กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล•ตอนที่ 16

การขยายอาณาจักรการค้าสู่ต่างมณฑล

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายชาผู่เอ่อร์หมักบ่มอายุสิบปีลอยอวลอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมเข้มข้นเจือความชื้นของดินชะลอความตึงเครียดภายในห้องรับรองขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลลู่ลงได้บ้าง แม้รอบตัวจะถูกโอบล้อมด้วยกองกำลังพิเศษจากส่วนกลางที่ถืออาวุธครบมือ ไป๋จินเฟิงในชุดเสื้อโค้ทผ้าสักหลาดสีเทาอ่อนเข้ารูป คอเสื้อประดับด้วยผ้าพันคอไหมปักลายเหมราชวิจิตร บ่งบอกถึงรสนิยมอันสูงส่งและความเยือกเย็นที่ไม่อาจสั่นคลอน นางมิได้สะทกสะท้านต่อสายตาดุดانของผู้ตรวจการหลี่ที่กวาดมองมาแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งลำหยกยังคงบรรจงหมุนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ในมืออย่างใจAเย็น "ผู้ตรวจการหลี่ช่างขยันขันแข็งยิ่งนัก ถึงกับนำกำลังพลนับร้อยนายมาเยือนเรือนพักส่วนตัวของนายพลลู่ยามวิกาลเช่นนี้ เกรงว่าเกียรติยศของกองทัพภาคเหนือคงจะสั่นคลอนไม่น้อย หากข่าวนี้แพร่งพรายออกไปว่ามีคนผู้หนึ่งใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยปราศจากตราตั้งอย่างเป็นทางการ" น้ำเสียงของจินเฟิงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนในฝัก นางชำเลืองมองเอกสารคำสั่งในมือของอีกฝ่ายแวบหนึ่ง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน "คุณไป๋! อย่าได้ปากกล้าเกินไปนัก นี่คือคำสั่งเร่งด่วนจากส่วนกลางเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายสหกรณ์การค้าที่คุณแอบอ้างตั้งขึ้นมา ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ มีโทษถึงขั้นเนรเทศ!" ผู้ตรวจการหลี่ตวาดกร้าว ใบหน้าถมึงทึงด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสตรีเช่นนางสบประมาท ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากโถงทางเดิน ประตูไม้สักแกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลู่ถิงเฉินในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ ไหล่กว้างประดับอินทรธนูทองคำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดั่งสลักจากหินหยกเย็นชา ทว่าแววตากลับดุร้ายราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ ความกดอากาศรอบตัวลดฮวบลงทันทีจนทหารยามหลายนายถึงกับหายใจติดขัด "ใครให้สิทธิ์แก... ก้าวเข้ามาเหยียบเรือนของฉัน โดยยังไม่ได้รับอนุญาต?" เสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความปรานี ลู่ถิงเฉินก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าจินเฟิง ร่างสูงใหญ่บังร่างบอบบางของนางไว้กึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณความเป็นนักล่าแผ่ซ่านจนผู้ตรวจการหลี่ต้องผถอยหลังไปกึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ท่านนายพลลู่! พวกเราทำตามหน้าที่..." "หน้าที่ของแกหมดลงตั้งแต่ก้าวขาเหยียบเข้ามาในเขตกองทัพของฉันแล้ว หลี่จ้าน" ลู่ถิงเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุร้ายกวาดมองเอกสารในมืออีกฝ่ายก่อนจะสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ทหารคนสนิทด้านหลังก็ชักปืนพกขึ้นเล็งไปยังกลุ่มคนจากส่วนกลางทันที "ภรรยาของฉันกำลังเจรจาธุรกิจสำคัญเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน แต่แกกลับมารบกวน... ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย" จินเฟิงปรายตามองแผ่นหลังกว้างของสามีแวบหนึ่ง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจ ทว่าสมองยังคงเดินหมากตาต่อไปอย่างไร้ความปราณี นางรู้ดีว่าการปะทะด้วยกำลังกับส่วนกลางในตอนนี้ไม่เป็นผลดี นางจึงเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อของลู่ถิงเฉินเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขายับยั้งชั่งใจ "ท่านพี่ใจเย็นก่อนเจ้าคะ..." จินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทว่ามีอำนาจในตัว "ผู้ตรวจการหลี่เพียงแค่ทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจเบื้องบนเท่านั้น พวกเราในฐานะราษฎรผู้จงรักภักดี ย่อมยินดีให้ตรวจสอบความบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว... เพียงแต่ การขยายอาณาจักรการค้าสู่ต่างมณฑลของเราในครั้งนี้ มีแผนงานที่ยิ่งใหญ่กว่าที่พวกเขากล่าวหามากนัก" นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้ารูปอย่างสง่างาม ก่อนจะก้าวเดินไปหยิบแฟ้มหนังสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานยื่นให้ผู้ตรวจการหลี่ด้วยตนเอง "นี่คือบัญชีและโครงสร้างของ 'สหกรณ์การค้าภาคเหนือตอนบน' ที่ข้าพเจ้าเพิ่งร่างเสร็จสิ้นเมื่อบ่ายนี้ เป็นเครือข่ายการผลิตสินค้าหัตถกรรมและผลผลิตทางการเกษตรที่เชื่อมโยงถึงเจ็ดมณฑล สร้างงานให้แก่ราษฎรนับแสนคน หากท่านผู้ตรวจการอยากตรวจสอบเชิญเปิดอ่านดูให้ละเอียดทีละหน้าได้เลย... แต่จำไว้ว่า ทุกตัวเลขที่ท่านกำลังจะอ่านนั้น ล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายเศรษฐกิจใหม่ และมีลายเซ็นรับรองจากสำนักนายกรัฐมนตรีโดยตรง" สีหน้าของผู้ตรวจการหลี่เปลี่ยนเป็นซีดเผือกทันทีเมื่อเห็นตราประทับสีแดงฉานบนหน้าแรกของเอกสาร มือที่ยื่นมารับแฟ้มสั่นเทาเล็กน้อย เขามองหน้าไป๋จินเฟิงสลับกับลู่ถิงเฉินผู้ยืนกอดอกจ้องมองมาด้วยแววตานักฆ่า ก็ตระหนักได้ทันทีว่าตนเองได้เดินตกลงไปในหลุมพรางที่สตรีผู้นี้ขุดรอไว้เสียแล้ว ค่ำคืนนั้น การตรวจค้นที่ควรจะเป็นการจับกุมตัว กลับกลายเป็นการลงนามในสัญญาความร่วมมือทางการค้าระหว่างมณฑลภายใต้แรงกดดันอันมหาศาลของผู้กุมอำนาจทั้งสอง ทว่า เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างกำลังจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ตระกูลลู่เป็นฝ่ายกุมชัยชนะ เสียงเคาะประตูจังหวะประหลาดสามครั้งก็ดังขึ้นที่หน้าต่างห้องทำงานลับ ทหารยามหน้าประตูกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ยื่นโทรเลขฉบับหนึ่งให้แก่ลู่ถิงเฉินด้วยมือที่สั่นเทา "ท่านนายพลครับ... สายลับของเราจากเมืองหลวงส่งข่าวมาด่วนที่สุดครับ..." ลู่ถิงเฉินรับกระดาษแผ่นเล็กมาคลี่อ่าน กวาดสายตาเพียงปราดเดียว รัศมีสังหารรอบตัวก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจนแก้วชาบนโต๊ะถึงกับปริร้าว จินเฟิงขมวดคิ้วมุ่นยามเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของสามีเป็นครั้งแรก "มีอะไรหรือเจ้าคะ?" ลู่ถิงเฉินเงยหน้าขึ้น สบตากับภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ซับซ้อน "เสด็จลุง... หรือก็คือผู้นำสูงสุดในเมืองหลวง ได้สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา และ... ในพระราชโองการฉบับสุดท้าย มีคำสั่งให้ปลดฉันออกจากตำแหน่งนายพล พร้อมทั้งแต่งตั้ง 'บุคคลปริศนา' ให้มารับช่วงบัญชาการกองทัพภาคเหนือแทนเราในรุ่งอรุณนี้!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับตัวละครทุกท่านนะครับ!
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%