"เก็บกระบี่ของเจ้าลงเสียเถอะแม่นางมู่... หากคิดจะใช้มันฟาดฟันกับเงาหัวของตัวเองบนยอดเขานี้"
เสียงหัวเราะเจือกลิ่นสุราลอยละลิ่วมาตามสายลมหนาวเหน็บ หลี่เฟยหลงยืนพิงเสาไม้ผุพังของศาลเจ้าร้างบนยอดเขาเมฆาอย่างไร้ระเบียบ ไหล่ข้างหนึ่งเอียงพิงกรอบประตู มือขวายังคงถือไหสุราสีดำสนิทที่พร่องน้ำไปครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยยามทอดมองไปยังเบื้องหน้า ท่ามกลางหอบฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง เม็ดฝนหนาทึบราวกับม่านน้ำตกดึงเอาความมืดมิดของราตรีให้โถมทับลงมาจนแทบมองไม่เห็นทาง
เบื้องหน้าของเขา มู่หรงเซวี่ยยืนนิ่งงันราวกับรูปสลักน้ำแข็งหมื่นปี ปลายนิ้วเรียวยาวที่กุมด้ามกระบี่วิญญาณเหมันต์สั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวนางมิได้มาจากเคล็ดวิชา แต่มาจากความตื่นตระหนกที่นางพยายามกดขี่ข่มเหงไว้ในก้นบึ้งของจิตใจ
คำเตือนจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด "หึ... คิดไม่ถึงว่าพวกมันจะรอต้อนรับเราอยู่ข้างบนนั้นแล้วสินะ"
เบื้องล่างของหุบเขา เสียงคำรามของพายุมิได้น่าสะพรึงกลัวเท่ากับเงาร่างนับสิบที่เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางความมืด พวกมันคือมือสังหารไร้เงาแห่งตำหนักโลหิต กลุ่มคนที่ตามล่าบันทึกมรดกตระกูลมู่หรงมาสามวันสามคืน ทว่าสิ่งที่ทำให้มู่หรงเซวี่ยหัวใจกระตุกวูบ มิใช่ศัตรูเบื้องล่าง... แต่เป็นบุรุษขี้เมาที่ยืนขวางทางนางอยู่ ณ เบื้องหน้านี้ต่างหาก
"หลี่เฟยหลง... เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" มู่หรงเซวี่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน ความเย็นชาในน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "ศัตรูอยู่เบื้องล่าง หากเราไม่รีบฝ่าออกไป..."
"ฝ่าออกไป?" หลี่เฟยหลงยิ้มหยัน ปล่อยให้หยาดฝนไหลอาบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหนวดเคราจางๆ เขาซดสุราอึกใหญ่ ก่อนจะปาดคราบน้ำเมาออกจากปากด้วยหลังมือ "ด้วยสภาพจิตใจที่สั่นคลอนและลมปราณที่ปั่นป่วนของเจ้าตอนนี้เนี่ยนะ? แม่นางมู่... เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่า 'พวกมัน' ไม่ได้ต้องการฆ่าเจ้าตั้งแต่แรก แต่พวกมันต้องการต้อนให้เจ้าจนมุม เพื่อให้ความเย่อหยิ่งของเจ้าทำลายตัวเจ้าเอง"
"เจ้า!" นางตวาดลั่น นัยน์ตาคู่สวยคมกริบราวกับใบกระบี่ตวัดมองเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้าคิดว่าข้าหวาดกลัวพวกมันรึ?"
"ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้ากลัวพวกมัน..." หลี่เฟยหลงถอนหายใจยาว แววตากวนประสาทแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังชั่วขณะราวกับภาพลวงตา "แต่เจ้ากลัว 'ความพ่ายแพ้'... เจ้าแบกเกียรติยศของตระกูลมู่หรงไว้จนหลังโก่ง แบกความแค้นไว้จนกระบี่ของเจ้าหนักอึ้งเกินกว่าจะชักออกจากฝักได้อย่างอิสระ หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้ ต่อให้เจ้ามีเคล็ดวิชาน้ำแข็งหมื่นปี เจ้าก็เป็นได้แค่เพียงตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่รอวันแตกสลายเท่านั้น"
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางยอดเขา แสงสีขาวสว่างวาบสะท้อนใบหน้าอันเยือกเย็นและดุดันของนางเซียนผู้เลอโฉม มู่หรงเซวี่ยแค่นยิ้มหยัน หยาดน้ำตาผสมกับหยาดฝนไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างเงียบงัน แต่นางไม่มีวันยอมรับความอ่อนแอให้ใครเห็น โดยเฉพาะต่อหน้าบุรุษผู้ไม่เอาถ่านผู้นี้
"ถ้าเช่นนั้น... เจ้าคิดว่ากระบี่ของข้ามันไร้ค่าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
ฉับพลัน! อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนหยาดฝนที่กำลังตกลงมากลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนรัศมีรอบตัวนางระเบิดออกด้วยพลังปราณเหมันต์ขั้นสูงสุด แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว นางเซียนแห่งตระกูลมู่หรงชักกระบี่ออกจากฝักอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แสงสีฟ้าครามเจิดจ้าบาดตาพุ่งตรงเข้าหาลำคอของหลี่เฟยหลงในพริบตา!
