"หากเจ้ายังโคจรลมปราณด้วยคัมภีร์ตระกูลมู่หรงในสภาพบาดเจ็บเช่นนี้ อีกไม่เกินสามชั่วยาม เส้นชีพจรหัวใจของเจ้าจะขาดสะบั้น... แม่นางน้อย ข้าไม่ได้ขู่"
สุ้มเสียงติดจะเกียจคร้านดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของถ้ำผาเร้นจันทร์ หยดน้ำที่กลั่นตัวจากหินย้อยด้านบนร่วงกระทบพื้นถ้ำเป็นจังหวะราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตาย หลี่เฟยหลงเอนกายพิงผนังหินอย่างไม่ยี่หระ มือข้างหนึ่งถือไหสุราที่ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวล แววตาดำขลับคู่นั้นมองตรงไปยังร่างของสตรีที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้า
มู่หรงเซวี่ยเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากเนียนนุ่ม ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นผงจากการหลบหนีการตามล่า นางพยายามฝืนโคจรพลังปราณน้ำแข็งหมื่นปีเพื่อกดจุดชีพจรที่เสียหาย แต่ยิ่งโคจรมากเท่าใด ความเจ็บปวดดั่งถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าสู่กระดูกดำก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น
"เรื่องของข้า... เจ้าไม่ต้องมาใส่ใจ" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน ความเย็นชาในน้ำเสียงยังคงไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าลมหายใจจะเริ่มติดขัดและใบหน้าจะซีดเผือกจนไร้สีเลือดแล้วก็ตาม
"ฮ่าๆๆ ช่างเป็นคุณหนูที่ดื้อรั้นเสียจริง" หลี่เฟยหลงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกไหสุราขึ้นซดอึกใหญ่ ปล่อยให้รสชาติร้อนแรงของสุราหมักร้อยปีไหลผ่านลำคอก่อนจะวางไหลงقกระแทกพื้นเสียงดังทึบ
พรึบ!
ร่างสูงโปร่งพุ่งเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว เร็วจนปฏิกิริยาตอบสนองของมู่หรงเซวี่ยแทบตามไม่ทัน นางลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันได้ชักกระบี่ประจำกาย หลี่เฟยหลงก็ใช้มือข้างหนึ่งคว้าจับข้อมือเรียวเล็กเอาไว้มั่น ส่วนมืออีกข้างเปิดจุกไหสุราแล้วจ่อเข้าที่ริมฝีปากบางเฉียบของนางทันที
"เจ้าจะทำอะไร! ปล่อยนะ..." มู่หรงเซวี่ยตื่นตระหนก นางพยายามสะบัดข้อมือหนี ทว่าพลังปราณของนางในยามนี้อ่อนด้อยเกินกว่าจะต้านทานแรงของบุรุษผู้พลิกแพลงวิถีกระบี่ผู้นี้ได้
"ดื่มเสีย ถ้าไม่อยากตายที่นี่" น้ำเสียงของหลี่เฟยหลงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง แววตาที่มักจะพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับฉายประกายลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง
กลิ่นสุราฤทธิ์ร้อนพุ่งเข้าแตะจมูก มู่หรงเซวี่ยสำลักจนหน้าแดงก่ำเมื่อของเหลวรสชาติเผ็ดร้อนไหลทะลักเข้าสู่ลำคออย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างกายของนางสั่นสะấuด้วยความตกใจ สุราอะไรกัน? เหตุใดจึงให้ความรู้สึกราวกับกลืนเปลวเพลิงลงไปในท้อง?
