"หากท่านเลขาธิการยังยืนกรานจะปฏิเสธการลงนามในเอกสารโยกย้ายงบประมาณชุดนี้ ผมเกรงว่าบัญชีลับของสหกรณ์การเกษตรอำเภอหนานเฉิง ที่ถูกส่งต่อไปยังโต๊ะทำงานของท่านผู้ว่าการมณฑลเมื่อช่วงยามอิ่วที่ผ่านมา... คงมิอาจระงับยับยั้งไว้ได้ทันอีกแล้วกระมังครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องประชุมใหญ่ของคณะกรรมการพรรคประจำอำเภอ กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านเสียจนไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศรุ่นเก่าแทบไร้ความหมาย ลู่ถิงเฉิน ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวขี้ม้าแบบเจ้าหน้าที่ระดับสูง กางแขนพาดพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทว่าดวงตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นกลับกวาดมองผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นและเหล่าหัวคะแนนใหญ่ที่กำลังหน้าซีดเผือดทีละคนอย่างเลือดเย็น
บนโต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวยาว เอกสารบัญชีรายรับรายจ่ายจำนวนหลายสิบแฟ้มถูกเปิดกางออก เผยให้เห็นลายเซ็นและตราประทับสีแดงฉาน ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวขบวนการทุจริตเงินกองทุนพัฒนาชนบทที่กัดกินเม็ดเงินของชาวนามานานนับทศวรรษ
สถาปัตยกรรมภายในห้องประชุมนี้โอ่อ่าตามแบบฉบับอาคารราชการยุคเจ็ดสิบ ผ้าม่านสีแดงก่ำหนาหนักทอดตัวปิดทึบ แสงไฟจากหลอดนีออนส่องกระทบกับใบหน้าเหงื่อกาฬแตกพลั่กของบรรดา "เจ้าพ่อ" ท้องถิ่นผู้เคยยิ่งใหญ่จนไม่มีใครกล้าแตะต้อง ทว่าในยามนี้ พวกเขากลับเป็นดั่งปลาบนเขียงที่รอเวลาถูกแล่เนื้อเถือหนัง
ที่หัวโต๊ะอีกด้านหนึ่ง ไป๋จินเฟิง ในชุดเสื้อเชิ้ตคอปกจีนสีขาวสะอาดตาคลุมทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมถักมือประณีต นางไม่ได้ปริปากพูดสิ่งใดตั้งแต่ต้น ทว่ากลับเป็นผู้กุมหมากตานี้ไว้ทั้งหมด เรียนิ้วเรียวขาวดั่งหยกกำลังหมุนถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามอย่างเชื่องช้า กิริยาท่าทางสง่างามราวนางพญาในราชสำนักโบราณที่หลุดลอยเข้ามาอยู่ในท่ามกลางกลิ่นอายการเมืองยุคสังคมนิยม
"พวกคุณ... พวกคุณใช้วิธีสกปรกอะไรกันแน่!" หัวหน้าฝ่ายสหกรณ์ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น "เอกสารนั่น... เอกสารนั่นมันถูกเก็บไว้ในตู้เซฟนิรภัย จะหลุดรอดออกมาได้อย่างไร!"
