วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง•ตอนที่ 3

คนสองขั้วในห้องคุมงาน

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องควบคุมแรงดันอากาศเขตสาม เหมือนกระดูกของยักษ์ใหญ่ที่กำลังแตกหักภายใต้แรงกดดันจากสุญญากาศภายนอก สถานีอวกาศไกอา-7 ไม่เคยหลับใหล และในยามวิกาลเช่นนี้ มันยิ่งส่งเสียงคำรามในลำคอราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บที่รอวันล่มสลาย เอเลียสไม่ได้สนใจเสียงเหล่านั้น มือสวมถุงมือกันความร้อนของเขากำลังจิ้มหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ปลายนิ้วรัวเร็วจนเกิดภาพติดตา ข้อมูลโค้ดระบบระบายความร้อนที่เสียหายถูกป้อนทับด้วยชุดคำสั่งที่เขาเขียนขึ้นสดๆ ร้อนๆ แบบเรียลไทม์ "คุณกำลังทำบ้าอะไรอยู่, เอเลียส" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวดาบคาตานะดังขึ้นจากด้านหลัง คาร่าก้าวเข้ามาในห้องควบคุมด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและไร้ซุ่มเสียง ชุดเกราะทหารของเธอยังคงสะอาดและเข้ารูปอย่างสมบูรณ์แบบ แม้ผ่านการทำงานติดต่อกันมาสิบแปดชั่วโมงเต็ม ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองหน้าจอโฮโลแกรมที่มีโค้ดสีแดงฉานวิ่งพล่าน ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าเปื้อนคราบเขม่าคาร์บอนของวิศวกรหนุ่ม เอเลียสชะอักมือเล็กน้อย แต่ไม่หันกลับไปมอง เขายังคงจดจ่ออยู่กับการโยกคันโยกจำลองพลังงาน "ผมกำลังต่ออายุให้สถานีนี้อีกสี่สิบแปดชั่วโมงครับ ผู้คุมกฎคาร่า ซึ่งนานพอที่เราจะมีชีวิตรอดจนกว่ายานอพยพชุดแรกจะมาถึง" "ด้วยการบายพาสระบบนิรภัยหลักของเตาปฏิกรณ์เนี่ยนะ?" คาร่าก้าวเข้ามาประชิด ร่างเพรียวสง่าหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเย็นชาและระเบียบวินัยทหารแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดลงไปหลายองศา "ตามมาตราฐานความปลอดภัยฉบับที่ 104 ของสหพันธ์ดวงดาว การกระทำของคุณถือเป็นกบฏต่อความมั่นคงของสถานี มีโทษสูงสุดคือการเนรเทศออกสู่สุญญากาศทันที" เอเลียสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขากดปุ่มยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นสีเขียวสว่างวาบ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธออย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้เสียจนเอเลียสได้กลิ่นจางๆ ของโลหะและสบู่ฆ่าเชื้อจากเครื่องแบบของเธอ ดวงตาสีฟ้าเข้มของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาเข้มของหญิงสาว คาร่าไม่หลบสายตา ความนิ่งงันของเธอมันหนักแน่นราวกับผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก "กฎระเบียบของคุณมันถูกเขียนขึ้นโดยข้าราชการในห้องแอร์บนดาวแม่ ที่ไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสความหนาวเหน็บของเหล็กกล้าที่กำลังจะฉีกขาด" เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "ถ้าผมไม่ตัดวงจรนิรภัยนั้นทิ้ง ตอนนี้แรงดันในเขตสามจะลดลงจนสูญญากาศดูดร่างของคนงานห้าสิบคนออกไปลอยเค្វ้งในอวกาศแล้วครับ... หรือคุณคิดว่าชีวิตคนเหล่านั้นมีค่าน้อยกว่ากระดาษแผ่นเดียวในคู่มือของคุณ?" "มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนห้าสิบคน, เอเลียส" คาร่าตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันบ่งบอกถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังซัดส่ายอยู่ภายใน "ถ้าคุณเปิดช่องโหว่ในระบบนิรภัยตรงนั้น แฮกเกอร์ฝ่ายกบฏที่แฝงตัวอยู่บนสถานีอาจใช้มันเป็นประตูหลังเพื่อเข้ายึดระบบควบคุมชีวิตทั้งหมดของสถานีได้ นั่นหมายถึงความตายของคนนับหมื่น คุณกำลังเอาชีวิตคนส่วนใหญ่ไปเสี่ยงกับการตัดสินใจตามอำเภอใจของคุณคนเดียว" "คุณมองเห็นแต่ภาพกว้างจนมองไม่เห็นคนตรงหน้าเลยสินะครับ" เอเลียสขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนคาร่าต้องเงยหน้าขึ้นเล็กเพื่อสบตาเขา "ทหารมักจะเป็นแบบนี้เสมอ... มองโลกเป็นสีขาวกับดำ แยกแยะมิตรและศัตรูอย่างไร้ความปรานี