เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 2

กระบี่เมามายกับเกล็ดน้ำแข็ง

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"ก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว หญิงสาวผู้นี้จะกลายเป็นศพไร้ญาติทันที!" เสียงคำรามแหบพร่าดังก้องสะท้อนในความมืดอับชื้นของซากวิหารร้าง ไอสังหารสีดำคล้ำพวยพุ่งทะลักออกมาจากเงาร่างลึกลับที่ทาบทับอยู่เบื้องหลังร่างอันบอบบางของมู่หรงเซวี่ย ปลายกระบี่อาบยาพิษสีเขียวมรกตจ่อติดอยู่กับลำคอระหง เส้นผมสีรัตติกาลของนางสยายระพื้น ลมหายใจแผ่วเบาบ่งบอกถึงสภาวะลมปราณที่ถูกสะกดไว้ด้วยเคล็ดวิชาสายมาร ทว่า... หลี่เฟยหลงกลับไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ชายหนุ่มแย้มยิ้มมุมปาก นัยน์ตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนง่วงงุน มือขวาถือไหสุราหยกเขียว ยกขึ้นกระดกอึกใหญ่ กลิ่นสุราฤทธิ์แรงกระจายคละคลุ้งกลบกลิ่นคาวเลือดในบรรยากาศ เขาปาดคราบสุราที่มุมปากด้วยหลังมืออย่างไม่ี่อสี่หยวัน ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ฮ่าๆๆ... แม่นางมู่หรง ผู้คนร่ำลือว่าท่านคือเซียนน้ำแข็งผู้เย็นชาไร้พ่าย ไฉนวันนี้จึงกลายเป็นตุ๊กตากระเบื้องให้ไอ้พวกสุนัขรับใช้ลัทธิมารเอามาต่อรองเล่นเสียเล่า?" ดวงตาคู่สวยของมู่หรงเซวี่ยที่ถูกสะกดจุดไว้ตวัดมองเขาด้วยประกายตาดุดันราวกับต้องการจะแช่แข็งร่างของเขาให้สลายเป็นจุล แม้นางจะเปล่งเสียงไม่ได้ แต่แววตานั้นกรีดร้องออกมาเป็นหมื่นคำด่าทอ—*ไอ้คนสารเลว! เจ้ายังจะมีอารมณ์มาเยาะเย้ยข้าอีกหรือ!* "หุบปาก!" เงาร่างลึกลับแผดเสียงเกรี้ยวกราด แรงกดดันจากพลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านกดทับจนฝุ่นละอองในวิหารลอยเคว้ง "เจ้าคิดว่าสุราในมือจะช่วยชีวิตพวกเจ้าได้งั้นหรือ? ส่งบันทึกตระกูลมู่หรงมา มิฉะนั้น... ข้าจะปาดคอแม่นางผู้นี้เสียตรงนี้!" หลี่เฟยหลงถอนหายใจยาวนานราวกับกำลังแบกรับภาระที่หนักหนาสสาหัสที่สุดในใต้หล้า เขาหรี่ตามองคมกระบี่ที่จ่อคอนางเอกสาว ก่อนจะก้าวเท้าเซไปข้างหน้าหนึ่งก้าว—ท่าทางคล้ายคนเมาเดินไม่ตรงทาง แต่กลับซ่อนค่ายกลกระบี่ไร้ลักษณ์เอาไว้ในทุกย่างก้าว "พี่ชาย... ท่านใจร้อนเกินไปแล้ว" หลี่เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ทว่าแววตาคู่นั้นกลับคมกริบราวดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก "สุราดีต้องค่อยๆ ดื่ม ชีวิิตคนก็เช่นกัน... หากท่านรีบร้อนตัดคอ nàng ตอนนี้ ท่านจะไม่ได้แม้แต่เงาของบันทึกที่ว่านั่น... ว่าแต่... ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าคนที่ท่านจับอยู่... คือตัวจริง?" เงาร่างลึกลับชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก *เปรี้ยง!* ร่างของมู่หรงเซวี่ยที่ถูกจ่อคออยู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มควันไอเย็นสีขาวโพลน! "ภาพลวงตา?!" เงาร่างนั้นคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล รู้ตัวว่าตกหลุมพรางวิชาก้าวพายัพของจอมยุทธ์เมามายเข้าให้แล้ว "ถูกต้อง..." เสียงกระซิบเยือกเย็นดังขึ้นที่ข้างหูของมัน พร้อมกับกลิ่นสุราหอมกรุ่นที่ลอยมาปะทะนาสิก มู่หรงเซวี่ยที่แท้จริงปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังมันตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครล่วงรู้ ปลายกระบี่น้ำแข็งหมื่นปีของนางเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า จ่อทะลวงเข้าที่จุดชีพจรหัวใจของมันอย่างไร้ความปรานี! "บังani! เจ้ากล้าหลอกข้า!" เงาร่างลึกลับสะบัดกระบี่ตวัดกลับอย่างรวดเร็วเพื่อปัดป้อง แต่มันประเมินฝีมือของ 'คุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี' ต่ำเกินไป แม้ลมปราณจะถูกสะกดกึ่งหนึ่ง แต่วิชากระบี่ตระกูลมู่หรงหาใช่สิ่งที่คนระดับมันจะรับมือได้ง่ายๆ *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะของคมกระบี่สาดกระเซ็นสว่างวาบไปทั่วซากวิหาร