เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 13

ดาบพิฆาตมารหวนคืน

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"หากพวกเจ้ายังก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว จอกสุราในมือข้าคงต้องเปลี่ยนเป็นป้ายวิญญาณของพวกเจ้าแทนแล้วกระมัง" เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันสีเทาและกลิ่นอายคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วหุบเขารกร้าง หลี่เฟยหลงยืนพิงลำต้นสนโบราณอย่างเกียจคร้าน ในมือขวาถือไหสุราหยกเขียวที่พร่องน้ำไปครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับคนเมามายที่ยังไม่สร่างซา แต่หากผู้ใดจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น จะพบประกายกระบี่คมกริบที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อ รอบกายของเขาและนางคือบรรดายอดฝีมือจากพรรคอสูรโลหิตนับร้อยชีวิต ที่แววตาดิบเถื่อนเต็มไปด้วยความโลภและจิตสังหาร พวกมันล้อมรอบคนทั้งสองไว้จนมุม ไม่มีทางหนี "หลี่เฟยหลง! วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็อย่าหวังว่าจะรอดออกไปจากค่ายกลโลหิตหมื่นศพนี้ได้เลย ส่งคัมภีร์บรรพกาลมาเสียดีๆ มิฉะนั้น ข้าจะแล่เนื้อเถือหนังพวกเจ้าทีละชิ้น!" เสียงคำรามของผู้อาวุโสพรรคอสูรโลหิตดังสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันจากพลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านจนพื้นดินใต้เท้าแตกร้าว ทว่า มู่หรงเซวี่ย ที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องขวา กลับมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับคราบโลหิตสีชาด ดาบยาวในมือปล่อยไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ใบหน้างملของนางยังคงความเยชาดั่งน้ำแข็งหมื่นปี แม้ในยามที่ความตายอยู่ห่างเพียงคืบ "หนวกหูเสียจริง..." หลี่เฟยหลงถอนหายใจยาว ยกไหสุราขึ้นจิบอีกอึกใหญ่ ก่อนจะปัดหยดสุราที่มุมปากด้วยหลังมือ "คนพวกนี้ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลยเซวี่ยเอ๋อร์ เจ้าว่าพวกมันสมควรโดนลงทัณฑ์เช่นไรดี?" "ท่านยังคงมีอารมณ์มาเล่นลิ้นอีกหรือ?" มู่หรงเซวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงของนางเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวในเหมันตฤดู แต่นัยน์ตากลับทอประกายอ่อนลงวูบหนึ่งเมื่อเหลือบมองบุรุษข้างกาย "หากวันนี้ต้องตายที่นี่ ท่านเตรียมตัวไปพบยมบาลหรือยัง?" "ตายรึ? คำนี้ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของเซียนสุราเช่นข้า" หลี่เฟยหลงยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสว่างวาบขึ้นวับหนึ่ง "อีกอย่าง... ข้ายังไม่ได้พาเจ้าไปดื่มสุราชมจันทร์ที่หอเซียนเมฆาเลย จะตายได้อย่างไร?" สิ้นคำพูดของเขา ร่างของยอดฝีมือพรรคอสูรโลหิตกลุ่มแรกก็พุ่งเข้ามาประชิดราวกับฝูงหมาป่าหิวกระหาย คมดาบและกระบี่นับร้อยเล่มสะท้อนแสงจันทร์สาดส่องลงมาเป็นประกายระยิบระยับ หวังจะบดขยี้ร่างของคนทั้งสองให้แหลกเป็นจุลในกระบวนท่าเดียว *เปรี้ยง!* มู่หรงเซวี่ยเคลื่อนไหว ร่างระหงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งหงส์ขาวรำแพน ดาบน้ำแข็งในมือวาดออกเป็นวงโค้ง สัมผัสแห่งความเย็นยะเยือกแช่แข็งสายลมและสรรพสิ่งรอบกายจนกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งชั่วพริบตา ยอดฝีมือกลุ่มแรกที่พุ่งเข้ามาถูกความเย็นกัดกินจนร่างแข็งค้าง ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ "วิชาดาบเหมันต์ผันแปร... เก่งกาจขึ้นนี่นา" หลี่เฟยหลงเอ่ยชมขณะที่ร่างของเขาพลิ้วกายหลบหลีกคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังได้อย่างไร้ร่องรอย