หยาดฝนยามค่ำคืนมิได้ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า หากแต่มันถูกสวรรค์สาดซัดลงมาดั่งห่าธนูเพลิงที่มุ่งหมายจะล้างผลาญทุกสรรพสิ่งให้มอดไหม้ โรงเตี๊ยมร้างนอกเขตเมืองหลวงแห่งนี้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เสาไม้สนผุกร่อนส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งยามที่สายลมกรรโชกผ่าน ทว่าภายในความมืดมิดและกลิ่นอายอับชื้นของหยาดน้ำฝน กลับมีกลิ่นหอมหวานล้ำลึกของสุราหมักหมื่นปีลอยอบอวลตัดผ่านบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวนี้อย่างไม่เกรงใจใคร
"แคว่ก!"
ประกายแสงสีฟ้าครามวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ตามมาด้วยเสียงคมดาบกรีดผ่านสายฝนและร่างของมนุษย์ ศีรษะของนักฆ่าชุดดำในคราบวิหคเพลิงร่วงหล่นลงกระแทกพื้นไม้ ส่งเสียงน่าสยดสยอง ท่ามกลางหยาดโลหิตสีแดงฉานที่ไหลนองปะปนกับน้ำฝนที่สาดซัดเข้ามาตามช่องหน้าต่างที่พังทลาย
หลี่เฟยหลงนั่งไขว่ห้างอยู่บนคานไม้เก่าแก่เบื้องบน มือข้างหนึ่งถือไหเหล้าเคลือบดินเผาที่บิ่นมุม ยกขึ้นจิบช้าๆ อย่างสำราญใจ ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนเมามายไร้สติ แต่หากผู้ใดสังเกตให้ดี จะพบว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายคมกริบดั่งกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก บรรยากาศรอบตัวของเขาสงบนิ่งราวกับหลุดพ้นจากโลกภายนอก ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันจากลมปราณที่ลึกล้ำจนน่าขนพองสยองเกล้า
"พวกเจ้า... รบกวนเวลาสุนทรีย์ยามค่ำคืนของข้าเกินไปแล้วนะ"
น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างเกียจคร้าน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองลงไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งกลุ่มนักฆ่ามือฉกาจกว่าสิบชีวิตกำลังยืนล้อมรอบร่างระหงร่างหนึ่งเอาไว้ตรงใจกลาง
ณ เบื้องล่าง ท่ามกลางซากปรักหักพังของโต๊ะเก้าอี้ มู่หรงเซวี่ยยืนตระหง่านดั่งประติมากรรมน้ำแข็งแกะสลัก อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางเปรอะเปื้อนคราบโคลนและหยาดโลหิตเล็กน้อย แต่มันมิได้ลดทอนความสง่างามเย่อหยิ่งลงแม้แต่น้อย ทั่วร่างของนางแผ่ไอเย็นเยือกแข็งที่ทำให้อุณหภูมิภายในโรงเตี๊ยมลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ในมือเรียวบางดั่งหยกสลักถือกระบี่อ่อนเล่มหนึ่ง ซึ่งสั่นระริกด้วยพลังปราณกระบี่น้ำแข็งที่พร้อมจะระเบิดออกทุกเมื่อ
นางไม่แม้แต่จะเหลือบสายตาขึ้นมองบุรุษบนคานไม้ แม้จะรู้ว่าเขานั่งมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม
"มู่หรงเซวี่ย! ยอมมอบ 'บันทึกสุริยันจันทรา' มาแต่โดยดีเสียเถอะ! ตระกูลมู่หรงของเจ้าล่มสลายไปแล้ว เจ้าคิดว่าจะฝืนลิขิตฟ้าปกป้องสมบัติชิ้นนี้ไปได้อีกนานสักเท่าใดกัน!" หัวหน้านักฆ่าสวมหน้ากากยักษ์ก้าวเท้าออกมา มันถือดาบใหญ่หนาเตอะที่อาบด้วยพิษสีม่วงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง
มู่หรงเซวี่ยแค่นเสียง "หึ" ออกมาเบาๆ สำเนียงนั้นเยียบเย็นราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดู
"สุนัขรับใช้ตระกูลหลิน... ต่อให้ตระกูลมู่หรงจะต้องเหลือเพียงเศษธุลี ข้า... มู่หรงเซวี่ย ก็ไม่มีวันก้มหัวให้พวกเศษสวะเดรัจฉานอย่างพวกเจ้า!"
