กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล•ตอนที่ 22

การปกป้องที่ไร้เสียง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
ตราประทับทองคำแท้ประดับหัวเสือของกองทัพภาคใต้กระแทกลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า เสียงดังทึบจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่บนโต๊ะสั่นสะเทือน น้ำชาอุ่นกรุ่นกลิ่นใบชาป่าลอยวนขึ้นก่อนจะสงบนิ่ง เช่นเดียวกับบรรยากาศภายในห้องประชุมลับของสำนักงานสหกรณ์อำเภอที่ถูกกดทับจนแทบไร้อากาศหายใจ คำสั่งด่วนจากส่วนกลางที่ระบุถึงการยกเลิกราชโองการปลดลู่ถิงเฉิน และการระงับอำนาจกองทัพยังคงวางอยู่เบื้องหน้า ทว่าเวลานี้ ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะชายหางตาแลมัน "พะยะค่ะ... หรือว่าท่านนายพลคิดจะขัดขืนราชโองการจากเมืองหลวงจริงๆ" เสียงของหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบบัญชีสั่นระรัว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ แม้เขาจะพยายามบังคับให้เสียงนิ่งเพียงใด แต่ความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดของบุรุษเบื้องหน้าก็กัดกินจิตใจจนแทบสิ้นสติ ลู่ถิงเฉินไม่แม้แต่จะชายตามองข้าราชการชั้นผู้ใหญ่นั้น ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อโค้ททหารสีเขียวมะกอกเข้มเข้ารูป กระดุมทองเหลืองขัดเงาวับทุกเม็ดสะท้อนแสงไฟตะเกียงให้ความรู้สึกเย็นเยียบดุจน้ำแข็งแกะสลัก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองเอกสารบัญชีการค้าสหกรณ์ที่ถูกรวบรวมและจัดระเบียบใหม่อย่างประณีตด้วยลายมือเรียวสวย เอกสารเหล่านี้คือหลักฐานที่กลุ่มอำนาจเก่าพยายามยัดข้อหาทุจริตให้ไป๋จินเฟิงเพื่อสั่นคลอนฐานอำนาจของเขาในทางอ้อม "ขัดขืน?" ลู่ถิงเฉินทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย ทว่าทรงพลังอำนาจจนผู้ฟังรู้สึกราวกับมีคมดาบจ่ออยู่ที่ลำคอ "คำสั่งปลดข้ายังไม่ทันหมึกแห้งดี องค์ชายสี่ก็ทรงเร่งรุดเดินทางมาถึงชายแดนด้วยพระองค์เอง ช่างเป็นความจงรักภักดีที่น่าขันเสียจริง... หรือพวกท่านคิดว่า เอกสารชิ้นนี้ที่ภรรยาของข้าตรวจสอบและคัดค้านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะเป็นเพียงกระดาษชำระที่พวกเจ้าจะฉีกทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้" สติปัญญาและความเฉียบคมของไป๋จินเฟิงคือเกราะคุ้ม1ภัยที่ไร้ช่องโหว่ นางมิได้เป็นเพียงหญิงสาวชาวนาผู้โชคดีที่จับพลัดจับผลูมาแต่งงานกับนายพลผู้กุมอำนาจ หากแต่นางคือกุนซือผู้มองการณ์ไกล รอยหมึกทุกตัวอักษรในบัญชีการค้าที่นางเรียบเรียงขึ้นเมื่อค่ำคืนก่อน เปรียบเสมือนค่ายกลค่ายหนึ่งที่มีทั้งการรุกและการรับอย่างรัดกุม ประตูกระจกฝ้าของห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาพร้อมกับร่างระหงในชุดเสื้อคลุมไหมบุด้วยขนสัตว์สีเทาอ่อน ไป๋จินเฟิงก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและสง่างามดั่งนางพญาหงส์ แม้ใบหน้าจะปราศจากเครื่องประดับอลังการ ทว่ารัศมีแห่งความเยือกเย็นและเฉลียวฉลาดกลับเปล่งประกายออกมาจากดวงตาดอกท้อคู่สวยที่มองทะลุปรุโปร่งทุกเล่ห์เหลี่ยม นางกวาดสายตาสำรวจสถานการณ์ในห้องเพียงแวบเดียวก็เข้าใจแจ่มแจ้ง นางไม่ได้กล่าววาจาใดๆ ทว่ากลับเดินตรงไปยังเก้าอี้ไม้ข้างกายลู่ถิงเฉิน ท่าทางการนั่งและการวางมือประสานกันบนตักแสดงออกถึงกิริยามารยาทอันประณีตงดงามตามแบบฉบับตระกูลสูงศักดิ์ แม้มนุษยในยุคเจ็ดสิบนี้จะมองข้ามเรื่องพิธีรีตองโบราณไปมากแล้ว แต่รัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับทำให้ข้าราชการระดับสูงหลายคนต้องก้มหน้าหลบสายตาโดยอัตโนมัติ "เรียนท่านผู้ตรวจการจากส่วนกลาง" ไป๋จินเฟิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงใสดุจระฆังแก้วกังวาน ทว่าเย็นเยียบไร้คลื่นอารมณ์ "เอกสารบัญชีการค้าสหกรณ์ประจำไตรมาสนี้ ข้าเป็นผู้ตรวจสอบด้วยตนเอง ทุกตัวเลขมีที่มาและมีใบเสร็จรับเงินจากรัฐวิสาหกิจยืนยัน หากท่านต้องการจะกล่าวหาว่าข้าทุจริตเงินทองของแผ่นดิน เกรงว่าท่านคงต้องใช้สมองมากกว่ากำลังทหารในการหาหลักฐานมาหักล้าง หาใช่ใช้อำนาจกดดันตามอำเภอใจเช่นนี้" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครคาดคิดว่าสตรีจากชนบทผู้นี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับผู้ตรวจการพิเศษที่ส่งตรงมาจากเมืองหลวงด้วยถ้อยคำที่เฉียบคมและทรงพลังถึงเพียงนี้ ผู้ตรวจการพิเศษหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธและอับอาย เขาพยายามจะตบโต๊ะลุกขึ้นประณาม "บังAญ! สามีของเจ้ากำลังจะถูกปลดอำนาจ เจ้ายังมีหน้ามาพูดจาอวดดี..." *แกร็ก!* เสียงปลดล็อกซองพกปืนพกสีดำสนิทที่ข้างเอวของลู่ถิงเฉินดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่มันกลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน นายพลหนุ่มไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้าง สายตาคมกริบมองตรงไปยังผู้ตรวจการผู้นั้นราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง "ภรรยาของข้า... พูดสิ่งใดล้วนถูกต้องเสมอ" ลู่ถิงเฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น "หากใครยังกล้ากล่าววาจาล่วงเกินนางแม้แต่คำเดียว... ต่อให้ราชโองการขององค์ชายสี่จะมาถึงเร็วกว่านี้ก้าวหนึ่ง ก็มิอาจหยุดยั้งกระสุนนัดนี้ไม่ให้ฝังลงในกะโหลกของคนผู้นั้นได้" ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความกดดันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น ลู่ถิงเฉินใช้อำนาจทางทหารทั้งหมดที่มีในมือ ค้ำประกันความบริสุทธิ์ของไป๋จินเฟิงอย่างไม่ลังเล เขายอมหักไม่ยอมงอ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดจากส่วนกลางหรือองค์ชายสี่ผู้ลี้ภัยทางการเมืองก็ตาม ไป๋จินเฟิงเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกาย แววตาแข็งกร้าวของนางอ่อนลงวูบหนึ่ง นางสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและมั่นคงที่แผ่ออกมาจากร่างแกร่งนั้น ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการทรยศหักหลัง บุรุษผู้นี้กลับเลือกที่จะยืนหยัดเป็นกำแพงเหล็กปกป้องนางด้วยชีวิต ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังจะถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นที่เบื้องล่างอาคาร พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานจากทหารยามหน้าประตูที่ดังทะลุเข้ามาด้วยความตระหนก "รายงานท่านนายพล! องค์ชายสี่เสด็จมาถึงหน้าสำนักงานสหกรณ์แล้วพะยะค่ะ! และ... และพระองค์ทรงนำกองกำลังองครักษ์หลวงมาปิดล้อมอาคารไว้ทั้งหมดแล้ว!" ลู่ถิงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าสะพรึงกลัว ส่วนไป๋จินเฟิงกลับนิ่งสงบ นางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาอุ่นขึ้นมาจิบเบาๆ ราวกับสถานการณ์ภายนอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตน ทว่าในใจกลับเริ่มคำนวณหมากตานี้อย่างรวดเร็ว ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ผู้อนุญาต แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องเข้ามาพร้อมกับร่างของบุรุษในชุดคลุมผ้าแพรปักลายมฆา และทันทีที่ใบหน้าขององค์ชายสี่ผู้มาใหม่ปรากฏแก่สายตา ไป๋จินเฟิงที่กำลังจะวางถ้วยชาลงถึงกับชะงักค้าง มือเรียวบางสั่นระริกเล็กน้อยอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ขณะที่ลู่ถิงเฉินพลันแผ่รังสีอำมหิตพุ่งทะยานออกไปจนหน้าต่างกระจกถึงกับปริร้าว! หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับก้าวเดินอันเฉียบคมของท่านนายพลและกุนซือสาวในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%