เสียงกระจกหน้าต่างบานใหญ่ปริร้าวรากแก้ว คล้ายใยแมงมุมที่แผ่ขยายออกด้วยแรงกดดันจากลมปราณและจิตสังหารอันเข้มข้นที่พวยพุ่งมาจากร่างของลู่ถิงเฉิน ทว่าในห้องรับรองส่วนตัวแห่งนั้น กลับไม่มีผู้ใดส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกแม้แต่ครึ่งคำ
ไป๋จินเฟิงสูดลมเข้าลึก รวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงชั่วขณะให้กลับคืนสู่ความสงบนิ่งดังเดิม มือเรียวบางที่เมื่อครู่สั่นระริก ค่อย ๆ วางลงบนตักอย่างมั่นคง สายตาคมกวาดมองร่างสูงสง่าในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ทะยานเมฆ ซึ่งก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตของพวกเขาอย่างไร้ซุ่มเสียง
องค์ชายสี่—ลู่จิ้นอวาน... บุคคลผู้ควรจะถูกกักบริเวณอยู่ ณ เมืองหลวงตามพระราชโองการลับ ไฉนจึงมาปรากฏตัว ณ เมืองอุตสาหกรรมชายแดนยุคเจ็ดสิบแห่งนี้ได้?
"ลมเพลมพัดอันใด ถึงหอบกุหลาบพิษเช่นท่านมาถึงเรือนรับรองอันแร้นแค้นนี้ได้กันล่ะพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายสี่"
สุ้มเสียงของลู่ถิงเฉินเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี แฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณกดดันที่บีบอัดบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าลู่จิ้นอวานกลับแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามเย้ายวนดั่งบุปผาอาบยาพิษ ดวงเนตรเรียวรีคู่นั้นกวาดมองไปที่ไป๋จินเฟิงด้วยความหมายล้ำลึก ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังเดินสำรวจอาณาเขตของเหยื่อ
"ท่านนายพลลู่กล่าวเกินไปแล้ว เปิ่นหวางเพียงได้ยินข่าวลือเรื่อง 'กุนซือหญิง' ผู้พลิกฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่นจนสะเทือนถึงราชสำนัก จึงอดไม่ได้ที่จะเดินทางมาชมให้เห็นกับตา... และดูเหมือนว่า ข่าวลือเหล่านั้นจะประเมินคุณคุณนางไป๋ต่ำเกินไปเสียด้วยซ้ำ"
ลู่จิ้นอวานป้องมือคารวะอย่างเสียมารยาทเล็กน้อย สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าอันงดงามที่ประดับด้วยความเยือกเย็นของไป๋จินเฟิง นางสวมชุดเสื้อโค้ทกันหนาวผ้าสักหลาดสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตตามแบบสตรีสาวยุคใหม่ ทว่ากิริยาท่าทาง การนั่งหลังตรง และประกายในดวงตาคู่นั้น กลับฉายชัดถึงวิญญาณของยอดกุนซือผู้ผ่านศึกสงครามการเมืองมาโชกโชน
ไป๋จินเฟิงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่หาดูได้ยาก นางมิได้ลุกขึ้นทำความเคารพตามธรรมเนียมปฏิบัติของราชสำนักยุคโบราณ เนื่องจากในดินแดนแห่งนี้และห้วงเวลานี้ กฎเกณฑ์ถูกตีความใหม่ด้วยอำนาจและผลประโยชน์
"หม่อมฉันเป็นเพียงแค่ประธานคณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรและอุตสาหกรรม หาใช่กุนซือในราชสำนักไม่เพคะ องค์ชายสี่ทรงเข้าใจผิดถนัดแล้ว... อีกอย่าง การที่พระองค์เสด็จมาเยือนโดยปราศจากหมายกำหนดการเช่นนี้ เกรงว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ฝ่ายความมั่นคงของท่านนายพลเสียมากกว่า"
คำพูดเหน็บแนมอย่างนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนนี้ ทำให้รอยยิ้มบนพระพักตร์ของลู่จิ้นอวานชะงักไปชั่วครู่ ดวงเนตรคมกริบวาดประกายความสนอกสนใจขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด สตรีผู้นี้ช่างกล้าหาญยิ่งนัก กล้าต่อปากต่อคำกับเชื้อพระวงศ์ระดับสูงกลางดงอำนาจทหารเช่นนี้ นับว่ามีกระดูกสันหลังที่แข็งแกร่งไม่เบา
"ฮ่า ๆๆ ดี! ดีมาก! สมคำร่ำลือจริง ๆ ไป๋จินเฟิง" ลู่จิ้นอวานหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะกวาดสายตาไปยังแผนผังและบัญชีการเงินกองโตที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สัก "ดูท่าทาง... พวกท่านกำลังวางแผนการใหญ่บางอย่างกันอยู่สินะ แผนการที่จะถอนรากถอนโคนหนอนบ่อนไส้ที่กัดกินงบประมาณพัฒนาท้องถิ่นแห่งนี้... สนใจจะให้เปิ่นหวางเข้าร่วมวงเจรจาด้วยสักคนไหมล่ะ?"
