กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามทศวรรษลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ามันไม่สามารถกลบความตึงเครียดที่แทรกซึมอยู่ทุกอณูอากาศภายในห้องรับรองของกองบัญชาการภาคเหนือได้เลย ลู่ถิงเฉินยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูน บ่งบอกถึงคลื่นอารมณ์อันเชี่ยวกรากที่กำลังซัดสาดอยู่ภายในอก เสด็จลุงผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเมืองหลวงสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน ราวกับดาวประดับฟ้าที่ดับวูบลงในคืนเดือนมืด และราชโองการฉบับสุดท้ายที่ถูกส่งมาโดยม้าเร็วเมื่อยามวิกาล ก็เปรียบเสมือนดาบอาคมที่จ้วงแทงลงมากลางหัวใจของกองทัพ เพื่อปลดเขาออกจากตำแหน่งนายพล พร้อมแต่งตั้ง ‘บุคคลปริศนา’ ให้มารับช่วงต่อในรุ่งอรุณนี้ทันที
ไป๋จินเฟิงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าสามี ร่างอรชรในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายทอมือสีครามเข้มเข้ารูปตามแบบนิยมของยุคเจ็ดสิบ แต่กลับถูกขับเน้นด้วยท่าทีสง่างามราวกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ที่หลุดลอยมาจากราชสำนักโบราณ ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองม้วนพระราชโองการประทับตราครั่งสีชาดบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับสามีด้วยความนิ่งสงบ ดุจผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น
"ถิงเฉิน..." น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงพลังเอื้อnขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดัน "พระราชโองการฉบับนี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ปลดท่านจากตำแหน่ง... แต่มันคือการเปิดช่องให้พวกหนูแทะแผ่นดินได้ออกมากัดกินผลประโยชน์ที่ท่านเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีต่างหาก"
ลู่ถิงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาดุร้ายวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง "หึ... คนเบื้องบนคงคิดว่าข้าเป็นพยัคฆ์สิ้นลาย กรงเล็บถูกถอดถอนแล้วจะทำอะไรไม่ได้กระมัง ถึงได้รีบร้อนส่งคนสนิทของเสนาบดีหลี่เข้ามารับช่วงต่อ ทั้งที่สินค้าล็อตใหญ่ที่สุดของกลุ่มการค้าจินเฟิงกำลังจะเคลื่อนพลออกจากคลังสินค้าในอีกไม่กี่ชั่วยามนี้!"
เพิ่งจะเอ่ยถึงสินค้าล็อตสำคัญ เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับห่าฝนก็ดังขึ้นจากด้านนอก ประตูไม้สักถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รออนุญาต ร่างของหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนหน้าตาตื่นตระหนกพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าผู้เป็นนายทันที
"ท่านนายพล! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงนั้นหอบสะท้าน "ขบวนรถบรรทุกสินค้าแปรรูปและเครื่องจักรกลเกษตรชุดแรกที่จะส่งไปยังมณฑลตะวันตก... ถูกกองกำลังติดอาวุธนอกกฎหมายของ 'ตาเฒ่าเฉียน' ปิดล้อมเอาไว้ที่หุบเขากระบี่ขาดแล้วครับ พวกมันอ้างว่าได้รับคำสั่งพิเศษจากส่วนกลาง ให้ทำการอายัดสินค้าทั้งหมดไว้ตรวจสอบข้อหาลักลอบค้าขายของเถื่อน!"