ราวกับสายลมที่ไร้รูปร่าง กระบี่ในฝักของเขายังไม่ได้ชักออกมาด้วยซ้ำ ใช้เพียงฝ่ามือและวิชาตัวเบาปัดป้องและซัดร่างของศัตรูให้กระเด็นออกไปทีละคน ทว่า ศัตรูมีจำนวนราวดังฝูงตั๊กแตน เมื่อกลุ่มหนึ่งล้มลง อีกกลุ่มก็ถาโถมเข้ามาแทนที่อย่างไร้ความปรานี ผู้อาวุโสพรรคอสูรโลหิตแค่นเสียงเย็นเยือก ยื่นมือออกไปกลางอากาศ ก่อเกิดเป็นกรงเล็บโลหิตขนาดมหึมาพุ่งตรงเข้าหากลางหลังของมู่หรงเซวี่ยที่กำลังทุ่มสมาธิกับการควบคุมค่ายกลดาบน้ำแข็ง "ระวัง!" หลี่เฟยหลงอุทาน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาทะยานร่างเข้าไปขวางหน้าในเสี้ยววินาทีเป็นตาย พลังปราณทั้งหมดระเบิดออกมาจากร่าง ไหสุราในมือแตกละเอียดเป็นผุยผง ละอองสุราผสมผสานกับพลังปราณกระบี่กลายเป็นม่านโล่โปร่งแสงต้านทานกรงเล็บโลหิตนั้นไว้เต็มแรง *ตูมสนั่น!* แรงปะทะทำให้หลี่เฟยหลงกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างของเขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง บาดแผลที่หัวไหล่ปรากฏรอยแผลฉีกขาด เลือดสีสดไหลซึมลงมาย้อมอาภรณ์สีเข้ม "หลี่เฟยหลง!" มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้าง ความเย็นชาบนใบหน้าสลายหายไปในพริบตา นางพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาไว้ ดวงตาสั่นระริกด้วยความตระหนกและห่วงใยที่เก็บงำไว้มานาน "ท่าน... เจ้าคนโง่ ใครใช้ให้เจ้ามารับการโจมตีแทนข้า!" "ข้าเป็นบุรุษ... จะยอมให้สตรีที่ข้า... อือ... ที่สตรีในดวงใจต้องบาดเจ็บได้อย่างไรกันเล่า" หลี่เฟยหลงฝืนยิ้มกลั้วหัวเราะ แม้ใบหน้าจะซีดขาวไร้สีเลือด "อีกอย่าง อาวุธลับที่เจ้าเก็บรักษามาตลอด... ถึงเวลาต้องนำมันออกมาใช้งานเสียทีแล้วกระมัง" มู่หรงเซวี่ยชะงัก นางมองหน้าบุรุษผู้กวนประสาทผู้นี้ นัยน์ตาลึกซึ้งฉายแววเด็ดเดี่ยว นางพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ประคองให้เขาพิงกับโขดหิน แล้วหมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับกองทัพศัตรูที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกด้วยความฮึกเหิม มือเรียวบางของนางล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบกล่องไม้จันทน์หอมสีดำสนิทที่สลักลวดลายโบราณอันซับซ้อนออกมา ทันทีที่กล่องนั้นถูกเปิดออก ไอพลังกดดันโบราณอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา จนเหล่าศัตรูที่กำลังพุ่งเข้ามาต่างต้องชะงักเท้าโดยพลိုက် ความรู้สึกหวาดกลัวจากสัญชาตญาณพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ นี่คือ... อาวุธลับประจำตระกูลมู่หรงที่สูญหายไปนับร้อยปี "เข็มโลหิตสะท้านสวรรค์"! "พวกเจ้า... เตรียมตัวชดใช้ความตายให้บรรพบุรุษตระกูลมู่หรงหรือยัง" น้ำเสียงของมู่หรงเซวี่ยดังก้องกังวาน เย็นเยียบราวนางพญาผู้พิพากษาชีวิต ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะดีดกล่องไม้จันทน์เพื่อปล่อยเข็มมรณะออกไปนั้นเอง พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยไร้เมฆ กลับถูกย้อมด้วยสายฟ้าสีทองคำพาดผ่านเป็นรูปอักขระประหลาด และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากมิติที่ฉีกขาดกลางอากาศ ผู้มาใหม่ส่งเสียงหัวเราะก้องกังวานที่ทำให้หลี่เฟยหลงถึงกับหน้าเปลี่ยนสีทันทีที่ได้ยิน "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นการพบกันที่น่าประทับใจเสียจริง ไม่นึกเลยว่าทายาทตระกูลมู่หรงจะยังหลงเหลือรอดมาได้ถึงเพียงนี้ และเจ้า... ศิษย์ทรยศแห่งสำนักกระบี่เมฆาคารวะ!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีแห่งยุทธภพด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%