้ายยามที่พวกเขาปะทะคารมกันในห้องทำงาน แต่เป็นสายตาที่เปิดเปลือยความรู้สึกข้างในจนหมดสิ้น สายตาของหมาป่าเจ้าเล่ห์ที่จนมุมให้กับความรู้สึกตัวเอง
ลินินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เลือนสายตาหนีจากสันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย เขาเกลียดความรู้สึกแบบนี้... เกลียดหัวใจตัวเองที่เต้นแรงจนแทบจะกระόนออกมานอกอก เกลียดความจริงที่ว่า ต่อให้เขาจะฝีปากกล้าแค่ไหน แต่พอมาอยู่ตรงหน้าผู้ชายคนนี้ทีไร กำแพงที่สร้างไว้ก็มักจะพังทลายลงทุกที
"ผมไม่ได้มองอะไรนี่ครับท่านประธาน... ตาผมอาจจะเอียง" ลินินสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นนิ่งเรียบ ทว่าปลายนิ้วที่ประสานกันไว้ที่หน้าท้องกลับบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"หึ..." คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างไร้ซึ่งช่องว่าง แรงกดดันจากตัวตนของ CEO หนุ่มทำให้ลินินต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับกระจกใสเย็นเฉียบ ก่อนที่แขนแกร่งข้างหนึ่งจะยกขึ้นทาบกับกระจก กักขังร่างเพรียวเอาไว้ตรงกลาง
"ตาคุณไม่ได้เอียงหรอกลินิน..." คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปัดผ่านปลายจมูก "แต่ปากของคุณต่างหาก... ที่มันไม่เคยตรงกับใจเลยสักครั้ง"
หัวใจของลินินกระตุกวูบ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง แสงดาวและแสงไฟจากมหานครเบื้องล่างพร่าเลือนไปจากสายตา เหลือเพียงนัยน์ตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างเว้าวอนและร้อนแรงในเวลาเดียวกัน
"ถ้าปากผมไม่ตรงกับใจ... แล้วท่านประธานคิดว่าใจผมอยากพูดอะไรล่ะครับ" ลินินเชิดหน้าขึ้น สู้สายตากลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าเสียงของเขาจะสั่นพร่าไปเล็กน้อยก็ตามที
"อยากบอกว่าคิดถึงผม... อยากบอกว่ารำคาญเวลาที่ผมดุ แต่ก็แพ้ทุกทีเวลาที่ผมมอง..." คีย์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาแต่ทรงพลังราวกับสะกดจิต "และที่สำคัญที่สุด... อยากให้ผมหยุดมองคนอื่น แล้วมองแค่คุณคนเดียว"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ ทำให้ลินินนิ่งงับคำพูดทุกคำค้างไว้ในลำคอ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าว นี่ไม่ใช่คำสั่งงาน ไม่ใช่ประโยคประชดประชัน แต่มันคือการสารภาพความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"คุณมัน..." ลินินพึมพำ ดวงตาหวานไหวระริก "บ้าไปแล้วหรือไงครับ คีย์"
"ใช่... ผมบ้าไปแล้วจริงๆ ตั้งแต่มีเลขาฯ ปากเก่งอย่างคุณเข้ามาในชีวิต" คีย์แย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากและมีเสน่ห์เหลือร้าย ก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจะเอื้อมไปแตะแก้มเนียนแผ่วเบา ไล้ผ่านโครงหน้าและหยุดอยู่ที่ริมฝีปากที่กำลังเผยอขึ้นด้วยความตกใจ
ไม่มีบทสนทนาใดเล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางสายลมหนาว คีย์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ช้าๆ ทว่ามั่นคง เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธหรือถอยหนี แต่ทว่า... ลินินกลับหลับตาลง ยอมรับสัมผัสที่ค่อยๆ แนบชิดเข้ามา
ริมฝีปากที่มักจะใช้พ่นวาจาเชือดเฉือน บัดนี้กลับถูกครอบครองด้วยความนุ่มนวลและลึกซึ้ง ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดผ่านสัมผัสนั้นละลายพลายความถือดีทั้งหมดลงในพริบตา ลินินเผลอยกมือขึ้นกำปกเสื้อเชิ้ตสีดำของอีกฝ่ายไว้แน่น ตอบรับสัมผัสที่รุกไล่แต่นุ่มนวลนั้นด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในอก ความสัมพันธ์ที่เคยคลุมเครือและเต็มไปด้วยแรงปะทะ ถูกชำระล้างจนเหลือเพียงความจริงใจที่ดุดันและร้อนแรงดั่งไฟสุม
เนิ่นนานกว่าที่ริมฝีปากทั้งคู่จะผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง คีย์ซบหน้าผากของตนลงกับหน้าผากของลินิน ลมหายใจหอบถี่พ่นรดกันและกัน ดวงตาคู่คมทอดมองด้วยความลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูด
"จากนี้ไป... ห้ามหนีผมไปไหนอีกนะ, ลินิน" น้ำเสียงทุ้มเอמהกระซิบชิดริมฝีปาก คำสั่งที่ไร้ซึ่งความเผด็จการ มีเพียงความเว้าวอนที่ทำให้คนฟังหัวใจเหลวเป๋ว
ลินินลืมตาขึ้น ยิ้มรับบางๆ ทั้งที่ใบหน้ายังคงแดงก่ำ "ผมเคยหนีด้วยเหรอครับ... มีแต่คุณนั่นแหละที่ชอบไล่ผมออกทุกวัน"
คีย์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมที่จะเอ่ยปากพูดบางอย่างเพื่อยืนยันความรู้สึกที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกของดาดฟ้าก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ
"คุณคีย์คะ! เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ด่วนจากทางลอนดอนส่งมาถึงแล้วค่ะ ดิฉันจำเป็นต้อง—"
เสียงแหลมใสของพนักงานสาวคนสนิทดังขึ้นหยุดชะงักกึก เมื่อเธอเดินพ้นขอบประตูออกมาและพบกับภาพเบื้องหน้า... ภาพที่ CEO หนุ่มผู้เย็นชาและเนี้ยบกริบ กำลังกอดรัดอยู่กับเลขาฯ หนุ่มหน้าหวานในมุมมืดของระเบียง
คีย์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ดวงตาสีเข้มตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ในขณะที่ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผลักอกแกร่งให้ออกห่างทันที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนอึดอัดแต่ลุ้นระทึกไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น•ตอนที่ 15
ค่ำคืนใต้แสงดาว
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายขาสั่งได้...แต่ห้ามใจไม่เป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!