“คำสั่งของพรรค... มิใช่กระดาษเช็ดก้นที่จะหยิบมาฉีกเล่นตามอำเภอใจ!”
เสียงตบโต๊ะไม้สนแดงดังสนั่นก้องห้องประชุมคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำอำเภอ กลิ่นอายความอึมครึมของควันบุหรี่ราคาถูกผสมผสานกับกลิ่นชาจีนชั้นเลว ลอยอบอวลจนน่าเวียนหัว ร่างท้วมของเลขาธิการพรรค ‘เฉินกั๋วเฉียง’ สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ดวงตาหรี่เล็กจ้องมองเอกสารราชการในมือสลับกับร่างระหงของสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้า
ไป๋จินเฟิง หาได้สะท้านสะเทือนไม่ นางนั่งหลังตรงสง่างามอยู่ในชุดเสื้อคอจีนสีฟ้าหม่นเข้ารูป ตัดเย็บด้วยความประณีตตามแบบฉบับสตรีผู้มีการศึกษา เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยด้วยปิ่นไม้จันทน์เรียบง่าย ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักผ้าแพร นางกำลังจิบชาช้าๆ ราวกับเสียงตบโต๊ะเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ไผ่
ในมือของเฉินกั๋วเฉียง หาใช่เพียงคำสั่งทั่วไปไม่ หากแต่เป็นข้อกล่าวหาฉบับมหึมาที่ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต—ข้อหา ‘นายทุนน้อยผู้บ่อนทำลายเศรษฐกิจส่วนรวม’ และ ‘การสะสมทรัพย์สินโดยมิชอบด้วยกฎหมายผ่านกลไกตลาดมืด’
เป้าหมายของพวกมันชัดเจนยิ่งนัก... ตลาดการค้าเสรีขนาดเล็กที่นางเพิ่งปลุกปั้นขึ้นมาจนสร้างความมั่งคั่งให้แก่ชาวบ้านในคอมมิวนูน กำลังจะถูกยึดเป็นของรัฐ โดยมีเงาหัวของตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง
“เลขาธิการเฉินกล่าวหาว่าฉันเป็นนายทุนน้อย...” ไป๋จินเฟิงวางถ้วยมากระเบื้องเคลือบลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระทบกันดัง *กริ๊ก* แผ่วเบา แต่มันกลับทำให้ห้องประชุมทั้งห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น “ท่านใช้เกณฑ์อันใดวัดหรือเจ้าคะ? หรือเพราะผลผลิตทางการเกษตรที่ล้นเหลือ ถูกแปรรูปจนกลายเป็นสินค้าส่งออกทำรายได้เข้าอำเภอ จนทำให้หน้าตาของท่านดูโดดเด่นในสายตากรรมการกลาง... ถึงได้ลืมเลือนไปว่า กฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่จากส่วนกลาง มีบทบัญญัติคุ้มครองสหกรณ์ชุมชนไว้อย่างชัดเจน”
“บังอาจ!” เฉินกั๋วเฉียงหน้าดำคร่ำเครียด ตบโต๊ะซ้ำอีกครั้งจนถ้วยชาสะเทือน “เจ้าเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน กล้าดียังไงมาอ้างกฎหมายส่วนกลางกับข้า! เอกสารในมือนี่คือหลักฐานว่ากิจการแปรรูปผลไม้และการค้าปลีกของเจ้า มีการจ้างแรงงานและแสวงหากำไรเกินกว่าที่พรรคกำหนด นี่คือการฟื้นฟูระบบทุนนิยมอย่างโจ่งแจ้ง!”
รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของไป๋จินเฟิง ช่างเป็นมุกตลกที่น่าสมเพชเสียจริง พวกมันคิดว่าการใช้ข้อหาทางการเมืองในยุคเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ จะสามารถบีบคั้นให้นางคายผลประโยชน์ทั้งหมดออกมาได้โดยง่าย โดยหลงลืมไปว่า... หมากกระดานนี้ ผู้ที่ถือสิทธิ์เดินก่อนมิใช่พวกมัน
“ท่านจะกล่าวหาว่าฉันฟื้นฟูระบบทุนนิยม...” เสียงหวานใสกังวานก้องกังสดาลไปทั่วห้อง ทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู “แต่เกรงว่า... ท่านคงจะลืมดูตราประทับสีแดงสดบนมุมขวาของเอกสารฉบับนี้เสียกระมัง ว่ามันเป็นลายเซ็นอนุมัติจากหน่วยงานใด?”
เฉินกั๋วเฉียงชะงัก ก้มลงมองเอกสารในมืออย่างไม่แน่ใจ เมื่อสายตาเพ่งมองไปยังตราประทับที่เขาคิดว่าเป็นเพียงกระดาษร้องเรียนธรรมดา ใบหน้าอ้วนท้วมก็พลันซีดเผือดลงจนกลายเป็นสีเทา
นั่นไม่ใช่ตราประทับของคณะกรรมการอำเภอ... แต่มันคือตราประทับลับเฉพาะของ ‘กองบัญชาการทหารภาคใต้’ และลายเซ็นกำกับนั้น... คือลายมืออันทรงพลังและดุดันของบุรุษผู้กุมอำนาจทหารครึ่งค่อนประเทศ
*ลู่ถิงเฉิน!*
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง แรงลมภายนอกพัดพาเอาไอหนาวเย็นยะเยือกเข้ามาในห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ประดับอินทรธนูปักดิ้นทองบ่งบอกยศนายพลผู้ทรงอำนาจ
ลู่ถิงเฉินก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของทุกคนในห้อง ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเฉินกั๋วเฉียงด้วยแววตาที่ว่างเปล่า แต่มันกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะเด็ดหัวคนได้ในพริบตา
“ท่าน... ท่านนายพลลู่!” เฉินกั๋วเฉียงลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ขาแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย “ลมอะไรหอบท่านมาถึงห้องประชุมเล็กๆ เช่นนี้ขอรับ? พวกเรากำลัง... กำลังจัดการปัญหาความมั่นคงภายใน...”
