"เจ้าถามว่าเหตุใดข้าจึงเกลียดชังตระกูลหลินเข้ากระดูกดำ... ทั้งที่พวกมันสวมชุดขาวสะอาดสะอ้าน ดั่งเซียนผู้ทรงคุณธรรมบนยอดเขา?"
น้ำเสียงของมู่หรงเซวี่ยในยามนี้ ไม่ได้เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีเช่นเคยอีกต่อไป หากแต่สั่นเครือ แหลมคม และเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณ นางนั่งอยู่บนโขดหินผาอันเปลี่ยวร้าง สายตาทอดมองไปยังความมืดมิดเบื้องล่างที่สายหมอกหนาทึบปกคลุม ราวกับกำลังมองลงไปในหลุมศพของความทรงจำที่ไม่มีวันเลือนหาย
หลี่เฟยหลงไม่ได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่นั่งพิงลำต้นสนโบราณ มือข้างหนึ่งถือไหสุราชั้นดีที่หมักจากดอกท้อ ไอร้อนบางเบายังคงลอยกรุ่นเคล้ากลิ่นหายใจ เขากระดكสุราเข้าปากอึกใหญ่ ปล่อยให้รสชาติอันเผ็ดร้อนบาดลึกลงสู่ลำคอ ก่อนจะใช้หลังมือเช็ดมุมปากลวก ๆ ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่ง จับจ้องมองแผ่นหลังอันบอบบางแต่หยิ่งทะนงของนางด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
ในยุทธภพนี้ มีผู้คนมากมายที่สวมหน้ากากแห่งคุณธรรมเพื่อปกปิดสันดานอันเน่าเฟะ หลี่เฟยหลงพบเจอมานักต่อนักจนชินชา แต่กับสตรีผู้นี้... บาดแผลของนางไม่ได้เกิดจากการถูกหักหลังโดยทั่วไป หากแต่ถูกกรีดลงบนหัวใจด้วยดาบแห่งความกตัญญูที่ย้อนกลับมาทิ่มแทง
"ข้าเข้าใจ" หลี่เฟยหลงเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด ปราศจากซึ่งความกวนประสาทเช่นทุกครา "บางครั้ง... การมีชีวิตอยู่เพื่อแก้แค้น ยังเหนื่อยล้ายิ่งกว่าการตายตกไปตามกันเสียอีก"
มู่หรงเซวี่ยหันขวับมามองเขา นัยน์ตาสีคู่นั้นแดงก่ำ ร่องรอยของหยาดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นมาเนิ่นนาน ไหลรินอาบแก้วลากราราวกับไข่มุกที่ขาดผูก "เจ้าไม่เข้าใจหรอก, หลี่เฟยหลง! เจ้าเป็นเพียงจอมยุทธ์เร่ร่อนผู้ไร้พันธะ จะไปรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของการเห็นตระกูลที่สั่งสมเกียรติยศมานับพันปี ต้องมอดไหม้กลายเป็นจุลภายในคืนเดียวได้อย่างไร!"
นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกฝังลงไปในเนื้อฝ่ามือ โลหิตสีแดงฉานซึมไหลหยดลงบนพื้นดินทีละหยด ผสมผสานกับไอเย็นยะเยือกของลมปราณเหมันต์ที่แผ่ซ่านออกมาอย่างไร้การควบคุม พลังปราณรอบกายปั่นป่วนจนก้อนหินรอบข้างเริ่มเกิดรอยร้าว
หลี่เฟยหลงทอดถอนหายใจยาวนาน เขาวางไหสุราลงบนพื้นอย่างแผ่วเบา แล้วขยับกายเข้าไปใกล้นางทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ป่าบาดเจ็บที่พร้อมจะแว้งกัดได้ทุกเมื่อ
"ใครว่าข้าไร้พันธะ?" หลี่เฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานลึกซึ้ง "อาจารย์ของข้า... ผู้ที่เก็บข้ามาจากกองซากศพ สอนให้ข้าจับกระกระบี่ สอนให้ข้ารู้จักคำว่าเพื่อนร่วมเป็นร่วมตาย วันที่สำนักของข้าถูกกองกำลังลึกลับบุกถล่ม ข้าก็ยืนมองอาจารย์ถูกเผาไหม้ไปต่อหน้าต่อตาเช่นเดียวกับเจ้า... มู่หรงเซวี่ย"
ฝีเท้าของหญิงสาวชะงักงัน นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มเป็นครั้งแรก นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ความเย่อหยิ่งทระนงตนทั้งปวงมลายหายไปในพริบตา เมื่อพบว่าบุรุษผู้มักทำตัวสำมะเลเทเมาผู้นี้ แท้จริงแล้วแบกรับความเจ็บปวดที่หนักหนาไม่แพ้กัน
"เจ้า..."