สิ้นคำพูด ร่างของนางก็พุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าสีเงินยวง กระบวนท่า 'กระบี่เก้าเหมันต์' ถูกปลดปล่อยออกมาในคราเดียว ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง หยาดฝนที่กำลังตกลงมาถูกแช่แข็งกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นเล่มกลางอากาศ พุ่งเข้าใส่กลุ่มนักฆ่าอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี
*ฉับ! ฉับ! ฉับ!*
เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังประสานกับเสียงสายฟ้าฟาดคำรามกึกก้องภายนอกโรงเตี๊ยม แม้ฝีมือของมู่หรงเซวี่ยจะล้ำเลิศและทรงพลังสมกับเป็นทายาทสายตรงผู้สืบทอดวิชาของตระกูลใหญ่ ทว่าการถูกรุมล้อมจากยอดฝีมือระดับเดียวกันติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้ลมปราณในตันTianของนางเริ่มปั่นป่วน ใบหน้าเนียนใสเริ่มซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม
หัวหน้านักฆ่าอาศัยจังหวะที่นางใช้กระบวนท่าสังหารลูกน้องของมันพุ่งเข้ามาจากมุมอับ ดาบใหญ่เคลือบพิษพุ่งตรงเข้าแทงทะลวงหัวใจของนางอย่างอำมหิต!
ระยะห่างเพียงแค่คืบ! เร็วจนแทบไม่เปิดโอกาสให้หลบหลีก!
มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้างเล็กน้อย นางพยายามจะยกกระบี่ขึ้นตั้งรับ แต่ทว่าลมปราณกลับตีกลับจนกระอักเลือดสีดำออกมาคำโต เรี่ยวแรงทั้งหมดคล้ายถูกสูบหายไปในชั่วพริบตา
*แย่แล้ว...* ความคิดนี้วาบขึ้นในหัวของนางเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ทว่า... ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง
*ปัง!*
เศษไม้ชิ้นหนึ่งบนคานพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียงคำรามของฟ้าฝน มันซัดเข้าใส่ใบดาบพิษอย่างจังจนวิถีดาบเบี่ยงเบนออกไปเฉียดผ่านหัวไหล่ของนางไปเพียงนิดเดียว ทิ้งรอยไหม้สีดำสนิทไว้บนอาภรณ์
"สตรีผู้นี้... ปากคอเราะร้ายและเย่อหยิ่งถึงเพียงนี้ ไยพวกเจ้าจึงยังอยากจะไปเอาชีวิตนางกันเล่า? ปล่อยให้นางดื่มสุราตายไปเสียยังจะดีเสียกว่า"
เสียงหัวเราะเยnหยันดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ร่อนลงมาเบื้องล่างอย่างนุ่มนวลราวกับขนนก หลี่เฟยหลงก้าวเดินเซซ้ายเซขวาคล้ายคนเมามาย มือข้างหนึ่งยังคงถือไหเหล้ากระดกเข้าปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ในขณะที่มืออีกข้างหนีบฝักกระบี่ไม้ไผ่เก่าๆ เอาไว้หลวมๆ
หัวหน้านักฆ่าชะงักฝีเท้า มันหันขวับมาจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาหวาดระแวง "เจ้าเป็นใคร? อย่าได้รนหาที่ตาย สอดมือเข้ามายุ่งเรื่องของตระกูลหลิน ระวังหัวจะหลุดจากบ่าโดยไม่รู้ตัว!"
