"กล้าดีนี่... คิดจะใช้ดาบของราชสำนักมาตัดหัวชายาของข้า"
เสียงแค่นหัวเราะในลำคอของลู่ถิงเฉินดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานมืดทึบ กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นหอมจางๆ ของชาผู่ئ๋อที่ยังคงกรุ่นไออยู่บนโต๊ะไม้เนื้อดี ความเงียบงันชั่วขณะถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกลุ่มคนชุดดำที่พากันถอยรูดกรูดกราวเมื่อเผชิญหน้ากับรัศมีอำนาจอันเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีของท่านนายพลผู้กุมกองกำลังภาคเหนือไว้ในกำมือ
ไป๋จินเฟิงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างที่แผ่ไอสังหาร ร่างระหงในชุดโค้ทผ้าสักหลาดสีชาดตัดเย็บอย่างประณีตตามแบบสตรีชั้นสูงยุคเปลี่ยนผ่าน ขับเน้นทรวดทรงให้อรชรราวกับกิ่งหลิวลู่ลม ทว่าแววตาคู่คมกลับปราดเปรื่องราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าฤดูหนาว นางไม่ได้หวาดกลัวต่อคมดาบที่สั่นระริกในมือของพวกสายลับราชสำนักแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน สมองของนางกำลังคำนวณต้นทุนและผลกำไรของสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็วดั่งดีดลูกคิดทองคำ
"ท่านนายพล... ทางเรามีราชโองการลับจากส่วนกลาง..." หัวหน้าหน่วยชุดดำฝืนกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามงัดเอาอำนาจเบื้องบนมาข่มขู่ แม้ขา2ข้างจะสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
"ราชโองการงั้นหรือ?" ลู่ถิงเฉินก้าวเท้าช้าๆ ออกมาเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบทหารยศสูงประดับอินทรธนูกลัดเหรียญตรากล้าหาญขยับเข้าหาเหยื่อทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับพญาเสือโคร่งที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมมืด "ในเขตอำนาจของข้า นอกเหนือจากคำสั่งของข้าแล้ว ต่อให้เป็นราชโองการจากสวรรค์ชั้นเก้า หากมันกล้าแตะต้องคนของข้า... ข้าก็จะใช้มันจุดไฟเผาตำหนักชำระบัญชีเสียให้ราบคาบ"
ฉับพลัน ดาบปลายปืนในมือของทหารองครักษ์ด้านนอกก็พุ่งพรวดเข้ามาจ่อคอหอยกลุ่มมือสังหารจนแทบไม่มีทางหนี ความตึงเครียดในห้องทำงานระอุขึ้นถึงขีดสุด บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่ลู่ถิงเฉินจะตวัดมือเพียงครั้งเดียว สัญญาณฆ่าก็ถูกประจักษ์ชัดเจนในสายตาของทุกคน
ชั่วพริบตาเดียว คราบเลือดสีแดงฉานก็สาดกระเซ็นลงบนพื้นพรมทอเปอร์เซียลวดลายวิจิตร ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วและเด็ดขาดราวกับสายฟ้าแลบ ไร้ซึ่งความปรานี ไร้ซึ่งการเจรจต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง เหลือเพียงซากความวุ่นวายและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ลู่ถิงเฉินไม่ได้หันกลับไปมองผลงานของตนเอง สายตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองไปที่ไป๋จินเฟิงซึ่งยังคงยืนนิ่งสงบราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
"เจ้านี่นะ..." ลู่ถิงเฉินพ่นลมหายใจยาวออกมา ความดุร้ายเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความระAมระวังและความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะหยั่งถึง เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ร่างบาง กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงพลังโอบล้อมนางไว้จนแทบไร้ช่องว่าง "รู้ทั้งรู้ว่าพวกมันจ้องเล่นงานเจ้าจากเบื้องหลัง เหตุใดจึงยังทำเป็นยื่นหมูยื่นแมวเปิดช่องให้พวกมันเข้ามาถึงตัวในค่ายทหารได้?"
