กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรป่าลอยอวลตัดกับกลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่สาดซัดกระทบหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่าในยามวิกาล บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบหลังนี้ถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ททหารสีเขียวมะกอกเข้ม ประดับอินทรธนูยศนายพลผู้กุมอำนาจกองทัพภาคเหนือ
ลู่ถิงเฉินยืนตระหง่านดั่งภูผาน้ำแข็ง นัยน์ตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจดจ้องมองกระเป๋าผ้าใบเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ไผ่ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับร่างระหงของสตรีตรงหน้า
“จินเฟิง... ดูเหมือนข้อเสนอของเจ้าจะล่าช้าไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้... มีคำสั่งลับจากเบื้องบนส่งตรงมาให้ข้า ให้จับกุมตัว ‘สายลับ’ ที่แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านนี้ และหลักฐานชิ้นสำคัญ... ก็อยู่ในกระเป๋าของเจ้า”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นเอ่ยขึ้นราวกับคำพิพากษาจากยมทูต บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ ทว่า ไป๋จินเฟิงกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางยังคงยืนนิ่งสงบหลังตรง สง่างามดั่งภาพวาดพู่กันจีนโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางพายุฝน
ในร่างของหญิงสาวยุคเจ็ดสิบที่สวมเสื้อผ้าฝ้ายสีมอซอ แต่นัยน์ตากลับลึกล้ำราวกับห้วงสมุทร นางแย้มรอยยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นยิ่งกว่าสายฝนด้านนอก ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
“คำสั่งลับจากเบื้องบน หรืออำนาจมืดในมือท่านนายพลลู่กันแน่ที่เร่งเร้าให้ท่านต้องรีบมาปิดปากข้าในยามวิกาลเช่นนี้?”
เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งความสั่นเครือ นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้บุรุษผู้ทรงอำนาจทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว ขนบธรรมเนียมและกรอบเกณฑ์ของยุคสมัยถูกนางเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้าด้วยความองอาจ
ลู่ถิงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ความประหลาดใจวาบผ่านนัยน์ตาคมดุชั่วพริบตา สตรีชาวนาผู้นี้ช่างแปลกประหลาดนัก ยามเมื่อเผชิญหน้ากับปลายกระบอกปืนหรืออำนาจที่สามารถเด็ดหัวคนได้ในพริบตา นางกลับเชิดหน้าท้าทาย ราวกับนางคือแม่ทัพผู้ถือหมากกระดานใหญ่ และเขากำลังเดินตามเกมที่นางขีดเส้นไว้
“เจ้ากล้าดียังไงมาต่อรองกับข้า?” ลู่ถิงเฉินก้าวเข้าประชิด ร่างกายกำยำแผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัว กลิ่นอายบุรุษผู้ผ่านสนามรบโชกโชนกดทับร่างบางจนแทบหยุดหายใจ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กเพื่อค้นกระเป๋าหลักฐาน
ทว่า จินเฟิงกลับไม่ถอยหนี นางยกมือขึ้นปัดป้องอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานก้อง
“ท่านนายพลลู่... หากท่านเปิดกระเป๋าใบรินี้ด้วยความสงสัย ท่านอาจจะได้ ‘หลักฐาน’ ตามที่ต้องการ แต่หากท่านใช้สติปัญญาไตร่ตรองสักนิด ท่านจะรู้ว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้น คือเส้นทางรอดเดียวที่จะทำให้กองทัพของท่านพ้นจากข้อครหาเรื่องการทุจริตเสบียงในเขตมณฑลจี๋หลิน”
คำพูดเพียงประโยคเดียวทำให้ลมหายใจของนายพลหนุ่มสะดุดกึก มือที่กำลังเอื้อมไปหยิบกระเป๋าชะงักค้างกลางอากาศ
ดวงตาคมปลาบจับจ้องใบหน้างดงามที่ไร้เครื่องประปรุงแต่งแต่น่าหลงใหลจนยากจะละสายตา นางรู้ได้อย่างไรเรื่องการทุจริตเสบียง? เรื่องนี้เป็นความลับระดับสูงสุดที่แม้แต่รองแม่ทัพยังไม่ล่วงรู้ ทว่าสตรีชาวนาผู้นี้กลับเอ่ยมันออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ราวกับนางนั่งมองแผนการชั่วร้ายทั้งหมดจากบนยอดหอคอย
“เจ้าเป็นใครกันแน่... ไป๋จินเฟิง?” ลู่ถิงเฉินเค้นเสียงถาม รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบกายจนอากาศรอบตัวแทบแข็งตัว
“ข้าก็เป็นเพียงสตรีที่อยากมีชีวิตรอดในยุคสมัยอันผันผวนนี้ก็เท่านั้น” จินเฟิงยิ้มมุมปาก นางหมุนตัวหยิบกานชาดินเผาขึ้นมา รินน้ำชาสีอำพันอุ่นๆ ลงในจอกกระเบื้องเคลือบด้วยกิริยาช้อยงามราวกับคุณหนูในห้องหอผู้สูงศักดิ์ ก่อนจะเลื่อนจอกชาไปตรงหน้าเขา
“ท่านนายพลรบราฆ่าฟันมาครึ่งชีวิต ย่อมรู้ดีว่าศัตรูที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่กระสุนปืนของฝ่ายตรงข้าม แต่คือหนอนบ่อนไส้ที่กัดกินจากภายใน ชานี้... ข้าปรุงขึ้นเพื่อช่วยลดความดันโลหิตที่พุ่งพล่านของท่าน หวังว่าท่านจะดื่มมันด้วยความใจเย็น และฟังข้อเสนอของข้าอย่างตั้งใจ”
ลู่ถิงเฉินก้มลงมองจอกชาในมือสตรีตรงหน้า สลับกับใบหน้าที่นิ่งสงบและมั่นใจเกินร้อยของนาง ความเยือกเย็น ดุร้าย และไร้ความปรานีที่เคยมี ถูกสั่นคลอนด้วยความฉลาดเฉลียวและเสน่ห์อันน่าพิศวงของสตรีผู้นี้เป็นครั้งแรกในชีวิต
นิ้วแกร่งเอื้อมไปหยิบจอกชาขึ้นมาจรดริมฝีปาก ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องอย่างไม่วางตาของทั้งสองฝ่าย
ทว่า... ในวินาทีที่จอกชาใกล้จะแตะริมฝีปากของท่านนายพลนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นก้องกังวานมาจากลานดินหน้าบ้านพัก พร้อมกับเสียงเคาะประตูอันรุนแรงและเสียงตะโกนก้องของนายทหารคนสนิทที่พังประตูเข้ามาด้วยความตระหนก
“ท่านนายพลครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วคลังเสบียงหลวง... ถูกไฟไหม้จนราบคาบ และเราพบตราประทับของฝ่ายตรงข้ามตกอยู่ในที่เกิดเหตุ!”
ลู่ถิงเฉินชะงักค้าง จอกชาในมือสั่นไหวเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบหันขวับกลับมามองหน้าไป๋จินเฟิงทันที
ทว่าบนใบหน้าของนาง... กลับไม่มีร่องรอยของความตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มลึกล้ำที่ประดับอยู่บนเรียวปากอิ่มสวย ราวกับนางล่วงรู้เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว... อย่างแม่นยำ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ
— เฉินเว่ยสายลุย
กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล•ตอนที่ 5
รอยยิ้มเยือกเย็นท่ามกลางสายฝน
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!