จินเฟิงช้อนสายตาขึ้นมองเล็กน้อย มุมปากประดับรอยยิ้มบางเบาดั่งกลีบเหมยต้องน้ำค้าง น้ำเสียงหวานใสกังสดานเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ตู้เซฟที่ท่านภาคภูมิใจนักหนา หาได้มั่นคงดั่งกำแพงเมืองจีนไม่ครับ... อ้อ ไม่สิ ในยุคสมัยที่ลมหายใจของประชาชนถูกสูบฉีดไปเพื่อความโลภของคนไม่กี่คน ความลับย่อมมีรอยรั่วเสมอ ดั่งเช่นกระดาษสาเปียกน้ำ ย่อมไม่ทนทานต่อแรงกดดันของความจริงหรอกนะท่าน"
คำพูดของนางแม้จะสุภาพเรียบร้อย แต่กลับทิ่มแทงจนอีกฝ่ายทรุดตัวลงนั่งแปะกับเก้าอี้อย่างหมดแรง ผู้มีอิทธิพลที่เคยตบเท้าข่มขู่ชาวบ้านในอำเภอจนหวาดกลัว ในยามนี้ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับนายพลลู่และหญิงสาวผู้กุมชะตากรรมของพวกเขาไว้ในกำมือ
ลู่ถิงเฉินปรายตามองภรรยาของตนแวบหนึ่ง แววตาคมกริบฉายแววชื่นชมเจือความระอาใจเล็กน้อย "เดินหมากได้เยี่ยมยอดมาก... พระชายาของข้า" เขาเอמהกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน ทว่าในบริบทปัจจุบัน คำเปรียบเปรยโบราณนั้นกลับกลมกลืนกับบรรยากาศการหักเหลี่ยมเฉือนคมในห้องประชุมนี้อย่างประหลาด ก่อนที่เขาจะกระซิบต่อด้วยรอยยิ้มมุมปาก "แต่ดูเหมือนว่า... ตาต่อไป ท่านคงต้องมาเล่นกับข้าในกระดานของทหารแล้วกระมัง"
จินเฟิงชะงักมือที่กำลังหมุนถ้วยชา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีผู้เยือกเย็นดุร้าย พลันหัวใจก็กระตุกวูบ
ทว่า ก่อนที่นางจะได้กล่าวสิ่งใด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ทหารคนสนิทในชุดเครื่องแบบเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนายื่นโทรเลขด่วนพิเศษแผ่นหนึ่งให้แก่ท่านนายพล
ลู่ถิงเฉินรับมาคลี่อ่าน กวาดสายตาผ่านตัวอักษรเพียงไม่กี่วินาที รัศมีความกดดันรอบตัวเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความหนתเหน็บดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาดุจเหยี่ยวหรี่แคบลง รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว
"ท่านอ๋อง... เอ๊ย ท่านผู้บัญชาการครับ" ทหารคนสนิทรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "มีคำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... หน่วยตรวจสอบพิเศษจากเมืองหลวงเดินทางมาถึงสถานีรถไฟแล้วครับ และเป้าหมายแรกที่พวกเขาพุ่งตรงมา... คือการเข้าควบคุมตัว 'คุณไป๋จินเฟิง' ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับทุนนิยมต่างชาติครับ!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องประชุมที่เพิ่งสงบลงพลันกลับมาตึงเครียดถึงขีดสุด บรรดาผู้มีอิทธิพลที่กำลังจะล่มสลายต่างกลับมีประกายความหวังวาบขึ้นในแววตา
ไป๋จินเฟิงนิ่งค้างไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงค้างอยู่ แต่นัยน์ตากลับไหววูบเป็นครั้งแรก นางมองหน้าลู่ถิงเฉินที่ในยามนี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีสังหารออกมาราวกับพญาเสือที่ถูกลูบคม
ลู่ถิงเฉินหันมามองภรรยา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านถ่ายทอดความมั่นคงดั่งหินผา ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับเยือกเย็นและดุร้ายจนน่ากลัว
"กล้าดีนี่... คิดจะใช้ดาบของราชสำนักมาตัดหัวชายาของข้า" ลู่ถิงเฉินแค่น Laugh ในลำคอ ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังประตูห้องประชุมที่กำลังถูกผลักเปิดออกโดยกลุ่มคนชุดดำ "จินเฟิง... ดูเหมือนว่ากระดานทหารของข้า ได้เวลาเปิดฉากนองเลือดเสียแล้วล่ะครับ"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ
กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล•ตอนที่ 26
การทวงคืนความยุติธรรมแบบตาต่อตา
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!