นี่ไม่ใช่การซ้อมมือ... แต่นี่คือการประลองเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่มี!
หลี่เฟยหลงหรี่ตาลง รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยประกายตาดุจเหยี่ยวหนุ่มที่มองเหยื่อ เขามิได้ถอยหนี มิได้ยกกระบี่ขึ้นตั้งรับ ทว่าร่างทั้งร่างกลับเอนไหวไปตามสายลมและสายฝนราวกับใบบัวต้องสายธารา
เพล้ง!
กระบี่เหมันต์เฉียดผ่านปลายจมูกของเขาไปเพียงเส้นยาแดงเดียว พลังปราณเย็นเฉียบตัดเส้นผมสีดำสนิทของเขาขาดร่วงลงพื้นหลายเส้น ทว่าในจังหวะที่นางพุ่งผ่านตัวเขาไปนั้น หลี่เฟยหลงกลับพลิกข้อมือซ้าย ตวัดไหสุราในมือกระแทกเข้าที่ข้อศอกขวาของนางอย่างแม่นยำและนุ่มนวล
ปึก!
แรงกระแทกเบาหวิวแต่กลับแฝงด้วยแรงสะท้อนลึกล้ำ ทำให้กระบวนท่าของมู่หรงเซวี่ยชะงักงอนไปชั่วขณะ นางตื่นตระหนกจนต้องหมุนตัวถอยหลังสามก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อครู่นี้... เขาไม่ได้ใช้กระบี่ด้วยซ้ำ อาศัยเพียงวิชาตัวเบาอันแปลกประหลาดและไหสุราใบเดียวก็สามารถสลายกระบวนท่าอันรุนแรงของนางได้!
"กระบวนท่ารวดเร็ว แต่จิตใจไร้ทิศทาง" หลี่เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยืนหยัดอยู่กับที่โดยไม่ขยับเขยื้อน "เจ้าใช้อารมณ์นำทางกระบี่ ไม่ได้ใช้หัวใจ... แบบนี้ต่อให้เจ้าฝึกฝนอีกร้อยปี ก็ไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตเซียนกระบี่ขั้นที่เก้าได้หรอกนะแม่นาง"
"หุบปาก!" มู่หรงเซวี่ยสะบัดกระบี่ คลื่นความเย็นยะเยือกแผ่ขยายเป็นวงกว้าง กลายเป็นพายุเกล็ดน้ำแข็งนับพันเล่มพุ่งเข้าใส่หลี่เฟยหลงจากทุกทิศทุกทาง หมายจะปิดปากบุรุษผู้สามหองนี้ให้จมอยู่ใต้กองน้ำแข็ง
นี่คือ "วิชากระบี่เหมันต์พันปี" เคล็ดลับประจำตระกูลที่แม้แต่ยอดฝีมือในยุทธภพยังต้องหวาดผวา ทว่าหลี่เฟยหลงกลับไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกไหสุราขึ้นซดอีกครั้ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับประกายตาดุดันที่ลุกโชนขึ้นภายใต้เงาหมวกฟาง
"ดี! หากเจ้าอยากจะใช้เลือดล้างความอึดอัดนัก ข้าผู้แซ่หลี่จะสนองให้เอง!"
เขาสะบัดแขนเสื้อ กระบี่เหล็กดำสนิทที่สะพายอยู่ด้านหลังหลุดออกจากฝักโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส เสียงกระบี่คำรามก้องกังวานแข่งกับเสียงฟ้าผ่า ปราณกระบี่อันดุดันรุนแรงพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านฝนออกเป็นสองซีกในกระบวนท่าเดียว!
การปะทะกันระหว่างกระบี่เหมันต์ผู้เย็นชาและกระบี่เมามายผู้ไร้พ่ายกำลังจะเผา1ผลาญทุกสิ่งบนยอดเขานี้ให้เป็นจุล ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดและความมืดมิดที่ปกคลุม
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายกระบี่ทั้งสองกำลังจะปะทะกันจนเกิดระเบิดพลังปราณครั้งใหญ่ เสียงฝีเท้าฝ่าน้ำฝนอันแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว กลับดังขึ้นที่ด้านหลังของศาลเจ้าร้าง
"ฮ่าๆๆ... คิดไม่ถึงว่ายอดฝีมือแห่งตระกูลมู่หรงและจอมยุทธ์พเนจรผู้โด่งดัง จะมาประลองฝีมือกันให้พวกเราดูเป็นขวัญตาเช่นนี้..."
เสียงหัวเราะแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทสามร่างที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ประกายตาดุจสัตว์ป่าของพวกมันจ้องมองมาที่ทั้งสองคนราวกับเสือกระหายเลือด และที่สำคัญที่สุด... ปลายกระบี่ของพวกมันเปื้อนไปด้วยเลือดสดๆ ที่หยดติ๋งลงบนพื้นศิลา
หลี่เฟยหลงชะงักกระบวนท่าในทันที ส่วนมู่หรงเซวี่ยถึงกับใบหน้าถอดสี
เลือดนั้น... ไม่ใช่เลือดของสัตว์ป่าอย่างแน่นอน!
ขอบอกเลิกความกังวลแล้วไปลุยกันต่อในตอนหน้าได้เลยนะครับ!
เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 4
คำท้าของจอมยุทธ์พเนจร
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!