แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอหลักของหน่วยสื่อสารสะท้อนลงบนใบหน้าครึ่งซีกของเอเลียส เส้นเรืองแสงเหล่านั้นเต้นระริกตามจังหวะการประมวลผลของระบบ AI ปริศนาที่เพิ่งตัดขาดพวกเขาออกจากโลกภายนอก รอยยิ้มเยือกเย็นจากเลนส์กล้องเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด เปรียบเสมือนเงาหัวที่ทอดทับลงมาอย่างเชื่องช้าแต่หนักหน่วง
"มันไม่ได้ล็อกประตูจากภายนอก... มันถอดรหัสผ่านพอร์ตเชื่อมต่อสำรอง แล้วเขียนทับเคอร์เนลหลักต่างหาก"
เอเลียสเอ่ยขึ้น ท่าทางของเขาไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวพับเก็บประแจแรงบิดลงในกระเป๋าเครื่องมืออย่างใจเย็น สายตากวาดมองแผงวงจรที่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นกลุ่มเส้นใยนำแสงสีส้มที่กำลังไหม้เกรียมจากความร้อนของการโอเวอร์โหลด
คาร่าก้าวเท้าเข้ามาประชิดแผงควบคุมหลัก ชุดเกราะรบภาคสนามส่งเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ในห้องที่เงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ เธอยกปืนพกพลังงานขึ้นตรวจสอบระดับพลังงานด้วยความคุ้นเคย มืออีกข้างแตะลงบนด้ามจับอย่างมั่นคง ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องสื่อสารขนาดกว้างสิบตารางเมตรแห่งนี้ เพื่อประเมินจุดอับสายตาและช่องทางระบายอากาศ
"ถ้าพูดในแง่ยุทธวิธี เรากำลังติดอยู่ใน 'กล่องปลาทูน่า' ที่ไม่มีทางหนีทีไล่" คาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงสัญชาตญาณดิบของทหารผ่านศึกที่ตื่นตัวเต็มที่ "ไม่มีอาวุธหนัก ไม่มีทางออกฉุกเฉิน และถ้าไอ้คนที่อยู่ในจอนั่นเพิ่มระดับความดันในห้องนี้ให้สูงขึ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์ เราสองคนจะกลายเป็นปลาแห้งในกระป๋องทันทีโดยไม่ต้องรอให้มันลงมือยิง"
เอเลียสเหลือบมองผู้คุมกฎสาวแวบหนึ่ง มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะคาดเด, "คุณนี่มองโลกในแง่ดีเสมอเลยนะครับผู้คุมกฎคาร่า... แต่คุณลืมมองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไปอย่างหนึ่ง"
"อะไร?"
"หน่วยสื่อสารนี้ถูกสร้างขึ้นในยุคบุกเบิกดาวอังคาร สมัยที่บริษัทยังใช้ระบบอนาล็อกผสมควอนตัมเพื่อป้องกันการถูกเจาะระบบจากกองกำลังปฏิวัติ" เอเลียสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปใกล้เสาอากาศส่งสัญญาณหลักที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง "หมายความว่า... มันยังมีระบบกลไกคานงัดแบบดั้งเดิมที่ซ่อนอยู่หลังแผงควบคุมความร้อน คุณไม่สามารถใช้รหัสผ่านดิจิทัลเปิดมันได้หรอกครับ แต่ถ้าใช้แรงดันไฮดรอลิกจากถังดับเพลิงอัดอากาศ... เราอาจจะพอมีเวลาห้าวิฯ ก่อนที่ระบบความปลอดภัยจะพ่นแก๊สพิษใส่เรา"
คาร่าหรี่ตาลงเล็กน้อย วิเคราะห์แผนบ้าบิ่นของวิศวกรหนุ่มในเสี้ยววินาที "คุณกำลังเสี่ยงทายชีวิตตัวเองกับเศษเหล็กขึ้นสนิมเนี่ยนะ?"
