เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 17

ประสานพลังรุดหน้า

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"วิชาดาบเหมันต์นิรันดร์ของแม่นาง หากินกระบวนท่าที่สามวนไปวนมาเช่นนี้ เกรงว่าต่อให้ศัตรูไม่ทันลงมือ เจ้าก็คงอกแตกตายเพราะความดื้อรั้นของตนเองเสียก่อนนะครับ" เสียงหัวเราะเจือกลิ่นสุราลอยละลิ่วมาท่ามกลางความหนาวเหน็บที่บาดลึกถึงกระดูก มู่หรงเซวี่ยตวัดสายตาดั่งคมมีดน้ำแข็งมองบุรุษผู้ถือไหเหล้าซัดเซพเนจรอยู่เบื้องหลัง นางกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด กระบี่ในมือสั่นระริกด้วยแรงกดดันจากยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตวิญญาณแท้จริงที่ปิดล้อมพวกตนไว้รอบทิศ ทว่า ในสถานการณ์ความเป็นความตายที่แม้แต่ลมหายใจยังจับตัวเป็นน้ำแข็ง นางกลับปฏิเสธไม่ได้ว่า... สัมผัสอุ่นร้อนจากกลิ่นสุราและไอพลังปราณที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังของคนผู้นี้ กำลังค้ำจุนจิตใจที่เกือบจะแหลกสลายของนางให้ตั้งตรงขึ้นมาอีกครั้ง "หุบปากของเจ้าเสีย หลี่เฟยหลง! หากข้าต้องตายที่นี่ เจ้าก็คงไม่แคล้วเป็นผีเฝ้าไหสุราอยู่ดี" มู่หรงเซวี่ยกล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงแม้จะยังคงความเย็นชาดั่งหิมะพันปี แต่กลับซ่อนความห่วงใยที่แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่อาจปฏิเสธ หลี่เฟยหลงยิ้มเยาะ ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งราวกับคนเมามายที่ยังไม่ตื่นจากนิทรา เขาเอียงคอหลบประกายแสงกระบี่ที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างเฉียดฉิว นิ้วเรียวยาวดีดไหสุราในมือเบาๆ หยาดสุราสีอำพันพวยพุ่งออกมาราวกับกระบี่ไร้ลักษณ์ ปะทะเข้ากับรังสีอำมหิตของศัตรูจนแตกกระจายกลายเป็นละอองหมอก "ฮ่าๆๆ! ผีเฝ้าไหสุราเช่นข้า อย่างน้อยก็มีสุราเลิศรสเป็นเพื่อนแก้เหงา ไม่เหมือนคุณหนูตระกูลมู่หรง ที่แบกเกียรติยศตระกูลไว้บนบ่าจนหลังแทบหักเช่นนี้... น่าสงสาร เสียนี่กระไร" คำพูดกวนประสาทนั้นแทนที่จะสร้างความโกรธเกรี้ยว กลับจุดประกายความเด็ดเดี่ยวในแววตาน้ำแข็งของมู่หรงเซวี่ย นางสูดลมหายใจเข้าลึก ถ่ายเทพลังปราณเหมันต์ทั่วร่างผสานเข้ากับเคล็ดวิชาต้นกำเนิด นี่คือจุดเริ่มต้นของการผสานพลังที่แท้จริง! "ถ้าเช่นนั้น... เจ้าก็จงใช้กระบี่บ้าคลั่งของเจ้า เปิดทางให้ข้าเสียที!" สิ้นเสียงคำรามของหญิงสาว บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยน ท้องฟ้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับปกคลุมด้วยเกล็ดหิมะสีครามเข้ม อุณหวลดิ่งฮวบลงจนรากไม้บนพื้นดินแข็งตัวชั่วพริบตา มู่หรงเซวี่ยพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงอากาศ ดั่งเทพเซียนน้ำแข็งผู้ลงทัณฑ์โลกหล้า กระบี่ในมือแผ่รังสีเย็นเยียบแผ่ซ่านครอบคลุมรัศมีร้อยลี้ วิชา "เหมันต์กลืนสุริยัน" ถูกปลดปล่อยออกมาจนถึงขีดสุด ในขณะเดียวกัน หลี่เฟยหลงที่ยืนอยู่เบื้องล่างไม่1ถอยหนี รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาคมกล้าดั่งพญาอินทรีผ่าเมฆ เขายกไหสุราขึ้นซดรวดเดียวหมดเกลี้ยง ก่อนจะปัดไหใบนั้นแหลกละเอียดเป็นผุยผง *เปรี้ยง!