วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง•ตอนที่ 6

ความลับที่ซ่อนในซากวงจร

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงโลหะกระทบกันดังแกรกเบา ๆ ในความเงียบสงัดของห้องเครื่องยนต์สำรองระดับสาม เป็นจังหวะเดียวกับที่ปลายหัวแร้งพลาสมาสีฟ้าจัดจ้าสะท้อนลงบนม่านตาของเอเลียส ชายหนุ่มไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามา แม้ว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นบนพื้นตะแกรงเหล็กนั้นจะบ่งบอกตัวตนของเจ้าของร่างได้เป็นอย่างดีตั้งแต่ระยะสลับก้าวแรก "คุณกำลังทำลายหลักฐานของรัฐบาลสหพันธ์" น้ำเสียงของคาร่าราบเรียบและเย็นเยียบ ราวกับอุณหภูมิภายนอกตัวสถานีร้างแห่งนี้ แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นอย่างประหลาด เอเลียสหยุดมือที่กำลังคีบแผ่นไมโครชิปขนาดเท่าเล็บมือออกจากซากแผงวงจรควบคุมหลัก เขาค่อย ๆ วางเครื่องมือลงบนโต๊ะโลหะอย่างใจเย็น ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟนีออนสีส้มสลัวคู่นั้นกวาดมองผู้คุมกฎสาวตั้งแต่ปลายรองเท้าบูททหารจนถึงรอยยับบนเครื่องแบบที่บ่งบอกว่าเธอเพิ่งผ่านการเดินทางด่วนมาหมาด ๆ "หลักฐานเหรอครับ ผู้กองคาร่า?" เอเลียสทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ท2 แฝงความเย้ยหยันไว้ในที "หรือว่ามันคือ 'ร่องรอย' ที่พวกคุณพยายามจะกวาดล้างให้พ้นจากบันทึกประวัติศาสตร์ เพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวของภารกิจกวาดล้างเมื่อสามปีก่อนกันแน่" คาร่าไม่สะทกสะท้านต่อคำยั่วยวน เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายของดินปืนและโอโซนจากเครื่องปรับอากาศสนามรบติดตัวเธอมาจาง ๆ สายตาของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคำพูดที่เกินเลย "คุณกำลังเล่นกับไฟ เอเลียส" คาร่าขยับเข้าใกล้จนเอเลียสได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเธอ "สถานีอวกาศเซนทอรี-ไนน์แห่งนี้อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมเบ็ดเสร็จของสภาความมั่นคง ทุกตารางนิ้ว ทุกกระแสไฟที่ไหลผ่านสายเคเบิล ล้วนเป็นสมบัติของสหพันธ์ การที่คุณแอบดึงข้อมูลออกจากกล่องดำในเขตหวงห้าม มีโทษสูงสุดคือการเนรเทศออกสู่วิถีโคจรสุญญากาศ" "ถ้ากลัวการถูกเนรเทศ ผมคงไม่เลือกมาเป็นวิศวกรซ่อมบำรุงในสุสานเหล็กที่ไร้ลมหายใจแห่งนี้ตั้งแต่แรกหรอกครับ" เอเลียสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่คาร่าเกลียดชังนักเพราะมันแสดงถึงความเหนือกว่าในเชิงสติปัญญา "และที่สำคัญ... ข้อมูลชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจของสภาความมั่นคงอีกต่อไปแล้ว มันอยู่ในมือผม และกำลังบอกความจริงที่ว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนสั่งตัดออกซิเจนของคนงานสามร้อยชีวิตในเซกเตอร์ C เมื่อคืนวาน" บรรยากาศในห้องเครื่องยนต์อับทึบหยุดชะงักลงทันที ดวงตาของคาร่าหรี่แคบลงชั่วพริบตา กล้ามเนื้อบริเวณกรามของเธอขยับเกร็งเล็กน้อย—เป็นปฏิกิริยาทางกายภาพเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่รอดพ้นสายตาคนทั่วไปไม่ได้สำหรับเอเลียส ผู้ซึ่งอ่านภาษากายของมนุษย์ได้ดีพอกับการอ่านแผนผังวงจรไฟฟ้า "คุณกำลังกล่าวหาเบื้องสูง" คาร่าเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจการขู่บังคับ "และนั่นคือข้อหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าการขโมยข้อมูล" "ผมไม่ได้กล่าวหาใครครับ ผมแค่กำลังแปลภาษาจากรหัสไบนารีที่ถูกเข้ารหัสลับซ้อนกันถึงเจ็ดชั้น" เอเลียสผายมือไปยังหน้าจอโฮโลแกรมขนาดเล็กที่ลอยอยู่กลางอากาศ แสงสีเขียวเรืองรองฉายภาพโครงสร้างระบบระบายอากาศที่ถูกแก้ไขคำสั่งจากระยะไกล "คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมคาร่า? ว่าคำสั่งปิดตายวาล์วออกซิเจนไม่ได้มาจากระบบขัดข้องอัตโนมัติ แต่มันมาจากรหัสผ่านระดับผู้บัญชาการ... ซึ่งมีเพียงคุณและผู้บังคับสถานีเท่านั้นที่ถือครอง" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดที่สามารถจุดประกายไฟได้ด้วยประกายตาดวงเดียว คาร่าเงียบไปเนิ่นนาน เธอมองหน้าวิศวกรหนุ่มผู้มีอุดมการณ์อันตรายคนนี้ แววตาของเธอมีความลังเล ความหวาดระแวง และบางสิ่งที่ลึกล้ำกว่านั้น—ความรู้สึกยามที่นักล่าเผชิญหน้ากับเหยื่อที่ฉลาดเกินไป จนกระทั่งเกิดความรู้สึกชื่นชมขึ้นมาในใจอย่างไม่น่าเชื่อ "คุณฉลาดเกินไป เอเลียส" คาร่าเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยอย่างไร้ร่องรอย "และคนฉลาดมักจะมีอายุไม่ยืนในสถานที่แบบนี้" "ผมถือว่านั่นคือคำชมจากปากผู้คุมกฎก็แล้วกันครับ" เอเลียสไม่ถอยร่น เขาก้าวเข้าประชิดเธอกลับไปครึ่งก้าว จนไหล่เกือบจะสัมผัสกัน "แต่ถ้าคุณอยากให้ผมหยุดค้นหาความจริง... คุณต้องให้เหตุผลที่ดีกว่าคำขู่เรื่องการเนรเทศ เพราะตอนนี้ ความอยากรู้อยากเห็นของผมมันทำงานเร็วกว่าระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์ซะอีก" คาร่าไม่ถอยหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขาในระยะประชิด กลิ่นโคโลญจน์เจือจางผสมกับกลิ่นน้ำมันเครื่องบนตัวเอเลียสปะปนกับกลิ่นเฉพาะตัวของเธอ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย—สงครามประสาทที่ซ่อนแรงดึงดูดอันตรายไว้ภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชา "ถ้าคุณอยากได้ความจริงนัก..." คาร่าโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและจริงจังอย่างที่สุด "...พรุ่งนี้เที่ยงตรง จงไปที่ท่าเทียบเรือหมายเลขสี่ แล้วคุณจะได้เห็นด้วยตาตัวเองว่า ข้อมูลที่คุณกำลังถืออยู่นั้น มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่กำลังพุ่งตรงมายังสถานีแห่งนี้" เธอดันตัวถอยห่างออกไปช้า ๆ ทิ้งความอบอุ่นจาง ๆ ไว้ในอากาศรอบตัว ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังประตูทางออกโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย เอเลียสยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจในอกเต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญญาณเตือนภัยบางอย่างที่สัญชาตญาณของเขากำลังร้องตะโกน นิ้วมือของเขาเลื่อนกลับไปแตะที่แผงควบคุมโฮโลแกรมอีกครั้งเพื่อปิดไฟล์ข้อมูล แต่ก่อนที่แสงสีเขียวจะดับวูบลง หน้าจอหลักกลับกะพริบถี่รัวด้วยสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินสูงสุดที่ไม่ได้มาจากระบบภายใน... แต่มันมาจากเรดาร์ระยะไกลนอกสถานี สัญญาณระบุว่า มีวัตถุไม่ทราบฝ่ายจำนวนสําาลำกำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง และจุดหมายปลายทางของพวกมันไม่ใช่ใครอื่น—คือสถานีร้างแห่งนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและปริศนาไปด้วยกันนะครับ **- ไฮเปอร์ไดรฟ์ -**
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%