"มันไม่ใช่การเสี่ยงทายครับ... แต่มันคือการคำนวณความน่าจะเป็นบนพื้นฐานของความวิปลาสต่างหาก" เอเลียสยื่นประแจในมือให้เธอ "ถือไว้ครับ ถ้าผมดึงวาล์วตัวนี้แล้วระบบล็อกอัตโนมัติทำงาน คุณต้องเอาประแจนี้แทงทะลุแผงวงจรควบคุมหลักตรงนั้นทันที เพื่อตัดกระแสไฟเบรก"
คาร่ายื่นมือมารับประแจเหล็กเนื้อตัน น้ำหนักของมันเย็นเฉียบผ่านถุงมือผ้าตาข่าย เธอมองหน้าเอเลียส นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนความดื้อรั้นและสติปัญญาที่เฉียบคมจนน่ากลัว ในสถานการณ์ที่คนปกติคงสติแตก สองคนนี้กลับยืนเถียงกันเรื่องกลไกทางฟิสิกส์ราวกับกำลังนั่งถกกันในห้องประชุมสภา
"ถ้าแผนคุณพลาด ฉันจะเตะคุณให้กระเด็นออกไปทางช่องระบายอากาศคนแรกเลย วิศวกร" คาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไร้รอยยิ้ม
"ตามสบายครับ... ถ้ารอดไปได้ผมยอมให้คุณปรับทัศนคติด้วยกระบองกระแสไฟฟ้าเลย"
เอเลียสไม่รอช้า มือหนาคว้าเข้าที่วาล์วโลหะสีแดงเพลิงที่ฝังอยู่ใต้พื้นห้อง เขาออกแรงกดลงไปสุดแขน เสียงโลหะเสียดสีกันดังลั่น *เอี๊ยด!* สนั่นหวั่นไหว ทันใดนั้น ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็สาดส่องวาบไปทั่วห้อง เสียงสัญญาณเตือนภัยดัง "ตี๊ดๆๆ" ถี่กระชั้น อากาศภายในห้องเริ่มหมุนวนด้วยแรงดันมหาศาล หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดดับวูบลงในพริบตา
"ตอนนี้แหละคาร่า!" เอเลียสตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณ
คาร่าไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอกระโจนเข้าหาแผงวงจรตามที่นัดหมาย เงื้อมือขึ้นสุดแขนแล้วฟาดประแจลงไปเต็มแรง! *เปรี๊ยะ!* ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบราวกับฟ้าผ่าในห้องแคบๆ กลิ่นโอโซนและฉนวนไหม้คละคลุ้งไปทั่ว
ประตูกลไกด้านหลังห้องส่งเสียงปลดล็อกดัง *ปัง!* พร้อมกับกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งออกมาจากท่อระบายความร้อน ทั้งสองคนไม่รอช้า พุ่งตัวลอดผ่านช่องแคบออกสู่ทางเดินมืดทึบของสถานีร้างได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ประตูกลจะปิดทับลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทางเดินอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของทั้งคู่ที่ยืนพิงผนังโลหะเย็นเฉียบ เอเลียสยกมือขึ้นปัดควันสีเทาออกจากเสื้อกาวน์สีขาวของตนเอง ก่อนจะหันมามองคู่หูเฉพาะกิจที่กำลังเช็ดเขม่าควันออกจากแก้ม
"ผมบอกแล้วว่าเราจะรอด..." เอเลียสกำลังจะเอ่ยต่อ แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังสะท้อนก้องมาจากปลายทางเดินมืดสนิท
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นเหล็กดังเป็นจังหวะ มั่นคง และทรงพลัง ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทุกที คาร่ายกปืนขึ้นเล็งไปในความมืดทันทีโดยสัญชาตญาณ เอเลียสขยับเข้าไปยืนขนาบข้าง พร้อมกับกวาดสายตาไปยังจอแสดงผลพกพาที่เพิ่งกู้ข้อมูลกลับมาได้เสี้ยววินาที
แสงไฟจากหน้าจอเล็กๆ สะท้อนรายชื่อไฟล์ลับที่เพิ่งถูกดาวน์โหลดอัตโนมัติขณะที่พวกเขาติดอยู่ในห้องสื่อสาร และชื่อเจ้าของรหัสผ่านที่เข้าควบคุมระบบทั้งหมดเมื่อครู่ ก็ปรากฏขึ้นหราอยู่บนหน้าจอ... เป็นชื่อที่ไม่มีใครบนสถานีนี้กล้าแม้แต่จะเอ่ยถึง
คาร่าชะงักค้าง ปืนในมือสั่นน้อยๆ เมื่อเงาร่างสูงโปร่งในชุดผู้คุมกฎระดับสูงก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม
"ยินดีต้อนรับกลับสู่ระบบ... ผู้พันคาร่า"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง•ตอนที่ 8
กรงขังลอยฟ้า
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิปลาสกับผู้คุมกฎแห่งสถานีร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!