เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 12

ความลับใต้เงาตระกูล

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"หากเจ้ายังใช้สายตาคู่นั้นมองข้ามหัวข้าเกรงว่าวันพรุ่งนี้ตระกูลมู่หรงของเจ้าคงเหลือเพียงชื่อให้เล่าขานในโรงน้ำชาแล้วกระมัง คุณหนูน้ำแข็ง" เสียงหัวเราะเจือกลิ่นสุราหมักร้อยปีดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องลับใต้หอคอยบรรพจน์ แสงตะเกียงน้ำมันพรรณรายวับแวมสะท้อนเงาของกระบี่เหล็กดำที่วางพาดอยู่บนตักของหลี่เฟยหลง ชายหนุ่มยกไหสุราขึ้นจิบด้วยท่าทางสำราญใจ ราวกับสถานการณ์อันตึงเครียดเบื้องหน้าเป็นเพียงเรื่องตลกไร้สาระในโรงเตี๊ยมริมทาง มู่หรงเซวี่ยไม่แม้แต่จะชายตามองสุราในมือเขา ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ยืนนิ่งสนิทดั่งรูปปั้นน้ำแข็งพันปี แต่มือเรียวบางที่กำม้วนคัมภีร์เก่าแก่สีเหลืองกรอบจนสั่นเทานั้น ฟ้องชัดถึงคลื่นอารมณ์อันบ้าคลั่งที่กำลังซัดสาดอยู่ในอก ดวงตางามล้ำลึกคู่นั้นจ้องมองตัวอักษรโบราณที่สลักด้วยโลหิตบนแผ่นหนังอสูรเบื้องหน้า ตัวอักษรแต่ละตัวหนักหน่วงดั่งภูผาทับถม และทุกบรรทัดที่กวาดสายตาผ่าน ล้วนกรีดแทงหัวใจของทายาทตระกูลมู่หรงให้แหลกสลายเป็นจุล "เจ้า... โกหกข้าใช่หรือไม่?" น้ำเสียงของนางแหบพร่าและเย็นยะเยือกจนเกือบกลายเป็นเสียงกระซิบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว หลี่เฟยหลงถอนหายใจยาวนาน เขาค่อยๆ วางไหสุราลงบนโต๊ะไม้หอมอย่างทะนุถนอม ดวงตาคมกริบที่มักฉายแววหยскеกกระด้างและเกียจคร้านในยามปกติ บัดนี้กลับเปล่งประกายคมปลาบดั่งกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก "คนแซ่มู่หรงอย่างข้า... อ้อ ไม่ใช่สิ คนแซ่มู่หรงอย่างเจ้าต่างหากเล่าที่มีนิสัยชอบหลอกตัวเอง" หลี่เฟยหลงแย้มยิ้มบางเบາ พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นอายสุราผสมกลิ่นอายกระบี่อันลึกล้ำแผ่ขยายออกไปกดดันบรรยากาศรอบด้าน "ข้าเป็นเพียงนักดื่มจรจัดผู้หนึ่ง เหตุใดต้องลงทุนกุเรื่องหลอกลวงคุณหนูผู้สูงศักดิ์เช่นเจ้าด้วยเล่า? บันทึกแผ่นนั้น... บรรพบุรุษตระกูลมู่หรงของเจ้าเป็นผู้ลงมือเขียนมันด้วยโลหิตของตนเอง เพื่อแลกกับการกักขังวิญญาณของมารสวรรค์ไว้ใต้รากฐานตระกูล เพื่ออำนาจ... และเพื่อความยิ่งใหญ่ที่พวกเจ้าโหยหามาหลายชั่วคน" คำพูดนั้นดั่งสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจมู่หรงเซวี่ย นางเซนผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด บัดนี้กลับเซถอยหลังไปสองก้าว ร่างกายเย็นเฉียบราวกับถูกโยนลงไปในมหาสมุทรน้ำแข็ง ความภาคภูมิใจในวงศ์ตระกูล เกียรติยศที่นางแบกรับไว้บนบ่ามาตลอดชีวิต และคำสอนบรรพบุรุษที่ท่องจำขึ้นใจ... ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลงในพริบตา ความวุ่นวายทั้งยุทธภพ การแย่งชิงบันทึกลึกลับ การนองเลือดที่ไร้จุดสิ้นสุด... ต้นตอแท้จริงมิใช่ใครอื่นไกล แต่มันคือเงาอดีตอันโสโครกของตระกูลมู่หรงที่นางเทิดทูนบูชามาตลอดชีวิต! "ไม่... เป็นไปไม่ได้!" มู่หรงเซวี่ยคำรามออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้น หยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นที่หางตาก่อนจะไหลรินผ่านแก้มขาวนวลหยดลงบนพื้นศิลาเย็นเฉียบ นางกำม้วนคัมภีร์แน่นจนแผ่นหนังเก่าแก่ขาดวิ่น "ตระกูลมู่หรงของข้าปกป้องคุณธรรมค้ำจุนยุทธภพมาหลายร้อยปี