แต่วินาทีต่อมา นางกลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
เปลวเพลิงแห่งฤทธิ์สุราไม่ได้แผดเผาทำลายล้างอย่างที่คิด ทว่ามันกลับแปรเปลี่ยนเป็นกระแสพลังงานอันอบอุ่นและดุดัน พุ่งพล่านเข้าสู่จุดตันtian (จุดตันเถียน) และไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรที่ติดขัดและเสียหายจากการฝึกวิชาผิดวิธีเมื่อครั้งก่อนอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดรวดร้าวที่เคยเกาะกินกระดูกค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกสบายตัวอย่างประหลาด
"นี่มัน... วิชากำหนดลมปราณอันใดกัน?" มู่หรงเซวี่ยอุทานออกมาอย่างลืมตัว ดวงตางามมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
"วิชาลับที่ไม่มีในตำราอย่างไรเล่า" หลี่เฟยหลงยิ้มมุมปาก เขาขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนมู่หรงเซวี่ยสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นสุราจางๆ "วิถีแห่งยุทธภพไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ และลมปราณไม่ได้มีแค่หยินกับหยาง การฝืนฝึกฝนตามตำราคร่ำครึมีแต่จะนำพาความตายมาสู่ตัว เจ้าใช้เคล็ดวิชาความเย็นเพื่อต้านทานพิษโลหิตอัคคี นั่นคือการเอาน้ำไปดับกองเพลิงด้วยความดึงดัน ผลลัพธ์ก็คือไอน้ำจะย้อนกลับมาทำลายเส้นชีพจรของตนเอง"
มู่หรงเซวี่ยิ่งฟังยิ่งใจเต้นระรัว สิ่งที่เขากล่าวมา... ตรงกับอาการที่นางเผชิญอยู่ทุกประการ! ตระกูลมู่หรงของนางยึดถือตำราโบราณเป็นสรณะมาหลายชั่วคน ไม่เคยมีใครกล้าแหกกฎเกณฑ์เหล่านี้เลยสักคนเดียว
"แล้วเจ้า... ทำไมถึงรู้เรื่องเหล่านี้?" นางเอ่ยถามเสียงแผ่ว ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งหมื่นปีเริ่มถูกความสงสัยใคร่รู้กัดเซาะจนร้าวราน
"เพราะข้าเคยเกือบตายด้วยวิธีโง่ๆ แบบนั้นมาแล้วอย่างไรล่ะ" หลี่เฟยหลงตอบสั้นๆ แววตาไหววูบไปชั่วขณะราวกับหวนนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ ก่อนที่รอยยิ้มกวนประสาทจะกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง "เอาล่ะ แม่นางมู่หรง หากเจ้าไม่อยากให้เส้นชีพจรระเบิดตายคาอกข้า จงหลับตาลง โคจรลมปราณตามจังหวะที่ข้าชี้นำ... อย่าดื้อรั้น มิฉะนั้นข้าคงต้องใช้วิธี 'ผายปอด' ช่วยชีวิตเจ้าจริงๆ เสียแล้วกระมัง"
"เจ้าคนไร้ยางอาย!" มู่หรงเซวี่ยหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธปนความเขินอาย นางส่งค้อนวงใหญ่ให้เขาหนึ่งวง แต่ก็ยอมหลับตาลงแต่โดยดี และเริ่มตั้งสมาธิโคจรลมปราณตามคำแนะนำของเขา
หลี่เฟยหลงขยับมือไปแตะที่แผ่นหลังบอบบางของนาง ถ่ายทอดกระแสพลังปราณผ่านฝ่ามือเข้าประคับประคองจังหวะการหายใจของนางอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ ภายในถ้ำเร้นจันทร์อันเงียบสงบ บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นอบอวลด้วยพลังปราณสองสายที่ประสานกันอย่างลงตัว ราวกับหยินและหยางที่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ลมปราณรอบกายของมู่หรงเซวี่ยสงบลงอย่างสมบูรณ์ ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาด ดวงตากลมโตลืมขึ้นช้าๆ ด้วยความรู้สึกโล่งเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นางหันไปหมายจะกล่าวขอบคุณบุรุษผู้ช่วยชีวิต ทว่า... หลี่เฟยหลงกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงไหสุราที่ว่างเปล่าตั้งอยู่บนก้อนหิน พร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนลายมือหวัดๆ ไว้ว่า
*— "พรุ่งนี้ยามเหมิน (ตีห้า) เตรียมตัวให้พร้อม หากไม่อยากให้ใครมาพบศพพวกเราเสียก่อน" —*
มู่หรงเซวี่ยขมวดคิ้วมุ่น กำกระดาษในมือแน่น ทว่าในใจกลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ นางเพิ่งจะค้นพบว่า ภายใต้ท่าทางกวนประสาทและกลิ่นสุราอันฉุนกึกนั้น หลี่เฟยหลงกลับซ่อนความลับและฝีมือที่ล้ำลึกเกินกว่าที่ผู้ใดในยุทธภพจะคาดเดา
ครืนนน—!
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าจากภายนอกถ้ำก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเงาร่างนับสิบที่ปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำ แสงกระบี่วาววับสะท้อนกับแสงจันทร์เผยให้เห็นสัญลักษณ์รูป 'อีกาเพลิง' บนชุดคลุมสีดำสนิท—มือสังหารจากพรรคอสูรโลหิต!
ขอบอกเลิกความกังวลแล้วไปลุยกันต่อในตอนหน้าได้เลยนะครับ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเซียนสุราเมามายเสมอนะครับ
เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 6
วิชาลับที่ไม่มีในตำรา
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!