เสียงกPne-umatic ของประตูกลอนแม่เหล็กไฟฟ้าโซน 4 ดังขึ้นด้วยความฝืดเคือง คล้ายเสียงกระดูกลั่นยามขยับตัว กลิ่นอับชื้นของออกซิเจนสังเคราะห์ที่หมดอายุผสมกับสนิมเหล็กเตะเข้าจมูกทันทีที่แผงกั้นโลหะหนาเตอะเปิดออกสู่ความมืดมิด
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ, เอเลียส... ลูกชายของพ่อ"
เสียงสังเคราะห์ที่ถูกบันทึกไว้ในระบบแม่ข่ายหลักเมื่อสิบปีก่อน ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเอเลียสราวกับมันเพิ่งถูกเปล่งออกมาเมื่อวินาทีที่แล้ว ประโยคสั้นๆ จากเสียงของอดีตผู้อำนวยการสถานี—ผู้เป็นทั้งผู้ให้กำเนิดและผู้ผลักไสเขาลงสู่ห้วงเหวแห่งความทรงจำอันมืดมน—ทิ้งร่องรอยความสั่นไหวไว้ในแววตาคู่คมเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะดึงหน้ากากกรองอากาศขึ้นสวมทับใบหน้าอย่างรวดเร็ว
"ถ้าคุณอยากจะยืนรำลึกความหลังจนกว่าออกซิเจนสำรองจะหมดถัง ผมแนะนำให้ไปทำที่อื่น, วิศวกร"
เสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดของพันตรีคาร่าดังทะลุผ่านระบบสื่อสารภายในของหมวกนิรภัย เธอเหนี่ยวรั้งสายสะพายปืนไรเฟิลจู่โจมพัลส์คาดไว้ที่อก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงมืดทึบด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชน แสงไฟฉายแรงสูงจากกระบอกปืนของเธอตัดผ่านความมืด เผยให้เห็นเศษซากแผงวงจรไหม้เกรียมและคราบโลหะออกซิไดซ์ที่เกาะหนาตามผนัง
เอเลียสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าผ่านฟิลเตอร์กรองอากาศ "ระวังหน่อยสิครับ, ผู้คุมกฎ... ความกังวลใจไม่ช่วยให้ค่ารังสีในโซนนี้ลดลงหรอกนะ"
"ฉันไม่ได้กังวลเรื่องรังสี" คาร่าก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงรองเท้าบูทเหล็กกระทบพื้น grating เสียงดังสะท้อนก้อง "ฉันกังวลว่าความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลของคุณ จะทำให้เราสองคนกลายเป็นปุ๋ยอยู่ใต้ซากเหล็กนี่ก่อนที่ฉันจะได้ส่งรายงานสรุปภารกิจ"
ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในความสลัว แสงไฟฉายสาดสะท้อนโครงสร้างหน้ากากและแววตาที่จ้องมองกันอย่างไม่ยอมลดละ แม้จะมีอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันสุดขั้ว—คนหนึ่งมองกฎระเบียบเป็นเครื่องมือค้ำจุนความอยู่รอด แต่อีกคนมองว่ากฎคือโซ่ตรวนที่ต้องทำลายเพื่อค้นหาความจริง—แต่ในสถานการณ์ที่ไร้ซึ่งทางเลือกเช่นนี้ พวกเขาต่างรู้ดีว่ามีเพียงสติปัญญาของอีกฝ่ายเท่านั้นที่จะพาให้รอดออกไปจาก "โซน 4" เขตหวงห้ามเด็ดขาดที่รัฐบาลสتحกาลสั่งปิดตาย
"ข้อตกลงของเราคือคุณคุ้มกันทาง และผมเปิดทางเดินระบบ" เอเลียสพูดพลางดึงแท็บlet ส่วนตัวออกมาเชื่อมต่อกับพอร์ตควบคุมหลักที่ขึ้นสนิม "แต่ถ้าคุณยังเอาแต่บ่นเหมือนผู้ตรวจการงบประมาณ ผมเกรงว่าเราคงไปไม่ถึงไหน"
"เชิญทำตามใจชอบเลยครับ, อัจฉริยะนอกคอก" คาร่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย แต่เธอก็ยอมถอยหลังไปสองก้าวเพื่อคุมเชิงและสอดส่องความผิดปกติรอบด้านตามที่ตกลงกันไว้