* ปราณกระบี่เมามายผสานกับจิตวิญญาณกระบี่ไร้พ่ายทะยานออกจากร่างของหลี่เฟยหลง พุ่งทะลวงขึ้นฟ้าผสานหลอมรวมเข้ากับพายุหิมะของมู่หรงเซวี่ยอย่างไร้รอยต่อ ความร้อนแรงดั่งไฟนรกของสุราฤทธิ์แรงกล้าและไอความเย็นยะเยือกของน้ำแข็งหมื่นปี ไม่เพียงแต่ไม่หักล้างกันเอง แต่กลับส่งเสริมซึ่งกันและกันจนเกิดเป็น "เขตแดนหยินหยางเหมันต์เมามาย" อันทรงพลังอย่างไร้ผู้ต่อกร! เหล่าศัตรูที่รายล้อมต่างใบหน้าถอดสี พวกมันสัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ แรงกดดันนี้หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าภูเขาไท่ซานกดทับ ร่างกายของพวกมันเริ่มแข็งเกร็งจากความหนาวเหน็บ ขณะเดียวกันเส้นชีพจรภายในกลับถูกแผดเผาด้วยความร้อนของปราณสุรา "นี่มัน... วิชาบ้าอะไรกัน!" หัวหน้ากลุ่มมือสังหารกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก มันพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดต้านทาน แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว *ฉับ!* ประกายแสงสีครามผสมผสานกับแสงสีทองแดงวาดผ่านความมืดมิด เป็นเส้นตรงที่งดงามและน่าสะพรึงกลัวที่สุดในยุทธภพ ไร้เสียงกรีดร้อง ไร้การต่อต้าน ร่างของยอดฝีมือนับสิบถูกตัดขาดเป็นสองท่อนในพริบตาเดียว พื้นดินเบื้องล่างถูกแช่แข็งและถูกเผาผลาญในเวลาเดียวกัน เกิดเป็นหลุมลึกขนาดมหึมาที่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่ ความเงียบสงบกลับคืนสู่ผืนป่าอีกครั้ง มู่หรงเซวี่ยร่อนลงสู่พื้นอย่างแผ่วเบา ร่างกายของนางเซถลอกเล็กน้อยจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้างดงามซีดเซียวลงเล็กน้อย นางป้องกระบี่เก็บเข้าฝักด้วยท่าทางสง่างาม ทว่าสายตาจับจ้องไปยังบุรุษด้านข้างที่ยืนเซซ้ายขวาคล้ายคนเมามายเช่นเดิม "เจ้า... เกือบทำเสียแผน" มู่หรงเซวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ แม้ในใจจะระลึกถึงอานุภาพการประสานเพลงกระบี่เมื่อครู่ด้วยความทึ่ง หลี่เฟยหลงหัวเราะฮ hแฮก ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ "โถ่ แม่นางมู่หรง หากไม่ใช่เพราะข้าคอยคุมจังหวะความร้อนให้เจ้า เกรงว่าตอนนี้ตัวเจ้าคงกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งไปนานแล้ว... ว่าแต่ เมื่อครู่ตอนที่เราผสานกระบี่กัน ร่างกายแนบชิดกันขนาดนั้น เจ้า... ใจเต้นแรงหรือไม่อ่ะ?" "เจ้าคนไร้ยางอาย!" มู่หรงเซวี่ยหน้าแดงซ่านขึ้นมาวูบหนึ่ง นางสะบัดหน้าหนีซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชาดั่งเดิม ก่อนจะก้าวเดินนำหน้าไป หลี่เฟยหลงยิ้มมุมปาก เดินตามหลังนางไปช้าๆ พลางหยิบไหสุราสำรองออกมาเปิดดื่มแก้กระหาย บรรยากาศยามค่ำคืนนี้ช่างงดงาม และเส้นทางเบื้องหน้าก็ดูจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว ทว่า... ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นเขตแดนรกร้างนั้นเอง *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขาเคลื่อนที่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณที่แท้จริงซึ่งน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากลุ่มมือสังหารเมื่อครู่หลายร้อยเท่า แผ่พุ่งเข้ากดทับร่างของทั้งสองจนแทบทรุดลงคุกเข่า เงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นช้าๆ ภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากกระดูกอสูร ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่หลี่เฟยหลงและมู่หรงเซวี่ยราวกับมองมดปลวก "เด็กน้อย... พวกเจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของสำนักกระบี่โลหิตไปได้จริงงั้นหรือ?" ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เซียนสุราเมามาย" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%