เฉียนไห่... พ่อค้าเถื่อนผู้ทรงอิทธิพลเก่าแก่ที่ฝังรากลึกอยู่ในเขตเศรษฐกิจชายแดนมานานนับทศวรรษ แม้ในยุคสมัยที่การปฏิรูปกำลังกวาดล้างสิ่งตกค้าง แต่นายทุนหน้าเลือดผู้นี้กลับยังคงใช้เครือข่ายใต้ดินและกองกำลังทหารรับจ้างนอกกฎหมายชักใยอยู่เบื้องหลังความปั่นป่วนทั้งหมด
บรรยากาศในห้องพลระอุขึ้นทันตาเห็น ลู่ถิงเฉินขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนผู้ใต้บังคับบัญชาต้องก้มหน้าหลบสายตา "บังani! กองกำลังของข้ายังไม่ทันพ้นจากเขตรับผิดชอบ พวกมันกล้าดึงฟ้าลงมาเล่นถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
ทว่า ไป๋จินเฟิงกลับยกมือขึ้นแตะแขนของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เรียวปากอิ่มเอิบแย้มยิ้มราวกับดอกเหมยที่ผลิบานกลางเหมันต์ฤดู แต่นัยน์ตากลับเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็ง
"ใจเย็นก่อนท่านพี่..." จินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวาน "ตาเฒ่าเฉียนไม่ได้อาศัยแค่ความฮึกเหิมของโจรป่าหรอก แต่มันกำลังเดิมพันว่าท่านจะกลายเป็นเสือกระดาษที่ไร้อำนาจสั่งการต่างหาก หากท่านนำกำลังทหารบุกเข้าไปตอนนี้ พวกมันก็จะใช้ข้อหานายพลนอกราชการใช้กำลังส่วนตัวขัดขวางนโยบายรัฐมาเล่นงานท่านซ้ำสอง เป็นหมากที่วางไว้รัดกุมยิ่งนัก"
ลู่ถิงเฉินหันมามองภรรยา ดวงตาคมเข้มทอประกายล้ำลึก "แล้วเจ้ามีแผนการใด? สินค้าล็อตนี้คือเส้นเลือดใหญ่ของบริษัทเรา หากถูกยึดไป เงินทุนที่หมุนเวียนอยู่ทั้งหมดจะพังทลายลงในชั่วข้ามคืน"
จินเฟิงก้าวเดินไปหยิบพู่กันขนหมาป่าขึ้นมาจรดลงบนกระดาษไขสีนวลอย่างใจเย็น ลีลาการเขียนอักษรจีนโบราณของนางงดงามพลิ้วไหวราวกับมังกรทะยานเล่นคลื่น "พวกมันอยากเล่นเกมอำนาจ เราก็จักสนองอำนาจให้มันสาสม ในเมื่อพวกมันใช้กำลังทหารรับจ้างนอกกฎหมาย เราก็จงใช้ 'กฎหมายการค้าและแรงงาน' บดขยี้พวกมันให้จมดิน"
นางเงยหน้าขึ้น สบตากับสามีด้วยแววตาดุดันเฉียบคมไม่แพ้กัน "ส่งโทรเลขด่วนที่สุดถึงสหภาพแรงงานเกษตรกรและกรมสรรพากรประจำมณฑล แจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเข้าปล้นสะดมทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจชุมชน พร้อมกันนั้น... ให้ส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษในชุดนอกเครื่องแบบของท่านลอบเข้าไปตัดเสบียงและเส้นทางสื่อสารของพวกมันเงียบๆ ในหุบเขากระบี่ ข้าจะไปเจรจากับตาเฒ่าเฉียนด้วยตนเอง"
"ไม่ได้!" ลู่ถิงเฉินปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน แววตาฉายความกังวลระคนดุร้าย "ที่นั่นอันตรายเกินไป ตาเฒ่าเฉียนเป็นสุนัขจนตรอก มันไม่มีทางเจรจากับเจ้าดีๆ แน่"
"ท่านพี่มองข้าต่ำไปเสียแล้ว..." จินเฟิงวางพู่กันลง เสียงกระดาษกระทบโต๊ะดังเบาๆ แต่มั่นคง "สตรีที่ยืนอยู่เคียงข้างพยัคฆ์อย่างท่าน ย่อมมิใช่ดอกไม้ในห้องหอที่จะรอให้ใครมาเด็ดดึงตามใจชอบ... ไปกันเถอะ ไปดูกันว่าเฒ่าชราผู้นั้นจะมีความกล้าสักเพียงใด ที่จะกล้าขวางทางเดินของข้า"
ณ หุบเขากระบี่ สายลมหนาวยะเยือกพัดพาเอาฝุ่นผงคล้ายเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมเส้นทางลูกรัง ขบวนรถบรรทุกสินค้าจอดเรียงรายนิ่งสนิทท่ามกลางการปิดล้อมของชายฉกรรจ์นับร้อยคนที่สวมปลอกแขนสีแดงและถืออาวุธครบมือ
ตาเฒ่าเฉียน ชายวัยกลางคนร่างท้วมใหญ่ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นน่าเกลียด ยืนไขว่ห้างสูบไปป์กลิ่นฉุนกานพลูอยู่บนโขดหินสูง มองขบวนรถด้วยสายตากรุ่มกริ่มด้วยความโลภ
"ฮ่าๆๆ! นายพลลู่ผู้ยิ่งใหญ่อะไรนั่น ตอนนี้คงนั่งกอดกระดาษปลดประจำการจนตัวสั่นอยู่บ้านกระมัง!" เฉียนไห่หัวดลั่นอย่างลำพองใจ พลางหันไปสั่งลูกน้อง "พวกแกจัดการขนย้ายลังเครื่องจักรพวกนั้นขึ้นรถของเราให้หมด! ของพวกนี้มูลค่ามหาศาล พอเอาไปขายให้พวกพ่อค้าตลาดมืดในเมืองหลวง เราจะรวยอื้อซ่ากันไปอีกหลายปี!"