ลู่ถิงเฉินไม่แม้แต่จะชายตาแลเลขาธิการพรรคผู้น่าสมเพช ร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้าไปหยุดยืนเคียงข้างเก้าอี้ของไป๋จินเฟิง กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายและกลิ่นอายควันปืนจางๆ ลอยกรุ่นมาจากตัวเขา มือหนาเอื้อมไปแตะพนักพิงเก้าอี้ที่ไป๋จินเฟิงนั่งอยู่ ราวกับการแสดงความเป็นเจ้าandการปกป้องในคราเดียวกัน
“ปัญหาความมั่นคงงั้นหรือ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอื้อnเอ่ยออกมา ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต “ข้าเพิ่งได้รับรายงานว่า มีสุนัขรับGจบางตัว พยายามใช้ข้อหาสกปรกมากลั่นแกล้งคู่หมั้นของข้า... และที่สำคัญที่สุด เอกสารอนุมัติโครงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษฉบับนี้ เป็นสิ่งที่ท่านปู่ของนาง และตัวข้า ร่วมกันลงนามรับรองด้วยตนเอง”
เฉินกั๋วเฉียงหน้าถอดสี ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก คู่หมั้น? ไป๋จินเฟิงเป็นคู่หมั้นของท่านนายพลลู่ผู้เหี้ยมโหดยังงั้นเรอะ?! ข่าวลือที่ว่าตระกูลไป๋ตกอับและถูกเนรเทศ เป็นเพียงเรื่องหลอกเด็กที่พวกมันสร้างขึ้นมาเพื่อล่อเสือออกจากถ้ำต่างหาก!
ไป๋จินเฟิงเงยหน้าขึ้นสบตากับลู่ถินเฉิน มุมปากแย้มยิ้มบางเบา นางส่งสายตารู้ทันให้แก่บุรุษผู้เย่อหยิ่งผู้นี้ “ท่านนายพลมาได้จังหวะเสียจริงนะเจ้าคะ ฉันกำลังจะอธิบายให้ท่านเลขาธิการฟังพอดีว่า กฎหมายกับอำนาจปืน สิ่งใดจะพูดคุยกันง่ายกว่ากัน”
ลู่ถิงเฉินเหลือบมองสตรีข้างกาย แววตาดุดันอ่อนลงชั่วพริบตา ก่อนจะหันกลับไปจ้องมองเฉินกั๋วเฉียงด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไปสันหลังวาบ
“เอาตัวมันไปสอบสวนข้อหากบฏต่อผลประโยชน์ของชาติ” ลู่ถิงเฉินออกคำสั่งสั้นๆ โดยไม่ต้องรอให้ใครทักท้วง ทหารอารักขาในชุดลายพรางสองนายก้าวพรวดเข้ามาล็อกแขนของเฉินกั๋วเฉียงทันที เสียงร้องโอดครวญและขอความเมตตาดังระงม แต่ไม่หลงเหลือความน่าเกรงขามใดๆ อีกต่อไป
ทว่า... ในวินาทีที่ความโกลาหลกำลังสงบลง และลู่ถิงเฉินกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างกับไป๋จินเฟิงนั้นเอง
เสียงฝีเท้าเร่งรีบของนายทหารสื่อสารคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มประทับตราลับสุดยอด ยื่นส่งให้แก่ลู่ถิงเฉินด้วยมือที่สั่นเทา
“ท่านนายพล... มีโทรเลขด่วนพิเศษจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงท่านครับ!”
ลู่ถิงเฉินรับซองเอกสารมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเมื่อเขาฉีกซองออกและกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ภายในกระดาษแผ่นนั้นเพียงเสี้ยววินาที... ดวงตาคมกริบก็หรี่แคบลง ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับตึงเครียดขึ้นมาทันที ราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต
ไป๋จินเฟิงหรี่ตาลง นางสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของบุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด “มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?”
ลู่ถิงเฉินเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่มองมาที่นางเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ไป๋จินเฟิงดูด้วยตนเอง
ข้อความในโทรเลขเขียนไว้เพียงสั้นๆ ทว่าเนื้อหาภายในกลับพลิกผันสถานการณ์ทั้งหมดของพวกเขาราวฟ้ากับเหว:
*[คำสั่งด่วนจากส่วนกลาง: ยกเลิกราชโองการปลดลู่ถิงเฉิน และระงับอำนาจกองทัพภาคใต้ทั้งหมดทันที... ผู้ที่จะเดินทางมารับมอบอำนาจคนใหม่ในวันพรุ่งนี้ คือ "องค์ชายสี่" ผู้ลี้ภัยทางการเมือง ซึ่งปัจจุบัน... ได้เดินทางมาถึงชายแดนอำเภอของเราแล้ว]*
--------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของกุนซือสาวและท่านนายพลมาโดยตลอดนะครับ
กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล•ตอนที่ 21
คลื่นใต้น้ำในพรรคคอมมิวนิสต์ท้องถิ่น
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!