“เจ้า... เจ้ามันคนขี้ขลาด! หากจะสู้ก็จงเงยหน้าขึ้นมาเผชิญความตายเยี่ยงบุรุษ อย่าได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมโสมมเช่นนี้!”
เสียงตะโกนก้องของหลี่เฟยหลงดังกังวานกึกก้องไปทั่วหุบเขาไร้ชื่อ เลือดสดๆ หยดลงจากปลายกระบี่ที่สั่นระริกของเขา หยดแล้วหยดเล่า... ทว่ามันไม่ใช่เลือดของศัตรู หากแต่เป็นเลือดของ ‘อาปัน’ สหายร่วมเป็นร่วมตายที่เพิ่งสิ้นลมหายใจลงในอ้อมแขนของเขาเพียงไม่กี่ลมหายใจก่อนหน้านี้
ใบหน้าของจอมยุทธ์ผู้เคยมีรอยยิ้มกวนประสาทประดับอยู่เสมอ บัดนี้กลับซีดเผือดดุจคนตาย ดวงตาที่เคยฉายแววหยอกล้อโลกหล้า บัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าที่ดำมืดราวกับหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง เขาไม่ได้ร่ำไห้ ไม่ได้กรีดร้องฟูมฟาย แต่ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินบนพื้นหญ้าที่ย้อมไปด้วยสีชาดนั้น มันหนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซาน
“หลี่เฟยหลง... ถอยไปเสีย!” มู่หรงเซวี่ยกระบี่ในมือของนางถูกน้ำแข็งเกาะกุมจนเป็นผลึกงดงามแต่เยือกเย็น นางพยายามจะรั้งร่างของเขาไว้ แต่นางรู้ดี... ในเวลานี้ จิตวิญญาณของบุรุษผู้นี้ได้แตกสลายลงไปพร้อมกับมิตรสหายคนสุดท้ายแล้ว
“ถอยหรือ?” หลี่เฟยหลงแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบพร่าและเย็นเยียบเกินกว่าจะมาจากมนุษย์ “อาปันมันเคยบอกข้าว่า... หากเราดื่มสุราด้วยกันจนหมดไห โลกนี้ย่อมไม่มีเรื่องใดให้ต้องทุกข์ใจ แต่ดูสิ... วันนี้ข้ายังไม่ได้ลิ้มรสแม้แต่หยดเดียว กลับต้องมาส่งมันลงสู่ปรโลกด้วยเลือดของข้าเอง”
เขาสะบัดมือเบาๆ ไหสุราที่ติดตัวมาตลอดแตกละเอียดคามือ เศษดินเผาบาดลึกเข้าไปในเนื้อ แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ
ศัตรูเบื้องหน้าคือกลุ่มนักฆ่าจากสำนักเงาโลหิตที่ล้อมรอบพวกเขาไว้เกินกว่ายี่สิบคน พวกมันมองมาด้วยสายตาเหยียดหยาม เห็นความโศกเศร้าเป็นเพียงความบันเทิงชั้นต่ำ
“จอมยุทธ์กวนประสาทเอ๋ย ถึงเวลาที่พวกเจ้าต้องไปปรโลกแล้ว” หัวหน้านักฆ่ากล่าวพลางชักกระบี่ขึ้นฟ้า “จัดการสังหารพวกมันให้สิ้นซาก!”
