เสียงกระบี่กระทบพื้นศิลาเบาหวิว ดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทที่พร่าเลือน ความว่างเปล่าสีเทาหม่นเบื้องหน้าหาใช่ขอบเขตอันสิ้นสุดไม่ หากแต่เป็นมิติสังเวียนแห่งจิตที่บิดเบี้ยวจนน่าสะพรึงกลัว
"หลี่เฟยหลง... เจ้ายังจะดื่มมันลงไปอีกหรือ?"
น้ำเสียงเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มู่หรงเซวี่ยยืนอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงสามก้าว นางในยามนี้ปราศจากอาภรณ์หรูหรา หากแต่ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์กลับเปรอะเปื้อนด้วยรอยเลือดสีชาด ดวงตาคู่คมปลาบจับจ้องมาที่เขา ราวกับกำลังมองดูศัตรูผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
หลี่เฟยหลงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้ภายในอกจะเจ็บแปล๊บราวกับถูกคมกระบี่นับพันเล่มกรีดแทง เขาเงยศีรษะขึ้น ยกไหสุราในมือซ้ายขึ้นซดอึกใหญ่ ของเหลวรสร้อนแรงไหลผ่านลำคอ แผ่ไออุ่นซ่านไปทั่วร่าง ทว่ามันกลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บที่กัดกินจิตวิญญาณได้เลย
"คุณหนูมู่... ดื่มสุราในยามเป็นความตายเช่นนี้ นับว่าเป็นความสุนทรีย์ที่หาได้ยากยิ่งนัก ท่านไม่ลองสักจอกหรือ?" หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งประกายกระบี่
นี่คือมิติคู่ขนาน—กรงขังแห่งจิตที่สะท้อนภาพลวงตาอันเกิดจากความกลัวและปมในอดีตที่ฝังรากลึกที่สุด
ฉับพลัน พื้นศิลาเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หมอกสีเทาหนาทึบม้วนตัวเข้าหากันราวกับสัตว์อสูรกลายร่าง ภาพเบื้องหน้าของมู่หรงเซวี่ยเริ่มบิดเบี้ยว ร่างของนางแตกสลายกลายเป็นละอองแสง ก่อนจะรวมตัวใหม่กลายเป็นร่างของชายชราผู้หนึ่ง... อาจารย์ผู้ล่วงลับของเขา!
"เฟยหลง... เหตุใดเจ้าจึงไม่ปกป้องสำนัก? เหตุใดเจ้าจึงรอดชีวิตอยู่คนเดียว!"
เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวและผิดหวังดังสะท้อนก้อง ร่างเงาของอาจารย์พุ่งเข้าหาด้วยกระบวนท่ากระบี่พิฆาตสวรรค์ อานุภาพรุนแรงจนมิติรอบด้านปริร้าว
หลี่เฟยหลงนัยน์ตาหรี่แคบลง หัวใจกระตุกวูบ ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดในวันที่สำนักถูกกวาดล้างไหลบ่าเข้ามาดั่งกระแสน้ำเชี่ยว ความรู้สึกผิด ความเคียดแค้น และความอ่อนแอในอดีตถาโถมเข้าใส่จนลมหายใจติดขัด ทว่าในวินาทีที่ปลายกระบี่จ่อatคอหอย ร่างกายของเขากลับเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณแห่งวิถีกระบี่อย่างไร้รอยต่อ
"อดีตก็คืออดีต... อาจารย์ ท่านตายไปแล้ว!"
