เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 5

กับดักในเงาจันทร์

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"แม่นางมู่หรง ข้าว่าท่านถือกระบี่น้ำแข็งเล่มนั้นจนมือชาหมดแล้วกระมัง? ยามวิกาลเช่นนี้ หากไม่ร่ำสุรารสเลิศสักจอก เกรงว่าความหนาวเหน็บจากวิชาตระกูลท่านจะแช่แข็งวิญญาณข้าไปเสียก่อน" หลี่เฟยหลงส่งเสียงหัวเราะร่วนท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่าไผ่ราตรี มือขวาถือไหสุราสีนิลยกขึ้นดื่มอึกใหญ่ ปล่อยให้กลิ่นสุราฤทธิ์แรงแผ่ซ่านขับไล่ไอเย็นยะเยือกที่โรยตัวลงมา รอบกายพวกเขาในยามนี้คือซากปรักหักพังของอารามร้างไร้ชื่อ เสียงหבีดหวิวของสายลมราตรีคล้ายเสียงโหยหวนของภูตผี แต่สำหรับจอมยุทธ์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน บรรยากาศเช่นนี้มิได้สร้างความสะดุขวาบให้แก่เขาแม้แต่น้อย มู่หรงเซวี่ยยังคงนั่งหลับตาโคจรลมปราณอยู่บนแท่นศิลาเบื้องหน้า นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนผู้สูงส่ง ไอเย็นแผ่ซ่ายออกจากร่างจนหยาดน้ำค้างบนใบไผ่รอบตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน นางปรือตาขึ้นช้าๆ สายตาคมปลาบดั่งคมกระบี่เหลือบมองบุรุษผู้สำมะเลเทเมาตรงหน้าด้วยความรำคาญระคนระแวดระวัง "หากเจ้ายังส่งเสียงน่ารำคาญและดื่มสุราบ้าบอคอแตกนี่อีกคำเดียว ข้าจะใช้กระบี่เยือกแข็งสยบมารตัดลิ้นเจ้าเสีย หลี่เฟยหลง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ดั่งเช่นผิวน้ำในบึงน้ำแข็งหมื่นปี ทว่าแววตากลับจับจ้องไปยังความมืดมิดนอกกรอบประตูอารามอย่างไม่วางตา "โถ... แม่นางมู่หรงใจร้ายกับข้าเกินไปแล้ว ข้าเพียงหวังดีกลัวท่านจะเหงา... หืม?" จู่ๆ รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของหลี่เฟยหลงก็เลือนหายไป นัยน์ตาที่เคยหรี่ลงเพราะฤทธิ์สุราบัดนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายดีดผึ่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็วดุจพยัคฆ์ซุ่มซ่อน กลิ่นอายสุราทั่วร่างพลันถูกกดทับด้วยไอสังหารอันคมกริบที่ระเบิดออกมาอย่างไร้สุ้มเสียง *ติ๋ง...* หยาดน้ำค้างหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบใบไม้แห้ง ทว่ามันกลับไม่ส่งเสียงดังตามธรรมชาติ กลับมีเสียงโลหะเสียดสีกันแผ่วเบาดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาท *ฉับพลัน!* พื้นดินรอบอารามร้างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น อักขระสีแดงฉานนับร้อยสายพลันเรืองแสงวาบขึ้นจากใต้พื้นดิน วาดลวดลายเป็นค่ายกลสังหารโบราณที่กักขังพวกเขาทั้งสองไว้ตรงกลาง ไอพลังงานกดทับดั่งภูเขาพันลูกโถมทับลงมาจากฟากฟ้า จนโครงสร้างไม้ผุกร่อนของอารามส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังทลายลงมาในพริบตา "กับดัก!" มู่หรงเซวี่ยอุทานเบาๆ ร่างบางสะบัดมือวาบ กระบี่น้ำแข็งหมื่นปีถูกชักออกจากฝักในเสี้ยววินาที ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายเป็นวงกว้างเพื่อต้านทานแรงกดดันจากค่ายกล แต่มันกลับสายเกินไป... *ฟรึบ! ฟรึบ! ฟรึบ!* เงาดำนับสิบสายพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดบนยอดไผ่ พวกมันสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรไร้ตา ปราณยุทธ์ที่แผ่ออกมาจากร่างของแต่ละคนล้วนอยู่ในขอบเขต "หลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์" และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ผู้นำกลุ่มที่ยืนอยู่บนซากกำแพงสูง มันถือธนูยักษ์แกะสลักจากกระดูกสัตว์อสูรโบราณ สายธนูถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ ลูกศรเคลือบด้วยพิษโลหิตสีม่วงเข้ม ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ "ระวังตัวด้วย คุณหนูมู่หรง ดูท่าสุนัขไล่เนื้อพวกนี้จะอดทนตามรอยเรามาสามวันสามคืนจนทนไม่ไหวแล้วกระมัง" หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลก แม้สถานการณ์เบื้องหน้าจะคับขันถึงขีดสุด แต่แววตาของเขากลับปรากฏประกายแสงอันตรายราวกับหมาป่าที่เจอเหยื่ออันโอชะ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่บินที่เหน็บไว้ข้างเอวอย่างหลวมๆ มือธนูสวมหน้ากากอสูรหัวเราะเยาะในลำคอ เสียงของมันแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียดสีกัน "หลี่เฟยหลง... มู่หรงเซวี่ย พวกเจ้าหนีไม่ thoát แล้ว ยอมจำนนแต่โดยดีแล้วมอบ 'คัมภีร์บรรพกาล' เสียเถอะ นายท่านของเรามีความเมตตา อาจจะไว้ชีวิตพวกเจ้าให้ตายอย่างสบายหน่อย" มู่หรงเซวี่ยแค่นเสียงเย็นชา นางก้าวออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว รัศมีกระบี่น้ำแข็งแผ่พุ่งจนเกล็ดน้ำแข็งรอบตัวกลายเป็นคมมีดนับพันเล่ม "ฝันไปเถอะ! คนของสำนักวิญญาณโลหิตอย่างพวกเจ้า มีปัญญาแค่ใช้เล่ห์กลลอบกัดลับหลังเท่านั้นหรือ?" "ปากดีนัก! งั้นก็ไปลงนรกพร้อมกันเสียเถอะ!" ผู้นำชุดดำสะบัดนิ้วปล่อยสายธนู! *ตูม!* ลูกศรโลหิตพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ทะลวงผ่านค่ายกลอักขระจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง เป้าหมายของมันไม่ใช่ใครอื่น แต่มุ่งตรงไปยังจุดกึ่งกลางระหว่างหัวใจของหลี่เฟยหลงและมู่หรงเซวี่ยอย่างแม่นยำไร้ที่ติ! หลี่เฟยหลงหรี่ตาลง รอยยิ้มมุมปากหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง เขาก้าวเท้าขวาถอยหลังหนึ่งก้าว พลังปราณสีทองอร่ามระเบิดออกจากตัน田อย่างรุนแรง สะบัดข้อมือชักกระบี่เก่าคร่ำครึออกจากฝัก ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาพอดี คมกระบี่ของเขากลับสะท้อนประกายแสงสีโลหิตประหลาดที่มิใช่มาจากตัวกระบี่... แต่มันมาจากเงาสะท้อนในดวงตาของเขาเอง! ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ลูกศรโลหิตจะพุ่งเข้าปะทะ เงาดำที่ควรจะอยู่บนกำแพง กลับหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างใบหูของหลี่เฟยหลง ราวกับมันยืนอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว... *“เจ้าคิดว่า... เจ้ากำลังล่าพวกมัน หรือพวกมันกำลังล่าเจ้ากันแน่... หลี่เฟยหลง?”* ขอบอกเลิกความกังวลแล้วไปลุยกันต่อในตอนหน้าได้เลยนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%