ไป๋จินเฟิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า นางยกมือขึ้นจัดปกเสื้อโค้ทให้เขาอย่างเบามือและเป็นธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมการปฏิบัติตัวของสตรีในยุคนี้อาจมองว่านางอาจหาญเกินไป แต่สำหรับลู่ถิงเฉินในยามนี้ มันกลับเป็นสัมผัสเดียวที่ช่วยดึงสติเขาให้หลุดพ้นจากวังวนของการนองเลือด
"หากหม่อมฉันไม่เปิดช่องให้สุนัขจนตรอกพวกนั้นวิ่งเข้ามาติดกับ ท่านนายพลผู้เกรียงไกรจะหาความชอบธรรมใดมาล้างบางสายลับในกองทัพที่ฝังรากลึกมานานเล่าเพคะ?" น้ำเสียงหวานใสกังวานราดรดลงบนหัวใจที่ด้านชาของชายหนุ่ม "การค้าขายยังต้องลงทุนลงแรง การเมืองก็เช่นกัน... หากไม่ยอมเสียเหยื่อล่อชิ้นโต แล้วเราจะจับปลาตัวใหญ่ในบึงกว้างได้อย่างไร"
ลู่ถิงเฉินชะงักไป ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้างดงามที่เปี่ยมด้วยสติปัญญาและความเด็ดเดี่ยวนี้ เนิ่นนานที่เขาปิดตายหัวใจไว้เบื้องหลังสมรภูมิรบและความโหดร้ายของอำนาจ มีเพียงสตรีตรงหน้าผู้นี้... สตรีจากยุคสมัยอันแปลกประหลาดที่เต็มไปด้วยแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจและการค้าเกินกว่าสตรีใดในแผ่นดิน นางไม่เคยหวาดกลัวเขา ไม่เคยร้องขอความเมตตา มีแต่จะก้าวเข้ามาเคียงบ่าเคียงไหล่ในฐานะคู่คิดที่ทัดเทียม
ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมาเนิ่นนาน เริ่มกัดเซาะกำแพงน้ำแข็งที่เขา costruzione ขึ้นมาป้องกันตัว
"เจ้ามัน... ใจกล้าเกินไปแล้วนะจินเฟิง" ลู่ถิงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลงอย่างผิดวิสัย ความกระด้างในน้ำเสียงเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่เจือความระaอใจระคนห่วงหา มือหนาเอื้อมออกไปแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มนวลของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นสั่นน้อยๆ ราวกับกลว่าหากออกแรงมากกว่านี้ ภาพฝันตรงหน้าจะสลายหายไป
ไป๋จินเฟิงนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาตลอดสะดุดลงชั่วขณะ นางไม่เคยเห็นแววตาเช่นนี้จากท่านนายพลผู้เย็นชาคนนี้มาก่อน แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง ไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง ไร้ซึ่งการคำนวณผลประโยชน์
"ท่านอ๋อง..." นางพยายามจะเอ่ยท้วงเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าฝ่ามืออุ่นจัดของเขากลับรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วแต่ทนุถนอม ร่างของนางแนบชิดติดกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ
"จินเฟิง..." ลู่ถิงเฉินกระซิบแผ่วเบารemind อยู่ชิดริมฝีปากของนาง ไออุ่นจากลมหายใจระbæกเข้าหากัน "ข้าผ่านสมรภูมิมานักต่อนัก คร่าชีวิตคนมานับไม่ถ้วน ไม่เคยหวาดกลัวต่อสิ่งใดบนโลกใบนี้... แต่ในวันที่เจ้าก้าวเข้ามาในชีวิตข้า ข้ากลับเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่า 'พ่ายแพ้' อย่างแท้จริง... พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มของเจ้า พ่ายแพ้ให้กับความฉลาดเฉลียวของเจ้า และพ่ายแพ้... ให้กับหัวใจของตัวเองที่มันไม่รักดี ดวงนี้"
คำสารภาพอันนุ่มนวลแต่หนักแน่นดั่งหินผาดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ความตึงเครียดภายนอกราวกับถูกตัดขาดจากโลกใบนี้ เหลือเพียงคนทั้งสองที่ยืนอยู่ท่ามกลางกระแสธารแห่งกาลเวลาที่กำลังเปลี่ยนผ่าน
ไป๋จินเฟิงเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย ไหวพริบและความเฉียบคมทั้งหมดที่มีดูเหมือนจะใช้การไม่ได้ในยามที่เผชิญหน้ากับความจริงใจที่รุกคืบเข้ามาถึงขั้วหัวใจ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เตรียมจะเอ่ยปากตอบรับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามานี้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน ตามด้วยเสียงรายงานตื่นตระหนกจากนายทหารคนสนิทที่หน้าห้อง "ท่านนายพล! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ทางเมืองหลวงส่ง... ส่งพระราชโองการด่วนที่สุดมาถึงค่ายแล้วพ่ะย่ะค่ะ เนื้อความระบุว่า..."
ลู่ถิงเฉินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายังไม่ทันได้ละสายตาจากใบหน้าของหญิงสาว ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง นายทหารคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ถือม้วนกระดาษสีเหลืองทองสั่นระริกไว้ในมือ
"มีรายงานด่วนว่า... องค์ชายสามทรงนำกำลังทหารหลวงปิดล้อมเส้นทางการค้าทั้งหมดของตระกูลไป๋ และประกาศจับกุมท่านกุนซือไป๋ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ... ณ บัดนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
— เฉินเว่ยสายลุย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ
กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล•ตอนที่ 27
คำสารภาพในห้องทำงานนายพล
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!