เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ปราณกระบี่นับหมื่นสายพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้าจนหมู่เมฆาสีชาดแตกกระจายกลายเป็นจุล
ณ ปากทางเข้า "หุบเขาเมฆานิรันดร์" ในยามนี้ ถูกย้อมไปด้วยกลิ่นอายสังหารอันเข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นรูปธรรม กองทัพฝ่ายอธรรมจากเจ็ดพรรคสำนักมารเคลื่อนพลมาปิดล้อมทุกตารางนิ้ว ธงรบสีดำสนิทปักเรียงรายสุดลูกหูลูกตา คลื่นมนุษย์นับหมื่นชีวิตแผ่รังสีอำมหิตออกมาราวกับฝูงอสูรกายกระหายเลือดที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้แหลกเป็นผุยผง
หลี่เฟยหลงยืนพิงแผ่นผาหินด้วยท่าทีเกียจคร้าน ในมือขวาถือไหสุราหมักร้อยปีที่ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนตัดกับกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาตามสายลม ดวงตาคู่คมปลาบมองกองทัพเบื้องล่างด้วยแววตาราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงใต้ฝ่าเท้า
"มาช้ากว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้เสียจริง... สงสัยพวกสุนัขรับใช้สำนักมารคงจะแวะกินข้าวต้มริมทางกันเสียจนท้องอืดกระมัง"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังลอดริมฝีปากของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ไร้กังวล ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นกระus[ดสุราเข้าปากอึกใหญ่ ปล่อยให้หยาดน้ำใสไหลรินผ่านมุมปากลงสู่ลำคอแกร่งอย่างไม่ยี่หระ
ข้างกายของเขาคือ มู่หรงเซวี่ย นางยืนสงบนิ่งดั่งรูปสลักน้ำแข็ง รัศมีไอเย็นแผ่ซ่านออกจากร่างจนหยาดน้ำค้างบนใบไม้รอบตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน กระบี่วิเศษประจำตระกูลในฝักถูกกุมไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตาคู่สวยกลับฉายประกายเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นถึงขีดสุด
"อย่าประมาท..." สุเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับสายลมหนาวเหน็บ "ผู้นำกองทัพครั้งนี้คือ 'เทียนหยาง' เจ้าสำนักอัคคีโลหิต ผู้ฝึกฝนวิชามารกลืนกินวิญญาณขั้นสมบูรณ์ พลังปราณของมันหลอมรวมจากชีวิตคนนับหมื่น ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เจ้าจะเอาแต่เล่นสนุกได้"
หลี่เฟยหลงเหลือบมองสหายร่วมเป็นร่วมตายแวบหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทั้งกวนประสาทและเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์
"คุณหนูมู่หรง เป็นห่วงข้าหรือไร? วางใจเถอะ... สุราในไหของข้ายังเหลืออีกครึ่ง หากข้ายังไม่ตายอย่างไรเสียเจ้าก็ยังคงต้องทนฟังคำพูดกวนประสาทของข้าไปอีกนาน"
"ใครห่วงเจ้ากัน..." มู่หรงเซวี่ยเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ริ้วแดงจางๆ ปรากฏขึ้นบนพวงแก้มขาวนวลภายใต้ผ้าแพรบาง ก่อนที่นางจะปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิมอย่างรวดเร็ว "ถ้าเจ้าตายในกระบวนท่าแรก ข้าจะเอาศพเจ้าไปโยนให้สุนัขกินแก้แค้นที่บังอาจล่วงเกินข้าตลอดทางที่ผ่านมา"
"ใจร้ายนัก..." หลี่เฟยหลงหัวเราะร่วน ก่อนจะแววตาจะเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก เมื่อเบื้องล่างเกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
*ตูมมม!*
คลื่นพลังสีโลหิตสายมหึถูกซัดพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง แหวกอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหวิวบาดแก้วหู ร่างของบุรุษร่างยักษ์ผู้หนึ่งเหาะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง อาภรณ์สีแดงฉานสะบัดพับตามแรงลม ดวงตาสมิงเต็มไปด้วยจิตสังหารและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาคือ "เทียนหยาง" เจ้าสำนักอัคคีโลหิตผู้เลื่องชื่อในความโหดเหี้ยม
"หลี่เฟยหลง! มู่หรงเซวี่ย! พวกเจ้าหนีไม่พ้นแล้ว!" เสียงคำรามของเทียนหยางดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ราวกับอสุนีบาตฟาดผ่าลงกลางใจคน "ส่งบันทึกวิถีสวรรค์และหัวของพวกเจ้ามาซะ! วันนี้ข้าจะลบชื่อหุบเขาเมฆานิรันดร์ให้หายไปจากแผนทยุทธภพ!"