"ใช่ ข้าเอง" หลี่เฟยหลงยิ้มหยันให้กับโชคชะตา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขื่นขม "ดังนั้น อย่าได้บอกว่าข้าไม่เข้าใจความรู้สึกของเจ้าเลย สตรีโง่เขลา... น้ำตาของคนตระกูลมู่หรง มีค่าเกินกว่าจะหลั่งให้ไอ้พวกสวะพวกนั้น"
บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหายใจที่ผสานกันอย่างแผ่วเบา กำแพงน้ำแข็งที่มู่หรงเซวี่ยสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นโลกภายนอกมาตลอดหลายปี ค่อย ๆ หลอมละลายลงทีละน้อย ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปี ถูกปลดปล่อยออกมาผ่านหยาดน้ำตาที่รินไหลอย่างไร้เสียง นางโถมกายเข้าซบลงบนอกเสื้อของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว สองมือบางกำสาบเสื้อของเขาแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ภาพลวงตานี้จะสลายหายไปในอากาศ
หลี่เฟยหลงสะท้านเล็กน้อย เขายกมือขึ้นโอบไหล่นางไว้อย่างทะนุถนอม ไอร้อนจากร่างของบุรุษผู้ฝึกวิชาสุราผสานฟ้าดิน เข้าปะทะกับไอเย็นแห่งเหมันต์ตระกูลมู่หรง ก่อเกิดเป็นความอบอุ่นที่แปลกประหลาดแต่ลึกซึ้ง
ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของคนทั้งสองกำลังเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ ทันใดนั้นเอง...
*เปรี้ยงงงง!*
เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า เปลวเพลิงสีครามสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง พุ่งตรงเข้าใส่มุมหน้าผาที่พวกเขานั่งอยู่อย่างแม่นยำ!
หลี่เฟยหลงสัญชาตญาณเฉียบคมดั่งเหยี่ยว มือขวาตวัดคว้าด้ามกระบี่ข้างกายชักออกจากฝักในเสี้ยววินาที ปราณกระบี่ทะลักล้นตระการตาดุจมังกรคำราม ปะทะเข้ากับเปลวเพลิงปริศนาจนเกิดระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกซัดร่างของพวกเขากระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว
"ใครกัน!" มู่หรงเซวี่ยสะบัดมือเรียกกระบี่น้ำแข็งประจำกายกลับมาอยู่ในมือ แววตากลับคืนสู่ความเฉียบขาดดุดันอีกครั้ง แต่นางยังไม่ทันได้ตั้งตัว เงาร่างสีดำนับสิบสายก็พุ่งทะยานลงมาจากยอดไม้ ล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทุกทาง
และที่น่ากลัวที่สุด... คือผู้นำของกลุ่มมือสังหารเหล่านั้น ที่กำลังยืนไขว่ห้างอยู่บนยอดกิ่งสน ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรโลหิต พร้อมกับเอ่ยเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้โลหิตในกายของหลี่เฟยหลงเย็นเฉียบ
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ทายาทคนสุดท้ายแห่งตระกูลมู่หรง และเศษสวะแห่งสำนักกระบี่ลืมตะวัน... น่าเสียดายนัก ที่ความลับของพวกเจ้าจะต้องฝังกลบไว้ ณ หุบเขานี้ตลอดกาล!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันโหดร้ายนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมานะครับ
- เซียนสุราเมามาย -
เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 9
น้ำแข็งเริ่มละลาย
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!