ความเย็นยะเยือกแผ่ขยายวงกว้างจนหยาดน้ำค้างบนเพดานกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นราวกับหิมะโปรยปราย มู่หรงเซวี่ยเคลื่อนไหวราวกับเทพธิดาล่องหน ทว่าในยามนี้ ร่างกายของนางยังมีอาการบาดเจ็บหลงเหลืออยู่ ทำให้กระบวนท่าช่วงท้ายเริ่มติดขัด จังหวะนั้นเอง เงาร่างลึกลับอาศัยจังหวะที่นางชะงัก ปล่อยฝ่ามือทมิฬซัดเข้าที่กลางอกของนางอย่างอำมหิต! "ระวัง!" หลี่เฟยหลงที่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ ทะยานร่างเข้ามาดั่งสายฟ้าฟาด ไหสุราในมือถูกโยนขึ้นฟ้าก่อนที่เขาจะสะบัดฝ่ามือซัดพลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์เข้าปะทะกับฝ่ามือทมิฬอย่างจัง! *ตูมมม!* คลื่นพลังรุนแรงระเบิดออกจนผนังวิหารพังทลายลงมาครึ่งแถบ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หลี่เฟยหลงเซถอยหลังไปสามก้าว รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยแววตาจริงจังดุดัน ขณะที่เงาร่างลึกลับกระอักเลือดคำโต กระเด็นทะลุออกไปนอกหน้าต่างวิหารและหายลับไปในความมืดมิดของราตรีกาล ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับตึงเครียดเสียยิ่งกว่าเดิม มู่หรงเซวี่ยยืนหอบหายใจรดริน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยจากพิษไข้และลมปราณที่ตีกลับ นางปรายตามองบุรุษผู้ถือไหสุราที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางกวนโอ๊ยเช่นเดิม ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติบึ้งตึงขึ้นสามส่วน "ใครใช้ให้เจ้าเข้ามาสอดมือ?" เสียงหวานใสแต่เย็นชาเอ่ยขึ้น ลมหายใจของนางเริ่มติดขัด "โอ้โห แม่นางมู่หรง... นี่คือคำขอบคุณจากผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตท่านไว้เมื่อครู่กระนั้นหรือ?" หลี่เฟยหลงหัวเราะในลำคอ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนเกือบชิด จนมู่หรงเซวี่ยต้องผงถอยหลังด้วยความไม่พอใจ "ข้าอุตส่าห์เสียสละสุราดีไปหนึ่งไหเพื่อสร้างภาพลวงตาให้ท่านเล่นงานมัน ท่านน่าจะกล่าวขอบคุณข้าสักคำ ไม่ใช่ทำหน้าเหมือนศพถูกแช่แข็งเช่นนี้" "ไสหัวไป..." มู่หรงเซวี่ยกัดฟันกรวด ฝ่ามือเรียวงามยกขึ้นกุมหน้าอก ทว่าในวินาทีนั้นเอง สีหน้าของนางกลับเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด พิษร้ายจากกระบี่ของศัตรูเมื่อครู่... กำลังแทรกซึมเข้าสู่จุดตันantianของนางแล้ว! หลี่เฟยหลงหุบยิ้มทันที แววตาคู่คมเปลี่ยนเป็นจริงจังในเสี้ยววินาที เขาก้าวเข้าไปประคองร่างของนางที่กำลังจะล้มลงสู่อ้อมแขนอย่างรวดเร็ว ปราณอุ่นร้อนสายหนึ่งถูกส่งผ่านฝ่ามือเข้าไปกดจุดสะกัดพิษให้อย่างแม่นยำ "อย่าขยับ..." เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยกระซิบข้างหูของนางอย่างอ่อนโยน ผิดกับมาดกวนประสาทเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "พิษนี้ร้ายกาจนัก หากไม่อยากพิการไปตลอดชีวิต จงเชื่อฟังข้า..." มู่หรงเซวี่ยเม้มริมฝีปากแน่น นางอยากจะผลักไสเขาออกไป แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดกลับมลายหายไปสิ้น ร่างกายของนางยามนี้พึ่งพาได้เพียงอ้อมอกอุ่นของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมยุทธ์เมามายผู้นี้เท่านั้น ทว่า... ในขณะที่หลี่เฟยหลงกำลังโคจรลมปราณขับพิษให้นางอยู่นั้นเอง *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องนอก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังแทรกสายลมราตรีเข้ามา— "ฮ่าๆๆ... คิดว่ากำจัดเงาทมิฬไปแล้ว พวกเจ้าจะรอดออกไปได้ง่ายๆ งั้นหรือ? คุณหนูมู่หรง... หลี่เฟยหลง... คืนนี้คือสุสานของพวกเจ้า!" แสงคบเพลิงสว่างวาบขึ้นนับร้อยดวง ล้อมรอบซากวิหารร้างแห่งนี้ไว้ทุกด้าน และเงาร่างที่ก้าวออกมาจากแถวหน้าสุด... กลับเป็นบุคคลที่ทำให้หลี่เฟยหลงต้องหรี่ตาลงด้วยความตกใจระคนแค้นเคือง! (โปรดติดตามตอนต่อไป) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้า "เซียนสุราเมามาย" นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%