"เหลียงอี้... เจ้าคิดว่าชาตินี้ข้าและเจ้า ดื่มสุราด้วยกันมาแล้วกี่ไหกันแน่?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยกลิ่นอายฤทธิ์สุราและคาวโลหิตดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องโถงโบราณของสำนักพิทักษ์ธรรม หลี่เฟยหลงยืนพิงเสาศิลาแกะสลักด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย มือข้างหนึ่งยังคงถือไหสุราหอมหมื่นลี้ที่พร่องไปครึ่งหนึ่ง ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งมองตรงไปยังบุรุษในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า
มู่หรงเซวี่ยยืนนิ่งสงบดั่งประติมากรรมน้ำแข็ง รัศมีไอเย็นแผ่ซ่านรอบกายจนละอองฝุ่นในอากาศเกาะตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือของนางสั่นสะท้อนเบาๆ ส่งเสียง ‘ติ๊ง’ กังวานราiftyกับเตือนสติว่า บัดนี้ความอดทนของนางได้เดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว สายตาของนางไม่ได้มองไปยังหลี่เฟยหลง แต่มันจับจ้องอยู่ที่เงาร่างที่สะท้อนอยู่บนคมกระบี่—เงาร่างของผู้ที่พวกเขาทั้งคู่ต่างให้ความไว้วางใจมาตลอดสิบปี
"พี่ใหญ่หลี่... ท่านพูดจาเหลวไหลอันใดกัน?"
รอยยิ้มที่อบอุ่นและสุภาพเรียบร้อยดั่งบัณฑิตผู้ทรงคุณธรรมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ ‘เฉินอี้เฉิง’ รองประมุขแห่งสำนักพิทักษ์ธรรม ผู้เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายและเป็นมือขวาคนสนิทของหลี่เฟยหลงมาเนิ่นนาน เขายกมือขึ้นประสานคารวะตามธรรมเนียม ท่าทีไม่มีพิรุธแม้แต่น้อย หากแต่แววตาที่ทอประกายลึกล้ำชั่วพริบตานั้น กลับไม่รอดพ้นจากประสาทสัมผัสอันแหลมคมของเซียนสุราผู้ผ่านโลกมามาก
"เหลวไหลงั้นหรือ?" หลี่เฟยหลงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงแหบพร่าแต่น่าฟัง เขาซัดสุราเข้าปากอีกอึกใหญ่ ก่อนจะปัดมือเบาๆ เศษกระดาษยันต์อักขระโบราณชิ้นหนึ่งก็ปลิวล่องลอยไปตกแทบเท้าของเฉินอี้เฉิง
"ยันต์สะกดวิญญาณโลหิต... เป็นวิชาลับจากสำนักมืดที่สูญหายไปเมื่อสามร้อยปีก่อน เก้าปีที่แล้ว ตอนที่อาจารย์ของข้าถูกลอบสังหารในค่ายกลลับ ข้าพบเศษยันต์ชนิดนี้ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และเมื่อครู่... ตอนที่แม่นางมู่หรงใช้เคล็ดวิชาน้ำแข็งพันปีตรวจสอบค่ายกลคุ้มกันของสำนักเรา นางบังเอิญพบร่องรอยพลังปราณโลหิตที่คุ้นเคยยิ่ง... ปราณโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรของ ‘คนใกล้ตัว’ จนเกินไป"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงพลันดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็ง มู่หรงเซวี่ยขยับตัวเพียงเล็กน้อย ไอเย็นแผ่ขยายออกไปจนพื้นศิลาแตกร้าวเป็นทางยาว นางไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้ เพราะความจริงที่ปรากฏตรงหน้านี้ หนักหนาเกินกว่าจะรับไหว คนที่คอยช่วยเหลือ จัดการเสบียง และวางแผนกลยุทธ์เคียงบ่าเคียงไหล่มาตลอด กลับเป็นหัวหน้าใหญ่ของสำนักมืดผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังความพินาศของยุทธภพ!
เฉินอี้เฉิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย กลายเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว เขาส่ายหน้าเบาๆ ช้าๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
"ฮ่าๆๆ... สมแล้วที่เป็นเซียนสุราไร้พ่าย หลี่เฟยหลง! เจ้าใช้ความมึนเมาตบตาคนทั้งยุทธภพ แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนดวงตาที่แหลมคมดั่งเหยี่ยวเอาไว้... น่าเสียดาย ยิ่งเจ้ารู้มากเท่าไหร่ เจ้าก็ยิ่งต้องตายเร็วขึ้นเท่านั้น"
พริบตาที่สิ้นเสียง ร่างของเฉินอี้เฉิงก็พลันเลือนหายไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย!
*เปรี้ยง!*
เสาศิลาขนาดใหญ่ด้านหลังหลี่เฟยหลงระเบิดออกเป็นจุล เศษหินแหลมคมพุ่งเข้าใส่ดั่งห่าฝน ทว่าหลี่เฟยหลงกลับยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไหสุราในมือไม่หกแม้แต่หยดเดียว ร่างของเขาโยกหลบไปด้านข้างอย่างเกียจคร้านราวกับใวร่วงหล่นตามสายลม ปลายกระบี่ของมู่หรงเซวี่ยพุ่งวาบออกไปราวกับมังกรน้ำแข็งคำราม แทงทะลุความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างแม่นยำ
"คิดจะหนีหรือ?!" มู่หรงเซวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก พลังปราณสีครามพวยพุ่งขึ้นสู่เพดาน ก่อตัวเป็นค่ายกลหิมะโปรยปรายปิดตายทุกเส้นทางหลบหนี
แต่ทว่า... เงาร่างนับร้อยของเฉินอี้เฉิงกลับปรากฏขึ้นทั่วทุกมุมห้อง ทุกร่างล้วนมีลมหายใจและพลังปราณที่แท้จริง เสียงหัวเราะเยาะหยันดังสะท้อนก้องกังวานมาจากทุกทิศทุกทาง
"มู่หรงเซวี่ย เจ้าคิดว่าตระกูลมู่หรงของเจ้าล่มสลายเพราะเหตุใดเล่า? ก็เพราะความโง่เขลาเบาปัญญาที่เชื่อมั่นในคุณธรรมจอมปลอมอย่างไรล่ะ! บันทึกลับที่เจ้าตามหา... อยู่ในมือข้านี่แหละ!"
เฉินอี้เฉิงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่เบื้องหลังของมู่หรงเซวี่ยในระยะประชิด มือขวาของเขากลายสภาพเป็นกรงเล็บโลหิตสีดำสนิท แผ่ไอสังหารรุนแรงพุ่งตรงไปยังจุดชีพจรหัวใจของนางโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ความเร็วนี้เหนือล้ำกว่าขอบเขตที่มนุษย์ทั่วไปจะรับมือได้ทันท่วงที!
"ระวัง!" หลี่เฟยหลงคำรามลั่นในลำคอ นัยน์ตาที่เคยหรี่มึนเมา บัดนี้เบิกกว้างขึ้นอย่างฉับพลัน ประกายกระบี่สีชาดเจิดจ้าพุ่งทะยานออกจากฝักด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ แผ่รังสีอำมหิตที่สะท้านสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ!
ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะปะทะเข้ากับกรงเล็บโลหิตนั้นเอง เฉินอี้เฉิงกลับไม่ได้มุ่งเป้ามาที่มู่หรงเซวี่ยอย่างที่คาดคิด ร่างของเขาหันกลับมาทางหลี่เฟยหลง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก และวัตถุบางอย่างในมือซ้ายที่ถูกดึงออกมา—
มันคือป้ายวิญญาณไม้เก่าแก่สลักชื่อ ‘อาจารย์’ ของหลี่เฟยหลง ที่ควรจะถูกเก็บรักษาไว้ในห้องลับสุดยอดของสำนัก!
"เฟยหลง... เจ้าไม่อยากรู้หรือว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนลงมือปลิดชีพอาจารย์ของเจ้าเมื่อเก้าปีก่อน?"
หัวใจของหลี่เฟยหลงกระตุกวูบ สติที่เคยควบคุมจังหวะกระบี่พลันสะดุดลงชั่วลมหายใจ คมกระบี่ที่พุ่งออกไปหยุดชะงักกลางอากาศอย่างกะทันหัน แรงสะท้อนย้อนกลับทำให้เลือดสดๆ ไหลยิ้มออกมาที่มุมปากของเขา
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เซียนสุราเมามาย" มาโดยตลอดนะครับ!
เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 18
เบื้องหลังผู้บงการ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!