*ชิ้ง!*
กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือถูกชักออกจากฝักด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ประกายกระบี่สีครามพาดผ่านความว่างเปล่า ปะทะเข้ากับร่างเงาของอาจารย์จนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ทว่า เมื่อร่างนั้นสลายไป ความเจ็บปวดกลับไม่จางหาย กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของมู่หรงเซวี่ย นางกำลังเผชิญหน้ากับภาพหลอนที่น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้กัน
เบื้องหน้าของหญิงสาวคือภาพของบรรพบุรุษตระกูลมู่หรง นั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งความตาย สายตาทุกคู่มองมาที่นางด้วยความดูแคลน เสียงก่นด่าทอสาปแช่งดังระงมในโสตประสาท *'เจ้ามันคือกาลกิณี ตระกูลต้องเสื่อมเสียเพราะความอ่อนแอของเจ้า!'*
"ข้าไม่ใช่... ข้าได้ทุ่มเททุกสิ่งแล้ว!" มู่หรงเซวี่ยตะโกนก้อง ใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก พลังปราณน้ำแข็งรอบตัวปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้ นางตวัดกระบี่ประจำกายเข้าหั่นฟันภาพลวงตาเหล่านั้นอย่างไร้ความปรานี ทุกกระบวนท่ารวดเร็ว เด็ดขาด และเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว
ทั้งสองคนต่างถูกขังอยู่ในโลกส่วนตัวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อบั่นทอนจิตวิญญาณ หากจิตใจแตกสลาย ทั้งคู่จะต้องติดอยู่ในมิตินี้ไปตลอดกาล กลายเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนที่ไร้ตัวตน
หลี่เฟยหลงหอบหายใจถี่กระชั้น บาดแผลตามร่างกายที่เกิดจากภาพหลอนเริ่มปรากฏเป็นรอยแผลจริง เลือดสีสดไหลซึมผ่านอาภรณ์ เขากวาดตามองไปรอบกาย ท่ามกลางหมอกหนาทึบ เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งเป้ามาที่มู่หรงเซวี่ย ซึ่งกำลังยืนนิ่งงัน น้ำตาหยดใสไหลรินลงมาอาบแก้ม—ภาพที่แม้แต่ในยามปกติเขาก็ไม่มีวันได้เห็นจากหญิงสาวผู้เย็นชาผู้นี้
*นางกำลังจะพ่ายแพ้ต่อภาพหลอนของตนเอง...*
หลี่เฟยหลงกัดฟันกรอด ฝืนฝะก้าวผ่านความเจ็บปวดและภาพลวงตาของตนเองที่ยังคงผุดขึ้นมาขัดขวาง เขาก้าวเดินโซเซผ่านมิติที่บิดเบี้ยว ปราณสุราในร่างถูกรีดเร้นจนถึงขีดสุดเพื่อต้านทานแรงกดดันอันมหาศาล
"คุณหนูมู่!" เขาตะโกนก้อง ฝ่าความว่างเปล่าพุ่งเข้าไปหานางในพริบตา
มู่หรงเซวี่ยในยามนี้กำลังเงื้อกระบี่ขึ้นหมายจะปลิดชีวะตนเอง ภาพหลอนได้หลอกลวงนางว่ามือคู่นี้ได้สังหารคนสำคัญในตระกูลจนหมดสิ้นแล้ว
"อย่าได้โง่เง่าไปหน่อยเลย!"
หลี่เฟยหลงพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเรียวบางนั้นไว้สุดแรง แผ่นหลังของเขาถูกกระบี่ของภาพลวงตาแทงทะลุจนเลือดพุ่งกระฉูด ทว่าเขากลับไม่ปริปากร้องสักแอะ ใบหน้าคมคายเปื้อนยิ้มเยาะหยันเช่นเคย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ไร้ประกายของนาง
"ตระกูลมู่หรงจะเป็นเช่นไร... สำนักลับจะสูญสลายหรือไม่... มันสำคัญอันใดเล่า? ตราบใดที่สตรีผู้เย่อหยิ่งและโง่เขลาผู้นี้ยังยืนอยู่เบื้องหน้าข้า... ข้าไม่มีทางยอมให้เจ้ายอมแพ้ต่อโชคชะตาบ้าบอเหล่านี้เด็ดขาด!"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบทำลายกำแพงแห่งภาพหลอน มู่หรงเซวี่ยสะดุ้งเฮือก สติสัมปชัญญะกลับคืนมา นางก้มลงมองมือที่กุมข้อมือตนเองไว้แน่น เลือดสีแดงฉานที่ไหลอาบแผ่นหลังของชายหนุ่มสะท้อนเข้าสู่ดวงตา ทำให้หัวใจที่ด้านชามาแรมปีของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"เจ้า... คนบ้า..." เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย
"ฮ่าๆๆๆ บ้าก็บ้าวะ!" หลี่เฟยหลงหัวเราะลั่น กระอักเลือดออกมาคำโต ก่อนจะตวัดกระบี่ในมือขวาเข้าใส่ใจกลางมิติเบื้องหน้าด้วยพลังทั้งหมดที่มี
*เปรี้ยงงงง!*
มิติคู่ขนานเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ดั่งกระจกที่กำลังแตกสลาย แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องทะลุผ่านรอยแยกนั้นเข้ามา พร้อมกับแรงดูดมหาศาลที่ฉีกกระชากร่างของทั้งสองให้ร่วงหล่นลงไปในห้วงเหวลึกอันไร้ก้นบึ้ง
ทว่า ในวินาทีที่ร่างทั้งสองกำลังจะร่วงหล่นลับหายไปในความมืดมิดนั้นเอง เงาร่างลึกลับผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ขอบรอยแยกมิติ รอยยิ้มอันชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวผุดขึ้นบนใบหน้าที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดสีดำสนิท พร้อมกับคมกระบี่โบราณที่ถูกชักออกจากฝักช้าๆ...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้ามา ณ ที่นี้นะครับ
เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 24
กรงขังแห่งลิขิต
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!