คมกระบี่นับสิบพุ่งเข้าหาหลี่เฟยหลงดั่งฝูงตั๊กแตน แต่ในวินาทีที่วิกฤตที่สุดนั้น หลี่เฟยหลงไม่ได้ขยับตัวด้วยวิชากระบี่พลิกแพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาอีกต่อไป เขาเพียงแต่ยืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน ทันใดนั้น พลังปราณสีดำทมิฬก็ระเบิดออกมาจากร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่พลังปราณสายยุทธ์ที่ฝึกฝนกันทั่วไป แต่เป็นกลิ่นอายแห่ง ‘ความตาย’ ที่เข้มข้นจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
เขาก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว... ก้าวนั้นรวดเร็วจนตาเปล่ามองไม่ทัน ร่างของหลี่เฟยหลงปรากฏขึ้นกลางวงล้อมของนักฆ่า กระบี่ในมือไม่ได้ร่ายรำอย่างสวยงาม แต่มันถูกแทงออกไปด้วยท่วงท่าที่ดิบเถื่อนและเด็ดขาด
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เสียงเนื้อหนังถูกเฉือนขาดดังก้องต่อเนื่อง เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดขึ้นฟ้า ย้อมท้องฟ้าสีครามให้กลายเป็นสีแดงฉาน ทุกที่ที่เขาผ่านไป ชีวิตจะดับสูญทันที ไม่มีการต่อรอง ไม่มีการปราณี
“นี่มันวิชาอะไรกัน!” นักฆ่าคนหนึ่งหวาดกลัวจนสติหลุด แต่คำตอบที่ได้รับมีเพียงปลายกระบี่ที่ทะลวงผ่านลำคอ
มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้าง นางมองแผ่นหลังของบุรุษที่นางเคยคิดว่ารู้จักดีด้วยความรู้สึกสั่นสะท้าน ในแววตาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งของนางเริ่มมีรอยร้าว ความกังวลฉายชัด “เฟยหลง... หยุดเถิด! หากเจ้าใช้ ‘เคล็ดวิชาผลาญวิญญาณ’ ต่อไป เจ้าจะสูญเสียสติสัมปชัญญะจนกลายเป็นปีศาจไปตลอดกาลนะ!”
“ปีศาจหรือ?” หลี่เฟยหลงหันกลับมามองนาง ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงก่ำราวกับโลหิตที่นองพื้น “หากโลกนี้ยุติธรรมจริง สหายของข้าจะไม่มีวันตาย! หากฟ้าดินมีตา คนชั่วจะไม่มีวันรอดพ้นทัณฑ์! ในเมื่อสวรรค์ไม่พิพากษา... ข้านี่แหละจะเป็นคนทำเอง!”
เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่เหลือ รัศมีสีดำรอบกายเขายิ่งแผ่ขยายกว้างขึ้น จนกระทั่งมวลอากาศรอบบริเวณนั้นกลายเป็นสุญญากาศ ทุกครั้งที่เขาตวัดกระบี่ เสียงคร่ำครวญของวิญญาณคนตายก็ดังก้องไปทั่วหุบเขา
การต่อสู้ดำเนินไปราวกับภาพหลอน หลี่เฟยหลงไม่ได้สู้เพื่อชัยชนะ แต่เขาตวัดกระบี่เพื่อทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ราวกับว่าจิตใจของเขาได้ถูกสาปให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไร้ความรู้สึก
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะฟาดฟันเข้าใส่หัวหน้านักฆ่าเป็นครั้งสุดท้าย เสียงดนตรีพิณที่แว่วมาตามลมก็หยุดชะงักลง ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดหน้าผา เบื้องหลังของคนผู้นั้นคือรอยประทับที่เขาคุ้นเคยที่สุดในชีวิต... รอยประทับของ ‘สำนักลับ’ ที่ควรจะล่มสลายไปพร้อมกับอาจารย์ของเขาเมื่อสิบปีก่อน
หลี่เฟยหลงชะงักกึก ปลายกระบี่สั่นระริกห่างจากคอของศัตรูเพียงนิ้วเดียว
“เจ้า...” เขาเค้นเสียงออกมาด้วยความแค้นที่สุมอก “ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?”
บุรุษบนหน้าผาไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่คลี่จดหมายฉบับหนึ่งออกแล้วปล่อยให้มันปลิวว่อนลงมากลางวงต่อสู้ บนจดหมายนั้นมีลายเซ็นที่ทำให้หัวใจของหลี่เฟยหลงต้องหยุดเต้น... ลายเซ็นของอาจารย์ที่ควรจะสิ้นลมไปแล้ว
“อาจารย์ยังไม่ตาย... แต่ท่านกำลังจะถูกนำไปสังเวยให้กับพิธีกรรมที่เจ้ากำลังขวางทางอยู่นี่อย่างไรล่ะ เจ้าศิษย์โง่”
หลี่เฟยหลงยืนตัวแข็งทื่อ กระบี่ในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ความโกรธแค้นมลายหายไปแทนที่ด้วยความสับสนที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เขาหันกลับมามองมู่หรงเซวี่ยที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง พร้อมกับความจริงที่ว่า... การต่อสู้ทั้งหมดที่ผ่านมา คือบทละครที่ถูกจัดฉากไว้เพื่อทำลายจิตใจของเขาโดยเฉพาะ!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดติดตามเส้นทางสายเลือดนี้ไปกับผมนะครับ!
เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 19
จอกสุราอาบเลือด
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!