เสียงกระชากของสลักนิรภัยไทเทเนียมดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องควบคุมแรงดันอากาศเขตสาม มันไม่ใช่เสียงของการเปิดใช้งานตามโปรโตคอลมาตรฐาน แต่เป็นการปลดล็อกด้วยระบบฉุกเฉินระดับสูงสุดที่ต้องใช้รหัสผ่านสิบสองหลักและสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่ระดับผู้บัญชาการสถานีเท่านั้น
เอเลียสไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองจากแผงวงจรควบคุมหลักที่กำลังส่งเสียงเตือนเป็นจังหวะกระชั้นชิด แสงสีส้มวาบสะท้อนบนกรอบแว่นสายตาของเขา เผยให้เห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาที่บ่งบอกถึงการอดนอนมาหลายวัน ปลายนิ้วที่สวมถุงมือกันความร้อนยังคงกดรัวลงบนแป้นโฮโลแกรมเพื่อฝังโปรแกรมแก้ไขโค้ดดิบเข้าไปในระบบระบายอากาศที่กำลังจะล่มสลาย
"คุณกำลังทำลายหลักฐานทางนิติเวชของสถานี, เอเลียส"
เสียงนั้นเรียบ นิ่ง และเยียบเย็นราวกับไนโตรเจนเหลว มันดังก้องขึ้นจากด้านหลัง โดยมีระยะห่างพอเหมาะที่จะประทับปืนพกพลังงานเข้าที่ท้ายทอยของเขาได้ในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที
คาร่าก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดเกราะภาคสนามสีดำสนิท ไร้รอยขีดข่วน แตกต่างจากสภาพของสถานีร้างแห่งนี้โดยสิ้นเชิง ตราสัญลักษณ์รูปดาบไขว้กับวงแหวนดาวเคราะห์บนอกเสื้อสะท้อนแสงไฟสำรองสีแดงก่ำ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วห้อง ประเมินความเสียหาย คราบน้ำมันเครื่อง และสายเคเบิลที่ระเกะระกะราวกับงูพิษถูกถลกหนัง เธอมองไม่เห็นความตื่นตระหนกในตัววิศวกรหนุ่มเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความดื้อรั้นอันน่ารำคาญที่เธอเคยพบเจอมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในกองบัญชาการกลาง
เอเลียสถอนหายใจยาวนาน ปล่อยมือจากแป้นพิมพ์แล้วหันกลับมาเผชิญหน้า เธอสูงพอที่จะสบตากับเขาได้โดยไม่ต้องเงยขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกทึ่งเสมอ—ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น แม้ในยามที่ออกซิเจนในสถานีเหลือไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์
"ถ้าผมไม่ตัดวงจรระบายอากาศโซนบีทิ้งในอีกสามนาทีข้างหน้า แก๊สพิษไฮдразин จะไหลย้อนกลับเข้าไปในเขตที่พักอาศัย และคุณจะได้ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกสี่สิบสองศพ ไม่ใช่เพราะการฆาตกรรม แต่เพราะความโง่เง่าของระบบอัตโนมัติที่คุณพยายามปกป้อง" เอเลียสกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงรอยเย้ยหยันจางๆ ที่มุมปาก
คาร่าไม่สะท้าน เธอยกปืนพกขึ้นอีกนิด น้ำหนักของอาวุธในมือเธอคือสิทธิ์ขาด "ระเบียบปฏิบัติข้อที่สี่ระบุไว้ชัดเจน ห้ามแตะต้องโครงสร้างพื้นฐานของสถานีจนกว่าทีมสืบสวนอิสระจะมาถึง คุณเป็นแค่วิศวกรซ่อมบำรุง, เอเลียส ไม่ใช่ผู้พิพากษา"
"และคุณก็เป็นแค่ผู้คุมกฎที่กำลังใช้ตรรกะของกระดาษแผ่นเดียวมาตัดสินความเป็นความตายของมนุษย์จริงๆ" เอเลียสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเข้ามาใกล้จนปลายกระบอกปืนเกือบจะแตะเข้ากับอกเสื้อกาวน์เปื้อนคราบเขม่าของเขา "มองไปรอบๆ สิครับ คาร่า สถานีนี้ถูกทิ้งร้างมาสามปี ระบบสื่อสารพังทับถม รัฐบาลสหพันธ์ลืมพวกเราไปตั้งแต่สนธิสัญญาดาวอังคารถูกฉีกทิ้งแล้ว ไม่มีทีมสืบสวนที่ไหนจะมาที่นี่หรอก มีแต่พวกเรา... และศพในห้องแช่แข็งพวกนั้น"
บรรยากาศในห้องอับทึบตึงเครียดจนแทบจะคว้ามาจับต้องได้ แรงโน้มถ่วงเทียมของสถานีส่งเสียงฮัมต่ำๆ คล้ายเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในกรงขัง สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างดุเดือด มันคือการปะทะกันระหว่างสองขั้วความคิด—ความยืดหยุ่นเพื่อการเอาชีวิตรอดของวิศวกรผู้สติเฟื่อง กับความจงรักภักดีต่อระเบียบวินัยอันแข็งกระด้างของผู้คุมกฎ
คาร่าเม้มปากเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย เธอกำด้ามปืนแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว จิตวิทยาของเธอถูกฝึกฝนให้ไม่อ่อนข้อต่อคำพูดชี้นำใดๆ แต่กลิ่นอายความเด็ดเดี่ยวในแววตาสสีนิลของเอเลียสกลับสร้างรอยร้าวเล็กๆ ในเกราะป้องกันของเธอ
"ถอยหลังไปสามก้าว" เธออกคำสั่ง เสียงต่ำลอดไรฟัน "ฉันจะติดต่อศูนย์บัญชาการภาคพื้นเพื่อขออนุมัติกรณีพิเศษเอง"
"ศูนย์บัญชาการอยู่ห่างออกไปเจ็ดปีแสงครับ กว่าสัญญาณจะไปถึง พวกเราคงกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ลอยเคว้งในอวกาศไปนานแล้ว" เอเลียสยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เธอเกลียดชังเพราะมันช่างดูรู้ทันและเย่อหยิ่งเสียเหลือเกิน "ปล่อยให้ผมทำหน้าที่ของผมเถอะครับ คุณคาร่า คุณรักษาความปลอดภัยทางกฎหมายไป ส่วนผมจะรักษาลมหายใจของคนที่นี่เอง เราต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบไม่ใช่หรือครับ?"
ชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีใครขยับเขยื้อน ราวกับเวลาถูกแช่แข็งไว้ท่ามกลางเสียงเตือนภัยที่ดังเป็นระยะ คาร่าชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงที่จะปล่อยให้วิศวกรผู้นี้แหกกฎ กับความเสี่ยงที่ระบบทั้งหมดจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เธอรู้ดีว่าคำพูดของเขานั้นถูกต้องครึ่งหนึ่ง—ไม่มีทีมสืบสวนไหนจะเดินทางมาถึงสถานีปลายทางที่ถูกลืมเลือนแห่งนี้ในเร็วๆ นี้แน่
นิ้วที่เหนี่ยวไกค่อยๆ คลายลงเล็กน้อย คาร่าลดปืนลงช้าๆ แต่แววตายังคงแข็งกร้าวไม่เปลี่ยน
"คุณมีเวลาอีกสองนาทีครึ่ง, เอเลียส" เธอกล่าวเสียงเรียบ "ถ้าสถานีระเบิด หรือถ้าฉันพบว่าคุณกำลังปกปิดอะไรมากกว่าแค่ท่อระบายอากาศ... กระสุนนัดแรกจะฝังอยู่ในหัวของคุณ ไม่ใช่ที่ผนัง"
"ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ" เอเลียสโค้งศีรษะให้เธอเล็กน้อยด้วยท่าทีของสุภาพบุรุษจอมปลอม ก่อนจะหันกลับไปซัดหน้าจอโฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงอีกครั้ง
ในขณะที่เอเลียสกำลังพิมพ์คำสั่งชุดสุดท้ายเพื่อรีเซ็ตวาล์วแรงดันหลัก สายตากลับเหลือบไปเห็นข้อมูลดิบชุดหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ในโฟลเดอร์ลับของระบบระบายอากาศ มันไม่ใช่แผนผังเครื่องกลอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นบันทึกการส่งข้อมูลออกนอกสถานีแบบเข้ารหัสลับ ซึ่งถูกส่งไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน—ในช่วงเวลาที่ควรจะไม่มีใครมีชีวิตรอดอยู่บนสถานีแห่งนี้เลยนอกจากพวกเขา
ปลายนิ้วของเขาชะงักกึก โค้ดที่กำลังเขียนค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ หน้าจอแสดงผลเปลี่ยนจากสีส้มกลายเป็นสีฟ้าเข้มพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนแปลกปลอมที่ผุดขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง
*< ตรวจพบการเข้าถึงระบบจากภายนอก: ปลายทาง - ดาวเคราะห์น้อยเซทอส >*
เอเลียสขมวดคิ้วแน่น เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากทักท้วง เสียงโลหะหนักหน่วงกระแทกเข้ากับประตูห้องควบคุมอีกฝั่งก็ดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีบางสิ่งพยายามพังประตูเข้ามาจากอุโมงค์บริการร้างที่ไม่มีใครเคยใช้งาน
คาร่าดีดตัวกลับหลังหันในเสี้ยววินาที พร้อมยกปืนขึ้นเล็งไปที่ประตูเหล็กบานนั้นทันทีโดยไม่ต้องนัดหมาย
"เอเลียส..." คาร่าเรียกเสียงกระซิบ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่เห็นรอยบุ๋มบนประตูเหล็กหนาหนิ้วครึ่งยุบตัวลงมาตามแรงกระแทกจากด้านนอก "นั่นไม่ใช่แรงดันอากาศ... มีบางอย่างกำลังพยายามเข้ามา"
และก่อนที่วิศวกรหนุ่มจะได้หันไปตอบ ไฟฉุกเฉินทั่วทั้งห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน เหลือเพียงแสงสีแดงวาบจากจอโฮโลแกรมที่สะท้อนใบหน้าซีดเผือดของทั้งคู่ เมื่อเสียงล็อกนิรภัยของประตูบานข้างๆ ดีดตัวเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับไอความเย็นจัดที่พวยพุ่งออกมาจากความมืดมิด
---
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านมา ณ ที่นี้นะครับ
วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของสถานีอวกาศ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!