"ช้าก่อน... ผู้มาเยือนยามวิกาลเช่นนี้ เกรงว่าจะไร้มารยาทไปหน่อยกระมัง"
เสียงหัวเราะแหบพร่าดังก้องกังวาน ทะลวงผ่านม่านราตรีอันหนาทึบเข้ามา ราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนลงบนผืนผ้าไหม ท่ามกลางแสงคบเพลิงนับร้อยที่สطวบสว่างขึ้นจนรัตติกาลรอบซากวิหารร้างสว่างจ้าดดุจกลางวัน เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายหมาป่าโลหิตก้าวเท้าออกมาจากแถวหน้าสุด มือขวากุมด้ามกระบี่สเลือด ปราณสังหารแผ่ซ่านกดทับจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยว
หลี่เฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย กลิ่นอายสุราในปากพลันจางหายไปแทนที่ด้วยรสชาติฝาดเฝื่อนของความทรงจำอันมืดดำ บุคคลเบื้องหน้าไม่ใช่คนแปลกหน้า... เขาคือ 'ไป๋หู' อดีตศิษย์พี่ร่วมสำนักผู้ทรยศ หักหลังอาจารย์จนต้องตกตายในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน!
"ที่แท้ก็เป็นสุนัขรับใช้ที่หนีหัวซุกหัวซุนในวันนั้น..." หลี่เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมทอประกายเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "คิดไม่ถึงว่าผ่านมาสิบปี เจ้ายังคงใช้กลิ่นสาบสุนัขหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในเงามืดเช่นเดิม"
"หลี่เฟยหลง!ปากกล้าขาสั่นเช่นนี้ เจ้ายังคงนิสัยไม่เปลี่ยน!" ไป๋หูแผדเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาสجดจ้องศิษย์น้องผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมันไว้ใต้ฝ่าเท้าด้วยความแค้นเคือง "วันนี้ไม่ใช่ค่ำคืนที่เจ้าจะมาสำแดงวาทศิลป์ ศิษย์พี่ใหญ่สั่งมา... เอาบันทึกตระกูลมู่หรงและหัวของพวกเจ้าสองคนมาสังเวย!"
สิ้นเสียงคำราม กองกำลังนับร้อยพุ่งทะยานเข้าล้อมกรอบทันที คมกระบี่นับร้อยเล่มเปล่งแสงเจิดจ้าสะท้อนกับเปลวเพลิง ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด มู่หรงเซวี่ยกลับไม่แม้แต่จะชายตามองมือสังหารเหล่านั้น นางก้าวออกมายืนเคียงข้างหลี่เฟยหลง ปลายกระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริกเล็กน้อย ปราณเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นสู่พื้น
"หลี่เฟยหลง..." เสียงหวานใสแต่เย็นชาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง "หากเจ้ากำจัดพวกมันทั้งหมดภายในหนึ่งก้านธูป ข้าตกลงตามเงื่อนไขที่เจ้าเคยเอ่ยอ้าง"
หลี่เฟยหลงเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนจะหัวเราะร่าออกมาเสียงดังลั่น "คุณหนูมู่หรง ท่านช่างกล้าต่อรองในสถานการณ์คับขันเช่นนี้สมเป็นทายาทตระกูลใหญ่เสียจริง... ได้! ถือว่าคำพูดของท่านมีค่ายิ่งกว่าสุราหมื่นจอก!"
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เฟยหลงก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับสายลมพายุที่ไร้ร่องรอย ประกายกระบี่สีเขียวมรกตเจิดจรัสขึ้นท่ามกลางความมืด วิชากระบี่เมามายไร้ลักษณ์ถูกแผ่ซ่ายออกไป ทุกย่างก้าวที่เขาเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความพลิกแพลงและคาดเดาไม่ได้ ราวกับเซียนสุราผู้กำลังร่ายรำท่ามกลางหมู่มาร
*ฉับ! เคร้ง! โครม!*
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเคล้ากับละอองสุราที่หลี่เฟยหลงพ่นออกมาจากปาก ปราณกระบี่ของเขาดุดันและเฉียบคมราวกับพญายมคร่าวิญญาณ เพียงแค่พริบตาเดียว ศัตรูแถวหน้าสิบกว่าคนก็ล้มฟุบลงจมกองเลือดโดยไม่มีโอกาสได้กรีดร้อง
ไป๋หูเห็นลูกน้องถูกสังหารอย่างง่ายดาย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและเกรี้ยวกราด มันชักกระบี่โลหิตออกจากฝัก พลังปราณขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ระเบิดออกรอบตัวจนพื้นดินรอบกายแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ "ไอ้เด็กเวร! วันนี้ข้าจะควักหัวใจเจ้าออกมาดู!"
"ฝีมือพัฒนาขึ้นนี่ แต่ก็น่าเสียดาย..." หลี่เฟยหลงเบี่ยงตัวหลบคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างเฉียดฉิว รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปาก "น่าเสียดายที่สมองของเจ้ายังโง่เง่าเหมือนเดิม"
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เลือดและประกายไฟผสมผสานกันจนกลายเป็นภาพวาดแห่งความตายในยามวิกาล มู่หรงเซวี่ยยืนนิ่งสงบอยู่ใจกลางวงล้อม ปลายกระบี่น้ำแข็งของนางกวาดซัดผู้ที่หลุดรอดเข้ามาจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในพริบตา แม้ทั้งสองจะไม่ได้นัดหมายกัน แต่ท่วงท่าการประสานมือกลับเข้าขาอย่างน่าประหลาด ราวกับพยัคฆ์ติดปีกที่ไร้ผู้ต่อกร
ทว่า... ในจังหวะที่หลี่เฟยหลงกำลังจะเผด็จศึกไป๋หูด้วยกระบี่เดียว ท้องนภาเบื้องบนที่เคยปลอดโปร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ!
*เปรี้ยงงงง!*
เสียงสายฟ้าฟาดคำรามกึกก้องราวกับแผ่นดินจะถลาย อสนีบาตสีม่วงเข้มเส้นมหึมาผ่าลงมาจากยอดเขาต้องห้ามโดยตรง แสงสว่างวาบของมันไม่ได้ทำลายล้างแค่ต้นไม้ใหญ่ แต่กลับสะท้อนให้เห็นเงาร่างลึกลับนับสือร่างที่ยืนอยู่บนหน้าผาสูงชันเหนือศีรษะพวกเขากำลังมองลงมาด้วยสายตาสมเพช
และที่น่าตกใจที่สุดคือ... สัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนหน้าอกของคนพวกนั้น คือตราประทับของ "สำนักกระบี่สวรรค์" สำนักที่ควรจะสูญสลายไปพร้อมกับอาจารย์ของหลี่เฟยหลงเมื่อสิบปีก่อน!
หลี่เฟยหลงชะงักฝีเท้า ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเร้าใจเมื่อครู่ กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยสายตาของมัจจุราช
"หึ... คิดไม่ถึงว่าพวกมันจะรอต้อนรับเราอยู่ข้างบนนั้นแล้วสินะ" มู่หรงเซวี่ยเอ่ยเสียงแผ่วเบา ขณะที่ความเย็นเยือกจากกระบี่ของนางเริ่มสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นที่นางไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เซียนสุราเมามายขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 3 นี้ด้วยนะครับ
เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 3
เส้นทางลี้ลับสู่หุบเขาพันปี
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!