แต่โลกในความเป็นจริงมันคือเฉดสีเทานับล้าน ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ พวกเราทุกคนก็ตายตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และระบบรักษาความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบของคุณ ก็จะกลายเป็นอนุสาวรีย์เหล็กที่ไร้ซึ่งวิญญาณ" คำพูดนั้นทำเอาคิ้วเรียวของคาร่ากระตุกเล็กน้อย เธอรู้ว่าเขาพูดความจริง สถานีนี้กำลังจะพังทลายจากความเก่าแก่และการขาดการบำรุงรักษา ไม่ใช่จากฝีมือของกบฏอย่างที่กองบัญชาการพยายามหวาดระแวง แต่ทัศนคติที่กล้าท้าทายอำนาจอย่างไร้ความยเกรงใจของวิศวกรหนุ่มผู้นี้ คือสิ่งที่เธอต้องควบคุมให้ได้ "ความเห็นอกเห็นใจที่ไม่รู้จักกาลเทศะ จะฆ่าทุกคนในที่สุด, เอเลียส" คาร่ายื่นมือเรียวไปแตะที่ด้ามปืนพกเลเซอร์ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ แม้นิ้วจะไม่ได้เหนี่ยวไก แต่ท่าทีนั้นก็แสดงถึงความพร้อมที่จะใช้กำลังเด็ดขาด "ฉันชื่นชมมันสมองของคุณ แต่นิสัยชอบเล่นนอกกติกาของคุณมันอันตรายเกินไป... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป คุณจะไม่อนุญาตให้แตะต้องแผงวงจรไหนทั้งสิ้นโดยไม่ได้รับลายลักษณ์อักษรจากฉัน" เอเลียสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งยโสและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน มือหนาของเขายื่นไปคว้าข้อมือเรียวที่กำลังวางอยู่ใกล้ด้ามปืนของเธอไว้มั่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้คาร่าต้องชะงักและตวัดสายตาดุดันกลับมามอง ผิวสัมผัสผ่านถุงมือเนื้อบางส่งผ่านความร้อนระอุจากร่างกายของเขาเข้ามา คาร่ารู้สึกได้ถึงจังหวะชีพจรที่เต้นระรัวใต้ข้อมือของวิศวกรหนุ่ม ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความตื่นตัวของนักล่าที่พบเหยื่อสมน้ำสมเนื้อ "ถ้าคุณขังผมไว้กับกฎระเบียบของคุณ... อีกสามชั่วโมง เครื่องยนต์หลักจะโอเวอร์ฮีท และระเบิดตู้มเป็นดอกไม้ไฟดวงใหญ่" เอเลียสโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นพร่าเลือนจนชวนให้ขนลุก "ถึงตอนนั้น ต่อให้คุณมีลายลักษณ์อักษรจากผู้บัญชาการสูงสุด ก็ไม่มีความหมายอะไรหลงเหลือให้เซ็นอีกแล้วครับ" คาร่าสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นโอโซนและเหงื่อจางๆ จากตัวเขาผสมผสานกับกลิ่นอับของสถานีร้าง เธอเกลียดความจริงที่ว่าเขากำลังพูดถูก และเกลียดมากกว่าที่ร่างกายของเธอตอบสนองต่อความใกล้ชิดนี้ด้วยความตึงเครียดที่แปลกประหลาด ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากตอบโต้ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินสีแดงฉานก็พลันกะพริบวาบไปทั่วทั้งห้อง พร้อมๆ กับเสียงระบบเสียงประกาศอัตโนมัติที่ดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าผิดปกติ *[เตือนภัย... ตรวจพบการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต ณ ห้องเก็บแคปซูลนิรภัยหมายเลข 7]* *[รหัสผ่านถูกใช้งาน... โดยบุคคลที่ถูกระบุว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามปีก่อน]* คนทั้งสองผละออกจากกันทันทีโดยอัตโนมัติ ดวงตาสีเทาเข้มของคาร่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ขณะที่แววตาของเอเลียสฉายแววครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว หน้าจอโฮโลแกรมตรงกลางห้องรีเซ็ตตัวเองโดยอัตโนมัติ ภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องเก็บแคปซูลปรากฏขึ้นเป็นภาพขาวดำที่สั่นไหว ร่างในชุดนักบินอวกาศเก่าคร่ำคร่ากำลังยืนอยู่หน้าแผงควบคุม ร่างนั้นหันหน้ามามองกล้องโดยตรงราวกับรู้ว่ากำลังถูกจับ ก่อนที่ภาพจะตัดสัญญาณหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆ ที่ลอดผ่านคลื่นวิทยุฉุกเฉินเข้ามาในห้องควบคุมโดยตรง *...ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ, เอเลียส... ลูกชายของพ่อ* ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงอวกาศไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%