บรรยากาศในห้องพลันดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งอีกครั้ง ลู่ถิงเฉินขยับตัวเล็กน้อย ร่างกำยำแผ่รังสีอำมหิตพุ่งเข้าใส่ลู่จิ้นอวานทันที มือหนากุมด้ามกระบี่ที่วางอยู่ข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ที่นี่ไม่มีพื้นที่สำหรับเกมการเมืองของราชสำนัก หากพระองค์ทรงคิดจะใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งในท้องถิ่นเพื่อผลประโยชน์ส่วนพระองค์... กระหม่อมก็ไม่รังเกียจที่จะทำให้องค์ชายสี่ 'หายสาบสูญ' ไปจากเขตรับผิดชอบของกองทัพ"
น้ำเสียงของลู่ถิงเฉินราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างแท้จริง ไม่มีผู้ใดสงสัยเลยว่านายพลผู้นี้กล้าลงมือทำจริง ๆ หรือไม่
ทว่า ไป๋จินเฟิงกลับยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของลู่ถิงเฉินเบา ๆ เป็นเชิงห้ามปราม สัมผัสแผ่วเบานั้นราวกับสายน้ำเย็นที่ไหลผ่านกองเพลิง ทำให้โทสะของท่านนายพลค่อย ๆ สงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ นางหันไปสบตากับลู่จิ้นอวานด้วยแววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก
"องค์ชายสี่ทรงตรัสถูกแล้ว... พวกเรากำลังจะถอนรากถอนโคนกลุ่มอำนาจมืดจริง ๆ" ไป๋จินเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส ทว่าหนักแน่น "แต่การจะถอนรากถอนโคนต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกมานานนับทศวรรษ ย่อมต้องใช้ทั้งขวานคมและ... แรงงานชั้นดี พระองค์ทรงอ้างตัวว่าเป็นผู้มาเยือนผู้หวังดี มิสู้ทรงแสดงความจริงใจด้วยการนำรายชื่อ 'เครือข่ายบัญชีลับ' ของขุนนางฉ้อฉลในเมืองหลวงที่หนุนหลังกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้มาแลกเปลี่ยนกับเราล่ะเพคะ?"
ลู่จิ้นอวานหรี่ตาลง รอยยิ้มบนพระพักตร์เลือนหายไป กลายเป็นความจริงจังที่น่ากลัว
"เจ้า... รู้ได้อย่างไรว่าเปิ่นหวางมีสิ่งนั้น?"
