กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล•ตอนที่ 14

กลลวงจับสุนัขจิ้งจอก

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"หากเจ้ายังก้าวเท้าซ้ายออกจากเรือนรับรองหลังนี้ในยามเซิน* ข้าเกรงว่าพินัยกรรมฉบับแก้ไขของตระกูลเฉิน อาจจะกลายเป็นเพียงกระดาษเช็ดมือในห้องส้วมสาธารณะเสียก่อนที่หมึกบนกระดาษจะทันแห้งสนิทนะฃขอรับท่านรองผู้จัดการ" น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมพัด ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยคมมีดอาบยาพิษนับพันเล่ม ประโยคนี้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องทำงานส่วนตัวในสหกรณ์การเกษตรอำเภอ ยุคเจ็ดสิบที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเปลี่ยนแปลงและความอลหม่าน ลู่ถิงเฉินในชุดเสื้อแจ็กเกตสีเขียวขี้ม้าทหารปักตราดาวแดงที่รีดเรียบกริบ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้พนักสูง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีจดจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนร่างท้วมที่กำลังตัวสั่นเทิ้มจนเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ชายผู้นั้นคือ "เฉินไห่" รองผู้จัดการสหกรณ์ผู้กุมความลับเรื่องการยักยอกโควต้าปุ๋ยเคมีและเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีของรัฐ ทว่า... เกมกระดานนี้ มิได้มีแค่พวกมันกับไส้ศึกกระจอกผู้นี้เสียแล้ว แต่ยังมีมือที่มองไม่เห็นอีกคู่หนึ่งกำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง! ไป๋จินเฟิงก้าวเท้าออกมาจากฉากกั้นไม้แกะสลักลายโบราณ เสียงรองเท้าหนังสีดำส้นเตี้ยกระทบพื้นไม้ดัง "ก๊อก... ก๊อก..." เป็นจังหวะจะโคน นางสวมเสื้อเชิ้ตคอจีนสีฟ้าหม่นทับด้วยเสื้อกั๊กถักไหมพรมสีครีม สะท้อนความเรียบง่ายตามยุคสมัยแต่มิอาจปกปิดรัศมีสง่าราศีของอดีตกุนซือหญิงผู้เคยบัญชาทัพนับแสนได้เลย เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บอย่างประณีตด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ปล่อยปอยผมคลอเคลียกรอบหน้าขาวนวลที่เรียวได้รูปดั่งภาพวาดพู่กันจีน นางปรายตามองเอกสารบัญชีลับที่กางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเอื้อnเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสดุจไข่มุกกระทบถาดหยก "ท่านรองผู้จัดการเฉิน... ท่านคิดจริงๆ หรือว่าการส่งจดหมายลับผ่านเด็กส่งหนังสือพิมพ์ไปยังอำเภอข้างเคียง จะรอดพ้นสายตาของหน่วยสืบราชการลับทางทหารไปได้? หรือท่านคิดว่าอำนาจของตระกูลเบื้องหลังท่าน จะยิ่งใหญ่คับฟ้าเสียจนกฎหมายยุคใหม่เอาผิดท่านไม่ได้?" จินเฟิงหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามขึ้นมาจรดริมฝีปาก นางมิได้จิบชานั้น เพียงแต่สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาเหมยหลングที่ถูกต้มจนเดือดเพื่อข่มขวัญอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมดั่งหงส์มองตรงไปยังเฉินไห่ที่ตอนนี้เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พนมมือสั่นเทาจนกำไลหยกหักคามือ "คุณ... คุณไป๋... ท่านนายพลลู่... เรื่องนี้... เรื่องนี้เข้าใจผิดกันแล้ว!" เฉินไห่ละล่ำละลักละเมอเพ้อพือ ใบหน้าบวมฉุอาบไปด้วยน้ำตาและน้ำมูก "ผม... ผมแค่ทำตามคำสั่ง... คนใหญ่คนโตทางเมืองหลวงต่างหากที่เป็นคนบงการ!" ลู่ถิงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "หึ... คนใหญ่คนโตงั้นหรือ? น่าเสียดายที่คนพวกนั้นตอนนี้คงกำลังวุ่นวายกับการวิ่งเต้นรักษาเก้าอี้ของตัวเอง จนไม่มีเวลามาสนใจสุนัขรับใช้ที่กำลังจะถูกกำจัดทิ้งอย่างพวกเจ้าหรอก" นายพลหนุ่มส่งสัญญาณมือเพียงนิดเดียว ทหารองครักษ์ในเครื่องแบบสองนายก็ก้าวเข้ามาตรึงร่างของเฉินไห่ไว้ทันที ความกดดันในห้องพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก จินเฟิงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง "เคร้ง" นางโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูของไส้ศึกผู้ตื่นกลัว น้ำเสียงหวานหยดย้อยแต่มืดมนดุจยมทูต "หากท่านไม่อยากให้ตระกูลเฉินต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ในชั่วข้ามคืน... จงบอกชื่อของ 'มือที่สาม' ที่แอบอักเสบอยู่เบื้องหลังการประชุมลับเมื่อคืนวานนี้มาซะ มิฉะนั้น... ข้าจะทำให้ท่านรู้ซึ้งถึงนรกบนดินที่แม้แต่ความตายก็ยังเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยสำหรับท่าน" เฉินไห่เบิกตากว้างจนแทบถล่น ร่างกายสั่นสะท้านราวกับใบไม้ต้องลมพายุ ริมฝีปากที่แห้งผากขยับอ้าพะงาบๆ คล้ายจะเอ่ยคำสารภาพออกมา ทว่า... ในวินาทีที่ความลับกำลังจะถูกเปิดเผยนั้นเอง! *ปัง!* เสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งทะวาบเข้ามาพร้อมกับประกายแสงวาววับของลูกดอกอาบยาพิษที่พุ่งตรงมายังจุดที่จินเฟิงยืนอยู่! "ระวัง!" ลู่ถิงเฉินคำรามลั่นราวกับพญาเสือโคร่งผู้หวงถิ่น สองมือตวัดคว้าเอวบางของจินเฟิงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ก่อนจะหมุนตัวหลบทิศทางของลูกดอกปริศนาที่ปักลึกลงไปบนเสาไม้เนื้อแข็งจนเกิดควันสีดำพวยพุ่งส่งกลิ่นเหม็นไหม้ ความชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ทหารองครักษ์ชักอาวุธปืนออกมาตั้งรับ ทว่าเมื่อลู่ถิงเฉินพังประตูกระจกตามออกไปดูที่ระเบียงทางเดินด้านนอก กลับพบเพียงความว่างเปล่าและสายลมยามบ่ายที่พัดพาเอาฝุ่นละอองปลิวว่อน ทว่า บนพื้นไม้กระดานใกล้กับจุดที่มือนักฆ่ากระโดดหนี มีวัตถุชิ้นหนึ่งตกอยู่... มันคือ "ป้ายหยกประจำตัว" สลักลวดลายรูปหงส์คู่คาบกิ่งหลิว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวที่ใช้กันในหมู่เชื้อพระวงศ์สายตรงที่ถูกเนรเทศมายังชายแดนภาคเหนือ! จินเฟิงหลุดจากอ้อมแขนที่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กของลู่ถิงเฉิน นางก้มลงหยิบป้ายหยกนั้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม "ดูท่าทางแล้ว..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาหวิวท่ามกลางความเงียบที่กลับคืนมา "เกมกระดานกระดานนี้... จะมิได้เล่นกันแค่พวกเราสามคนเสียแล้วกระมังครับท่านนายพล... อ๊ะ!" จินเฟิงยังไม่ทันกล่าวจบประโยค ประตูห้องทำงานที่ถูกปิดตายก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของนายทหารสื่อสารผู้มีใบหน้าซีดเผือก "ท่านนายพล! ด่วนครับ! มีโทรเลขด่วนที่สุดจากเมืองหลวงส่งตรงถึงท่าน... เป็น 'พระราชโองการลับ' ที่ระบุชื่อของ... คุณไป๋จินเฟิง ให้ถูกจับกุมตัวในข้อหากบฏแผ่นดิน!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%