เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 16

นางเซียนผู้ไม่ยอมพ่าย

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผนังถ้ำศิลาอัคคี เสียงระเบิดของคลื่นปราณสะท้านสะเทือนจนหินงอกหินย้อยร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน หลี่เฟยหลงในยามนี้มิได้มีท่าทีสำราญบานใจเช่นเคย กลิ่นอายสุราหมักร้อยปีที่เคยโชยจากไหข้างกายถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณ แขนเสื้อข้างขวาขาดวิ่นเผยให้เห็นรอยแผลกระบี่ลึกจนเห็นกระดูก ทว่านัยน์ตาหงส์คู่นั้นกลับยังคงฉายแววเย้ยหยันฟ้าดินเช่นเดิม ตรงเบื้องหน้าของเขาคือยอดฝีมือแห่งพรรคมารโลหิตทั้งสามคน ผู้นำคือ "ราชันโลหิตทมิฬ" ผู้สำเร็จวิชาดูดกลืนวิญญาณขั้นสูงสุด ร่างกายมันกำยำล่ำสันและแผ่ไอสีดำทะมึนน่าสะพรึงกลัว "ไอ้สวะหลี่เฟยหลง! วันนี้ต่อให้เจ้ามีกระบี่วิเศษหรือวิชาสุราเทวะอันใด ก็มิอาจรอดพ้นเงื้อมมือข้าไปได้!" ราชันโลหิตทมิฬคำรามลั่น กรงเล็บสีโลหิตพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ หลี่เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ "หึ... วิชามารเดรัจฉานเช่นนี้ ต่อให้พวกเจ้าฝึกฝนอีกสักร้อยชาติ ก็เป็นได้เพียงสุนัขรับใช้ที่รอวันถูกเชือดเท่านั้น" เขายกไหสุราขึ้นซดอึกใหญ่ ปราณสุราทะยานพลุ่งพล่านเข้าสู่เส้นชีพจรในพริบตา ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับสายลมพายุที่ไร้ทิศทาง กระบี่ในมือวาดออกเป็นประกายแสงสีเงินยวดยิ่งยวด ตัดผ่านความมืดมิดในถ้ำศิลาจนเกิดเสียงกรีดร้องเสียดแก้วหู ปราณกระบี่อัคคีสุราสะท้อนเข้าใส่ร่างของยอดฝีมือพรรคมารจนพวกมันต้องถอยร่นไปหลายก้าว ทว่า... ด้วยอาการบาดเจ็บสะสมและจำนวนศัตรูที่มีมากกว่า หลี่เฟยหลงรู้ดีว่าร่างกายของเขาใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว ลมปราณในตันtian (ตันเถียน) ปั่นป่วนจนเกือบควบคุมไม่ได้ หากยังยื้อเยื้อเช่นนี้ เกรงว่าร่างของเขาคงกลายเป็นรังสีสังหารที่ไร้จิตวิญญาณ ในจังหวะวิกฤตที่ราชันโลหิตทมิฬกำลังจะซัดฝ่ามือโลหิตเข้ากลางหน้าอกของหลี่เฟยหลง ซึ่งเขาแทบไม่มีแรงแม้แต่จะยกกระบี่ขึ้นป้องกัน... *ฉับพลัน!* ประกายแสงสีฟ้าครามดั่งน้ำแข็งหมื่นปีพลันวาบขึ้นจากความว่างเปล่า อุณหภูมิภายในถ้ำลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในชั่วพริบตา ปราณกระบี่เย็นเยียบสายหนึ่งพุ่งแหวกม่านอากาศเข้ามาขวางกั้นระหว่างความเป็นความตายอย่างเฉียดฉิว! "บังอาจ!" เสียงหวาดระแวงของราชันโลหิตทมิฬดังขึ้น พร้อมกับที่ร่างของมันต้องถอยกรูดไปสามก้าวเพื่อต้านทานพลังเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามา หลี่เฟยหลงหอบหายใจหนักหน่วง นัยน์ตาหงส์หรี่มองไปยังเบื้องหน้า ท่ามกลางละอองหมอกน้ำแข็งและไอเย็นที่พวยพุ่ง ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนสาวจากแดนสรวงได้ก้าวเข้ามา กระบี่น้ำแข็งในมือของนางเปล่งประกายเจิดจ้าสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง "มู่หรงเซวี่ย..." หลี่เฟยหลงพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยความประหลาดใจระคนไม่อยากเชื่อ สตรีผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาดั่งน้ำแข็งหมื่นปี