"ข้าพเจ้ามิได้รู้... แต่ข้าพเจ้า 'คาดการณ์' จากความเคลื่อนไหวของตลาดมืดและการส่งออกแร่เถื่อนในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา" ไป๋จินเฟิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าบุรุษทั้งสอง แต่ออร่าความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับไม่เป็นรองผู้ใด "คนระดับองค์ชายสี่ ย่อมไม่เดินทางมาไกลถึงชายแดนเพื่อชมทิวทัศน์ พระองค์ต้องการตัดแขนตัดขาของฝ่ายตรงข้ามในเมืองหลวงโดยใช้มือของพวกเราเป็นมีด... ใช่หรือไม่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองชั่วขณะ ลู่จิ้นอวานจ้องมองสตรีตรงหน้าราวกับกำลังมองปีศาจจำแลงกายมา ก่อนที่เสียงหัวเราะด้วยความสะใจจะดังขึ้นก้องห้อง
"เยี่ยม! เปิ่นหวางยอมรับว่าพ่ายแพ้ต่อสติปัญญาของเจ้าแล้ว ไป๋จินเฟิง" ลู่จิ้นอวานยื่นมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบม้วนกระดาษประทับตราลับสีชาดโยนลงบนโต๊ะกลางห้อง "นี่คือบัญชีรายชื่อทั้งหมด ขุนนางท้องถิ่น พ่อค้าคนกลาง และเครือข่ายฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจมืดในเมืองหลวง... แลกกับการที่พวกเจ้าจะช่วยเปิ่นหวาง 'กวาดล้าง' พวกมันให้สิ้นซาก โดยไม่เหลือหลักฐานสาวมาถึงตัวเปิ่นหวาง"
ลู่ถิงเฉินใช้ปลายนิ้วเขี่ยกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณาอย่างรวดเร็ว สายตาคมกวาดอ่านชื่อแต่ละบรรทัด ก่อนจะพยักหน้าให้ไป๋จินเฟิงเป็นเชิงยืนยันว่าข้อมูลนี้เป็นของจริง
"ตกลง" ไป๋จินเฟิงเอ่ยสั้น ๆ "คืนนี้ เวลาเที่ยงคืนตรง ปฏิบัติการกวาดล้างรากเหง้าการทุจริตจะเริ่มต้นขึ้น โดยใช้กลไกทางกฎหมายและกำลังพลของกองทัพเข้าปิดล้อมคลังสินค้าและบัญชีธนาคารใต้ดินทั้งหมดพร้อมกัน"
เมื่อข้อตกลงบรรลุ ลู่จิ้นอวานก็เตรียมจะหมุนตัวจากไป ทว่าก่อนที่พระองค์จะก้าวพ้นประตูห้อง นางได้หยุดชะงักและหันกลับมามองลู่ถิงเฉินและไป๋จินเฟิงด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด
"ระวังตัวด้วยล่ะ... เพราะดูเหมือนว่า 'แผนสำรอง' ของพวกมัน จะไม่ได้มีแค่การติดสินบนข้าราชการอย่างที่พวกเจ้าคิด"
สิ้นคำพูด องค์ชายสี่ก็หายลับไปกับความมืดของทางเดินเบื้องนอก
ลู่ถิงเฉินขมวดคิ้วมุ่น หันมามองไป๋จินเฟิงที่กำลังยืนนิ่งใช้ความคิด ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของทหารยามหน้าประตูก็กรูกันเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านนายพล! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" นายทหารคนสนทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยใบหน้าซีดเผือก "โรงงานแปรรูปอาหารส่งออกของสหกรณ์... เกิดเพลิงไหม้อย่างปริศนา! และ... และในกองเพลิงนั้น มีการพบร่างของพยานปากเอกคนสำคัญที่ท่านสั่งให้คุ้มครองไว้... ถูกฆ่าตัดหัวเสียแล้วขอรับ!"
ไป๋จินเฟิงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ นางหันขวับไปสบตากับลู่ถิงเฉินทันที
นี่ไม่ใช่แค่การทุจริตธรรมดา... แต่มันคือสงครามล้างบางที่อีกฝ่ายชิงลงมือก่อนที่แผนการของพวกเขาจะเริ่มต้นขึ้นเสียอีก!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอนะครับ
กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล•ตอนที่ 23
แผนล้างบางรากเหง้าการทุจริต
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!