โซน 4 ของสถานีร้างแห่งนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่กักเก็บขยะอวกาศธรรมดา แต่มันคือห้องทดลองลับที่ใช้ซ่อนเทคโนโลยีขับเคลื่อนความเร็วกระโดด (Jump-Drive) รุ่นต้นแบบ ซึ่งถูกสั่งระงับการใช้งานหลังเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เมื่อสิบปีก่อน เอเลียสรู้ดีว่าเบื้องหลังการปิดตายนี้ซ่อนหลักฐานอะไรไว้ และนั่นคือเหตุผลที่เขาดึงดันจะเข้ามาที่นี่ แม้จะต้องแลกด้วยการถูกคาร่าคุมตัวไว้ก็ตาม
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือกันความร้อนของเอเลียสแตะลงบนหน้าจอโฮโลแกรมที่กระพริบติดๆ ดับๆ ข้อมูลโค้ดดิ้งยุคเก่าไหลทะลักขึ้นมาบนจอภาพราวกับสายน้ำตก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาหลังเลนส์กระจกหรี่ลงเมื่อวิเคราะห์ชุดคำสั่งที่ถูกเขียนขึ้นใหม่เมื่อไม่นานมานี้
"มีบางอย่างผิดปกติ..." เอเลียสพึมพำเบาๆ แต่ระบบสื่อสารยังคงส่งเสียงไปถึงคาร่า
"อะไร?" คาร่าถามทันที ปืนในมือกระชับแน่นขึ้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวของเธอขยับเข้ามาใกล้หลังเขา
"ระบบล็อกประตูไม่ได้ถูกปิดตายจากคำสั่งภายนอกเมื่อสิบปีก่อน..." เอเลียสเงยหน้าขึ้นมองจอภาพที่ตอนนี้แสดงกราฟิกโครงสร้างสถานีเป็นสีแดงฉาน "แต่มันถูก *เขียนทับ*... เมื่อสามชั่วโมงที่แล้วนี่เอง"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที บรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก คาร่าชะงักไปชั่วขณะ สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลทางยุทธวิธีอย่างรวดเร็ว "ถ้ามีคนอื่นอยู่ในสถานีนี้... ทำไมสัญญาณชีพจรของเราถึงเป็นกลุ่มเดียวที่ตรวจจับได้จากศูนย์บัญชาการดาวเทียม?"
"นั่นแหละคือคำถามที่ผมพยายามหาคำตอบมาตลอดทาง" เอเลียสลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสมหัสนัยน์ตากับคาร่าในความมืดที่มีเพียงแสงสีแดงจากหน้าจอสะท้อน "ที่นี่ไม่ได้ถูกทิ้งร้าง... มันถูกใช้เป็น 'ห้องขัง' ต่างหากล่ะ"
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรเพิ่มเติม เสียงโลหะหนักหน่วงกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวมาจากอุโมงค์ระบายอากาศเบื้องบน ตามด้วยเสียงระบบจ่ายไฟสำรองที่กะพริบติดๆ ดับๆ จนเปลี่ยนจากสีส้มกลายเป็นสีแดงเลือดนก
*คลิก... ติ๊ด...*
เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนภาษาละตินโบราณที่ปรากฏขึ้นบนทุกหน้าจอในห้องควบคุม:
`[ WARNING: CONTAINMENT PROTOCOL BREACHED. SUBJECT OMEGA IS LOOSE. ]`
คาร่าหันขวับไปตามเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากความมืดมิดสุดปลายทางเดิน เธอเล็งปากกระบอกปืนไปยังเงาร่างหนึ่งที่กำลังก้าวออกมาจากหมอกควันสีขาวของท่อไอเสียที่รั่วไหล เงาร่างนั้นสวมชุดวิศวกรแบบเดียวกับเอเลียส ทว่าท่วงท่าและการเดินกลับบิดเบี้ยวผิดมนุษย์มนา
"เอเลียส..." คาร่าเอ่ยเสียงต่ำ มือของเธอสั่นเล็กน้อยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า "นั่น... พ่อของคุณใช่ไหม?"
เอเลียสไม่ตอบ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่เงาร่างเบื้องหน้าเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาที่ว่างเปล่าและสายระโยงระยางที่เชื่อมต่อกับสมองกลชีวภาพ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดของสถานีร้างนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง•ตอนที่ 4
ร่องรอยในเขตจำกัด
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!