บรรพบุรุษเสียสละเลือดเนื้อเพื่อความสงบสุขของแผ่นดิน เหตุใด... เหตุใดความจริงจึงเป็นเช่นนี้!" "คุณธรรมหรือ?" หลี่เฟยหลงแค่นหัวเราะเสียงต่ำ แววตาทอประกายเย้ยหยันโลกีย์ "ในยุทธภพแห่งนี้ ผู้ใดมีกำปั้นใหญ่และกระบี่คมกริบว่า ผู้นั้นคือผู้กำหนดคุณธรรม ตระกูลมู่หรงของเจ้าใช้คำว่าคุณธรรมบังหน้า เพื่อปกปิดความชั่วช้าที่กระทำไว้เบื้องหลัง บันทึกแผ่นนั้นไม่ได้บันทึกวิชาเซียนอันใด แต่มันคือ 'บัญชีโลหิต' ที่บันทึกรายชื่อผู้บริสุทธิ์นับหมื่นคนที่ถูกสังเวยเพื่อสร้างเคล็ดวิชาดูดกลืนวิญญาณให้กับผู้นำตระกูลรุ่นแล้วรุ่นเล่า!" ฉากรอบกายเงียบงัดลงทันchuan เสียงหัวใจเต้นระส่ำของมู่หรงเซวี่ยดังสะท้อนก้องในโสตประสาท ความจริงข้อนี้ช่างโหดร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าเสียอีก นางทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ศิลาเย็นเยียบไม่เท่าความหนาวเหน็บในขั้วหัวใจ กระบี่ประจำกาย 'เหมันต์นิรันดร์' หลุดจากมือตกลงกระทบพื้นเสียงดังเคร้ง หลี่เฟยหลงมองดูภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ซับซ้อน เขาไม่ใช่คนใจอ่อน และยุทธภพก็ไม่เคยปรานีผู้ใด แต่สำหรับสตรีผู้ยึดมั่นในความถูกต้องมาตลอดชีวิต การถูกหักหลังโดยรากเหง้าของตนเองเช่นนี้... ช่างเป็นความเจ็บปวดที่ไร้ซึ่งทางเยียวยา "หากเจ้ายังคงจมปลักอยู่กับความลวงนี้ เจ้าก็เป็นได้เพียงหุ่นเชิดตัวหนึ่งที่รอวันถูกทำลาย" หลี่เฟยหลงก้าวเข้าไปใกล้ ชายเสื้อคลุมสะบัดตามจังหวะก้าวเดิน เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่บางที่กำลังสั่นเทานั้นเบาๆ "ลุกขึ้นมาซะ มู่หรงเซวี่ย น้ำตาของเซียนน้ำแข็งไม่ควรเสียให้กับความเน่าเฟะของคนตาย" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาที่เคยไร้ระลอกคลื่น บัดนี้เต็มไปด้วยความสับสน โกรธแค้น และเคว้งคว้าง แต่ลึก, ลงไปในแววตานั้น กลับเริ่มมีประกายไฟแห่งการตื่นรู้ลุกโชนขึ้นมา "ถ้าเช่นนั้น... ข้าควรทำเช่นไร?" เสียงของนางราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่น่าสะพรึงกลัว หลี่เฟยหลงยิ้มกริ่ม ดึงกระบี่เหล็กดำขึ้นพาดบ่า แววตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างหอคอยที่ความมืดมิดกำลังปกคลุมทั่วบริเวณ ราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของบางสิ่ง "ง่ายมาก..." หลี่เฟยหลงกล่าวเสียงทุ้มต่ำ "ในเมื่อรากมันเน่าเฟะถึงแก่น ก็แค่ถอนรากถอนโคนมันเสีย... เจ้ากับข้า เราจะไปเผาตระกูลมู่หรงให้ราบคาบด้วยกัน!" ยังไม่ทันที่มู่หรงเซวี่ยจะทันได้เอ่ยคำใดตอบรับ ทันใดนั้น... บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นเยือกแข็งอย่างฉับพลัน เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นบนสุดของหอคอยดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งทะลักลงมาดั่งภูเขาถล่ม! เงาร่างสีดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้าห้องลับอย่างเงียบเชเชียบ ไร้ซุ่มเสียง ไร้ลมหายใจ ราวกับภูตผีที่หลุดมาจากขุมนรก "คิดจะเผาตระกูลตนเองหรือ... เกรงว่าพวกเจ้าคงไม่มีโอกาสได้เห็นวันพรุ่งนี้หรอกกระมัง" เสียงแหบพร่าดั่งกิ่งไม้หักดังขึ้น พร้อมกับกระบี่สีเลือดเล่มหนึ่งที่พุ่งตรงปักลงมากลางห้อง ห่างจากเท้าของหลี่เฟยหลงเพียงคืบเดียว! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีแห่งยุทธภพด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%