หลี่เฟยหลงกะพริบตาปริบๆ ทำท่าทีตกอกตกใจจนน่าหมั่นไส้ เขาเอามือตบหน้าอกตัวเองเบาๆ
"โอ้... ตระกูลหลินเชียวหรือ? ฟังดูน่ากลัวเสียจริง... กลัวจนเหล้าในไหของข้าแทบจะพุ่งออกมาทางจมูกอยู่แล้วเนี่ย" เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะปรายตามองกลุ่มนักฆ่าที่เหลือด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเกียจคร้านเป็นความคมกราบดั่งคมมีด "แต่ว่านะ... ข้าเป็นคนชอบดื่มสุราเคล้าเสียงฝน และเกลียดที่สุดคือพวกหมาหมู่ที่ชอบรังแกสตรี... ต่อให้สตรีผู้นั้นจะน่ารำคาญราวกับผีดิบหมื่นปีก็ตามที"
มู่หรงเซวี่ยที่ยืนพิงเสาอยู่กัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางหันไปถลึงตาใส่บุรุษผู้กวนประสาทผู้นี้ด้วยความโกรธเกรี้ยว "ใครผีดิบหมื่นปีกัน! เจ้าสารเลวแซ่หลี่ หุบปากเน่าๆ ของเจ้าแล้วไสหัวไปซะ! ข้าไม่ต้องให้คนไร้ยางอายอย่างเจ้ามาช่วย!"
"อ้าวๆ แม่นางมู่หรง น้ำใจไมตรีของข้ามีค่านะครับ จะมาไล่กันง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร" หลี่เฟยหลงยิ้มกริ่ม เขาไม่ถือสานางแม้แต่น้อย กลับก้าวเท้าเดินผ่านร่างของนางไปยืนหยัดเผชิญหน้ากับกลุ่มนักฆ่าทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว
หัวหน้านักฆ่าเห็นท่าทางเย่อหยิ่งของอีกฝ่ายก็บันดาลโทสะ "ฆ่ามัน! สังหารพวกมันทั้งคู่ให้สิ้นซาก!"
สิ้นเสียงคำสั่ง นักฆ่าที่เหลือพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกันจากทุกทิศทุกทาง ประกายดาบและคมหอกนับสิบเล่มปิดตาย
หลี่เฟยหลงถอนหายใจยาวเหยียด เขาซดสุรารวบสุดท้ายลงคอ ก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ
*คลิก...*
เสียงชักกระบี่ออกจากฝักไม้ไผ่ดังขึ้นแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังจนสะเทือนไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยมร้าง แสงกระบี่สีทองอร่ามราวกับดวงตะวันยามอัสดงพลิดพานตัดผ่านม่านฝนและความมืดมิดในชั่วพริบตา
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะปะทะเข้ากับคอหอยของนักฆ่าแถวหน้าสุดนั้นเอง...
พื้นไม้เบื้องล่างที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดโลหิตก็พลันเรืองแสงอักขระสีแดงฉานขึ้นมาอย่างกะทันหัน! แรงกดดันมหาศาลระดับขอบเขตราชันย์ปรากฏขึ้นอย่างไร้ที่มา พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของมู่หรงเซวี่ยอย่างไร้ซุ่มเสียง และปลายดาบสีดำสนิทของมันก็จ่อตรงเข้าที่ลำคอระหงของนางเรียบร้อยแล้ว!
"หลี่เฟยหลง... ข้าเตือนเจ้าแล้ว..." เสียงกระซิบแหบพร่าและเย็นเยียบดังขึ้นจากเงาร่างนั้น พร้อมกับรอยยิ้มอำมหิตที่สะท้อนอยู่ในความมืด "ก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว หญิงสาวผู้นี้จะกลายเป็นศพไร้ญาติทันที!"
--------------------------------------------------------------
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันกว้างใหญ่นี้ด้วยกันนะครับ
เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 1
หนึ่งจอกแลกความเป็นตาย
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!