ผู้ซึ่งควรจะอยู่ห่างจากอันตรายและมุ่งหน้าตามหาบันทึกลับตระกูลในดินแดนไกลโพ้น บัดนี้กลับยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขา ท่ามกลางดงกระบี่และกลิ่นคาวเลือด มู่หรงเซวี่ยมิได้หันกลับมามองเขา สายตาคู่สวยคู่นั้นยังคงจ้องเขม็งไปยังราชันโลหิตทมิฬอย่างเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณที่นางปลดปล่อยออกมา "หลี่เฟยหลง... เจ้าคิดว่าการตายอย่างโง่เขลาในที่เช่นนี้ จะทำให้ข้าได้บันทึกของตระกูลคืนมาอย่างนั้นหรือ?" เสียงหวานใสที่มักจะไร้ความรู้สึกในยามปกติ บัดนี้กลับเจือไปด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย แต่น้ำเสียงนั้นกลับมั่นคงหนักแน่นยิ่งนัก "หนทางข้างหน้ายังมีภาระที่ต้องสะสาง เจ้ายังตายไม่ได้... จนกว่าจะชำระหนี้สุราที่ติดค้างข้าให้หมดเสียก่อน" ราชันโลหิตทมิฬขบกรามแน่น จ้องมองสตรีเบื้องหน้าด้วยแววตาดุดัน "นึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็คุณหนูตระกูลมู่หรงผู้ร่วงหล่น! ในเมื่อเจ้าอยากรนหาที่ตายนัก ข้าก็จะส่งพวกเจ้าสองคนไปยมโลกพร้อมกัน!" มู่หรงเซวี่ยแค่นเสียงเย็นชา "ปากดีนัก... พวกเจ้ามารโลหิต ทำลายความสงบสุขของยุทธภพและสร้างหนี้เลือดไว้มากพอแล้ว วันนี้ข้า... มู่หรงเซวี่ย จะขอใช้กระบี่น้ำแข็งเล่มนี้ ทวงคืนความยุติธรรมให้แก่แผ่นดิน!" สิ้นคำพูดของนาง พลังปราณระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสมบูรณ์ก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง ไอเย็นปกคลุมไปทั่วทั้งรัศมีร้อยลี้ หิมะโปรยปรายลงมาภายในถ้ำศิลาอัคคีอย่างน่าอัศจรรย์ใจ หลี่เฟยหลงแย้มยิ้มออกมา แม้ริมฝีปากจะมีคราบเลือดติดอยู่ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ย "คุณหนูมู่หรง... ดูท่าท่านจะติดหนี้บุญคุณข้าเข้าให้อีกแล้วกระมัง ถึงได้ยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงเคียงข้างข้าเช่นนี้" "หุบปากของเจ้าไปเสีย หลี่เฟยหลง" มู่หรงเซวี่ยกล่าวโดยไม่หันมามอง "หากเสร็จศึกนี้ ข้าจะคิดดอกเบี้ยจากเจ้าเป็นสิบเท่า" "ฮ่าๆๆ ดี! เช่นนั้นข้าจะใช้ลมหายใจที่เหลืออยู่ ชel (เชือด) ศัตรูเบื้องหน้าให้ท่านดูเป็นขวัญตา!" หลี่เฟยหลงสะบัดข้อมือ กระบี่ในมือกลับมาเปล่งประกายเจิดจ้าอีกครั้ง พลังปราณสุราและปราณน้ำแข็งหลอมรวมเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ เกิดเป็นอานุภาพที่ทรงพลังจนแม้แต่มิติรอบกายยังต้องสั่นไหว ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดของการต่อสู้ที่กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง มู่หรงเซวี่ยกลับเหลือบสายตาไปเห็นรอยแผลลึกที่แผ่นหลังของหลี่เฟยหลง ซึ่งไอร้ายสีดำกำลังกัดกินเนื้อหนังของเขาอย่างช้าๆ ดวงตาคู่สวยของนางหรี่ลงเล็กน้อย ความตระหนกวูบผ่านเข้ามาในแววตาเพียงเสี้ยววินาที... วิชามารนี้มีพิษร้ายแรงถึงชีวิต หากปล่อยไว้เกินหนึ่งก้านธูป ต่อให้เป็นเซียนเทวะก็ไม่อาจช่วยชีวิตเขาได้ มู่หรงเซวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจกระทำบางสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิต ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เซียนสุราเมามาย" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%