เสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดอ๊าดในความเงียบงันระดับศูนย์จุดศูนย์หนึ่งบรรยากาศ – เสียงที่คนบนสถานีอวกาศร้าง "เซนทิเนล-9" รู้จักดีว่าเป็นเสียงคร่ำครวญของโครงสร้างที่กำลังถูกความเย็นยะเยือกนอกตัวถังกลืนกินทีละน้อย
เอเลียสไม่ได้สนใจเสียงนั้น นิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบน้ำมันเครื่องเกรดทหารและคาร์บอนสีดำกำลังคีบชิ้นส่วนวงจรร A-4 บิดพลิกไปมาภายใต้แสงไฟนีออนสีส้มสลัวของห้องซ่อมบำรุงชั้นใต้ดิน แว่นตากรองแสงสะท้อนภาพหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่แสดงโครงสร้างทางโมเลกุลของโลหะผสมชิ้นนั้นอย่างละเอียด
เขากำลังจดจ่ออยู่กับการถอดรหัสชิ้นส่วนที่ควรจะ "ไม่มีตัวตน" ตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน
"คุณใช้เวลาสามชั่วโมงกับขยะชิ้นเดิมซ้ำๆ เอเลียส"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่เงียบเชียบก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หลังโต๊ะทำงาน คาร่าไม่จำเป็นต้องแนะนำตัว กลิ่นอายความระแวดระวังและกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาล้างปืนแบบมาตรฐานกองทัพที่ติดตัวเธอมาตลอดคือเครื่องหมายการค้าที่ชัดเจนที่สุด
เอเลียสไม่เงยหน้าขึ้นมอง เขายังคงใช้คีมปลายแหลมเขี่ยคราบสนิมอวกาศออกจากร่องวงจรอย่างใจเย็น
"ถ้าคุณเรียกแผงควบคุมระบบนำทางรุ่น 'ไททัน-ซีรีส์' ว่าขยะ ผู้บัญชาการาร่า... บางทีมาตรฐานกองทัพโลกที่คุณเคารพนักหนา อาจจะหย่อนยานกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ"
คาร่าก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะ ดวงตาสสีเทาเข้มหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ เธออยู่ในชุดเกราะเบาที่ถอดหมวกออกแล้ว เผยให้เห็นเส้นผมสีดำสนิทที่ถูกรวบตึงอย่างเป็นระเบียบ สันจมูกคมรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยของทหารอาชีพที่ผ่านความเป็นความตายมาโชคโชน
"ไททัน-ซีรีส์ ถูกปลดประจำการและทำลายทิ้งทั้งหมดตามสนธิสัญญาเซอเรสเมื่อแปดปีที่แล้ว ไม่มีทางที่ชิ้นส่วนระดับยุทธศาสตร์แบบนี้จะหลุดรอดมาอยู่บนสถานีขนส่งสินค้าพลเรือนร้างๆ อย่างเซนทิเนล-9 ได้... เว้นเสียแต่ว่า มีหนอนกระทำผิดกฎหมายลักลอบขนย้ายยุทโธปกรณ์" คาร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน สายตาของเธอจ้องเขม็งไปยังชิ้นส่วนในมือเขา
เอเลียสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอดวงตาสีอำพันคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย
"คุณมองทุกอย่างเป็นอาชญากรรมและการทำลายล้างไปเสียหมด คาร่า นั่นแหละคือข้อจำกัดของพวกใส่เครื่องแบบ คุณเห็นสนิมและกฎหมาย แต่ผมเห็นประวัติศาสตร์ที่ถูกพยายามกลบฝัง" เขาเลื่อนจอโฮโลแกรมไปตรงหน้าเธอ "ลองดูนี่สิครับ ไม่ใช่แค่ซีรีส์เก่า แต่มันมีรหัสตอกฝังลึกที่ถูกลบด้วยเลเซอร์ระดับกองทัพ แต่โครงสร้างคาร์บอนด้านในยังเก็บร่องรอยความร้อนไว้... ชิ้นส่วนนี้เพิ่งผ่านการใช้งานมาไม่เกินหกเดือน"
คาร่าก้มลงมองภาพสแกนโครงสร้างภายใน แววตาของเธอไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง—ชั่วเสี้ยววินาทีที่รวดเร็วจนคนสังเกตไม่ทัน หากแต่ไม่รอดพ้นสายตาของวิศวกรหนุ่มที่อ่านเกมจิตวิทยาของเธอทะลุปรุโปร่ง
"คุณกำลังบอกว่า... มีกองกำลังบางกลุ่มกำลังใช้สถานีร้างนี้เป็นฐานลับ?" เสียงของคาร่าต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสองจนอากาศรอบตัวคล้ายจะหนักอึ้งขึ้น
"ผมไม่ได้บอก แต่วัตถุพยานกำลังตะโกนใส่หน้าเราต่างหาก" เอเลียสโน้มตัวเข้าไปใกล้โต๊ะ กลิ่นอายเฉพาะตัวของช่างเครื่องผสมผสานกับความดุดันทางปัญญาพุ่งเข้าปะทะความนิ่งขรึมของเธอ "และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ รหัสประจำตัวบนแผงวงจรนี้... มันไม่ได้เป็นของกองทัพโลกฝั่งสภาบริหาร"
คาร่าขมวดคิ้วมุ่น "แล้วมันเป็นของใคร?"
เอเลียสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คาร่ารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจและสติสัมปชัญญะของเธอพอๆ กัน
"มันเป็นของหน่วยรบพิเศษ 'โครนอส'... หน่วยลับที่ถูกประกาศว่าสูญหายไปพร้อมกับยานรบลาดตระเวน 'เฮอร์คิวลีส' ในเขตอุกกาบาตมืดเมื่อเจ็ดปีก่อน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องซ่อมบำรุงทันที ไม่มีใครขยับเขยื้อນ คาร่าชะงักไป ปากที่เม้มแน่นแสดงถึงคลื่นความคิดที่กำลังตีรวนอยู่ในหัว ทหารผ่านศึกอย่างเธอย่อมรู้พิษสงของหน่วยโครนอสดี หน่วยงานที่อยู่นอกเหนือกฎหมายทหารและขึ้นตรงต่อบุคคลระดับสูงในสภาเพียงคนเดียว
"เป็นไปไม่ได้" คาร่าเอ่ยออกมาเบาๆ ราวกับพยายามปฏิเสธความจริง "ยานเฮอร์คิวลีสระเบิดเป็นจุล ทุกลำดับเหตุการณ์ถูกบันทึกไว้ในรายงานทางการ..."
"รายงานทางการก็แค่กระดาษที่เขียนโดยผู้ชนะ เพื่อหลอกลวงคนแพ้และคนโง่ครับ ผู้กอง" เอเลียสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขากดดันให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย "คุณเชื่อใจกองทัพที่ส่งคุณมาตายบนสถานีผุพังแห่งนี้จริงๆ หรือครับ?"
คาร่าไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันของเอเลียส ความโกรธเคืองที่ถูกท้าทายอำนาจรัฐผสมผสานกับความดึงดูดประหลาดในจิตวิญญาณที่ต่างฝ่ายต่างฉลาดทันกัน ทำให้ไม่มีใครยอมหลบตา
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงระบบเตือนภัยฉุกเฉินระดับสามก็กรีดร้องขึ้นทั่วทั้งผนังห้องเหล็กกล้า แสงไฟสีส้มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว
*ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด!*
"เกิดอะไรขึ้น?" คาร่าชักปืนพกเลเซอร์ออกจากซองข้างเอวด้วยความเร็วแสง สัญชาตญาณนักรบตื่นตัวเต็มพิกัด
เอเลียสดึงแป้นควบคุมโฮโลแกรมเข้าหาตัว นิ้วรัวพิมพ์คำสั่งอย่างร้อนรน หน้าจอหลักแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดโซนเทียบยานอวกาศชั้นนอกที่อยู่ห่างออกไปสามกิโลเมตร
ภาพบนจอทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด
ประตูแอร์ล็อกหลักที่ควรจะถูกปิดตายด้วยระบบสุญญากาศมานานหลายปี... กำลังถูกเปิดออกด้วยรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด และเงาร่างของมนุษย์ในชุดเกราะรบสีดำสนิทไร้สังกัดนับสิบชีวิต กำลังก้าวเท้าเดินย่ำผ่านกลุ่มควันสีขาวเข้าสู่ตัวสถานีอย่างเงียบเชียบ
ประตูกั้นระหว่างความเป็นความตายถูกทำลายลงแล้ว... และพวกมันไม่ได้มาอย่างมิตร
"ดูเหมือนว่าเบาะที่เราถืออยู่ จะมีเจ้าของตัวจริงตามมาทวงคืนเร็วกว่าที่เราคิดนะครับ ผู้กอง" เอเลียสกระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาสีอำพันหันมาสบตากับเธอ ท่ามกลางแสงไฟสีแดงฉานที่สาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งคู่
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและปริศนาไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง•ตอนที่ 5
เบาะแสที่ไม่ควรมีอยู่จริง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!