สิ้นเสียงคำราม กองทัพฝ่ายอธรรมนับหมื่นก็ประสานเสียงคำรามกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น อาวุธในมือของพวกมันชูขึ้นฟ้า เตรียมพร้อมพรั่งสำหรับการนองเลือดครั้งประวัติศาสตร์
หลี่เฟยหลงค่อยๆ ขว้างไหสุราในมือทิ้งลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างไร้ความเสียดาย เสียงเศษดินแตกกระจายและกลิ่นสุราที่ระเหยขึ้นมา กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสุดท้าย
เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายแผ่พุ่งปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ดุดันและบริสุทธิ์ออกมาปกคลุมทั่วร่าง ดวงตาคู่นั้นทอประกายล้ำลึกดั่งห้วงจักรวาล
"เทียนหยาง... เจ้าคิดว่าการระดมสุนัขรับใช้มานับหมื่น จะทำให้เจ้ากลายเป็นเซียนได้กระนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี..." หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่กลับก้องกังวานไปถึงโสตประสาทของทุกคนอย่างไร้ที่ติ
มือขวาของจอมยุทธ์หนุ่มเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่เก่าคร่ำคร่าข้างกาย ชั่วพริบตานั้น อุณหภูมิรอบตัวราวกับดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับถูกปกคลุมด้วยหมู่เมฆสีดำทะมึน สายฟ้าสีครามแล่นแปลบปลาบอยู่เบื้องบนราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ
"ในเมื่อพวกมันอยากตายนัก... วันนี้ข้า 'เซียนสุรา' ผู้นี้ จะใช้กระบวนท่ากระบี่เดียว สยบทั้งกองทัพมารให้ดูเอง!"
มู่หรงเซวี่ยไม่รอช้า นางขยับกายวาบขึ้นยืนเคียงข้าง ร่างระหงเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า กระบี่ในมือถูกชี้ฟ้า ไอมารและไอเซวี่ยปะทะกันจนเกิดเสียงระเบิดย่อยๆ รอบกายของทั้งสองคนกลายเป็นเขตแดนต้องห้ามที่ไม่มีผู้ใดกล้าก้าวล่วง
ทว่า... ในวินาทีที่กระบี่ของทั้งสองกำลังจะถูกชักออกจากฝักเพื่อเปิดฉากมหาสงครามล้างผลาญนั้นเอง เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ลอยล่องมาจากยอดผาสูงชันเบื้องหลัง ทั้งที่บริเวณนั้นไม่ควรมีผู้ใดอยู่นอกเหนือจากพวกเขา!
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"นับว่าฝีปากกล้าหาญและวิชาฝีมือไม่เลวสมคำร่ำลือ... แต่พวกเจ้าแน่ใจแล้วหรือ ว่าศัตรูที่แท้จริง... มีเพียงไอ้พวกสยะเบื้องล่างนี้เท่านั้น?"
ร่างในชุดคลุมสีขาวสนิทปรากฏขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียงบนยอดผา ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ ทว่าสิ่งที่ทำให้หลี่เฟยหลงและมู่หรงเซวี่ยต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด คือกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวของบุคคลปริศนาผู้นั้น... มันคือ "กระบี่ประจำสำนัก" ของอาจารย์ผู้ล่วงลับที่ควรจะสูญหายไปเมื่อสิบปีก่อน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้ามา ณ ที่นี้นะครับ
เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 23
มหาสงครามยุทธภพ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!