"เกรงว่าท่านจะไม่มีปัญญาแม้แต่จะแตะต้องลังไม้เหล่านั้นแม้แต่น้อยกระมัง, นายท่านเฉียน"
เสียงใสทรงอำนาจดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เฉียนไห่ขมวดคิ้วหันไปมอง ต้นเสียงมาจากสตรีร่างระหงในชุดโค้ทกันหนาวสีแดงสด ตัดกับทิวทัศน์สีหม่นของหุบเขา นางเดินก้าวเข้ามาอย่างมั่นคงโดยมีทหารองครักษ์หน้าตาถมึงทึงเดินตามหลังมาไม่ห่าง แม้จะไม่มีอาวุธอยู่ในมือ แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับทำให้พวกโจรป่าถึงกับผงะถอยหลังไปคนละก้าวสองก้าว
เฉียนไห่หรี่ตามองประเมิน "เจ้าคือ... ไป๋จินเฟิง เมียของไอลู่สินะ? กล้าดีอย่างไรถึงมาเดินเล่นในเขตอันตรายเช่นนี้? หรือว่าสามีของเจ้าส่งเจ้ามาเป็นตัวประกันเพื่อขอเจรจา?"
จินเฟิงหยุดยืนห่างออกไปสามก้าว รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปาก นางปัดเศษละอองหิมะออกจากปกเสื้ออย่างไม่รีบร้อน "ตัวประกัน? ท่านเฉียน... ท่านประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเสียแล้วกระมัง ท่านคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวจากเมืองหลวงจะทำให้สามีของข้าสิ้นอำนาจลงได้จริงๆ หรือ? และท่านคงไม่รู้สินะว่า... สินค้าในรถบรรทุกเหล่านี้หาใช่ทรัพย์สินธรรมดาไม่ แต่เป็น 'สินค้าควบคุมพิเศษ' ภายใต้โครงการพัฒนาเศรษฐกิจเร่งด่วนของส่วนกลาง หากท่านแตะต้องมันแม้แต่น้อย โทษของท่านไม่ใช่แค่การค้าของเถื่อนธรรมดา... แต่มันคือการ 'กบฏต่อส่วนรวม'!"
สีหน้าของเฉียนไห่เปลี่ยนสีทันที แววตาละโมบแปรเปลี่ยนเป็นความลังเลและความหวาดระแวงชั่วขณะ "เหลวไหล! ข้ามีคำสั่งลับจากเสนาบดีหลี่..."
"คำสั่งลับ?" จินเฟิงหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงเยือกเย็นเสียดแทงกระดูก "ท่านคิดว่ากระดาษชำระที่เขียนโดยขุนนางกังฉินใกล้หมดอำนาจ จะมีค่ามากกว่าตราประทับกระทรวงพาณิชย์ที่ข้าถืออยู่ในมือนี้อย่างนั้นหรือ?"
พูดจบ จินเฟิงก็สะบัดมือหยิบเอกสารตราประทับสีแดงฉานขึ้นมาชูให้เห็นเด่นชัด ทันใดนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องจากด้านหลังหุบเขาพร้อมกับแสงไฟหน้ารถนับสิบคันสาดส่องเข้ามาประชิดกลุ่มของเฉียนไห่จนมองอะไรไม่เห็น ธงสัญลักษณ์ของกองบัญชาการภาคเหนือและหน่วยตรวจสอบพิเศษถูกชูขึ้นสูงเด่นท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย
เฉียนไห่หน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า มือที่ถือไปป์สั่นเทาขึ้นมาทันที
แต่ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะพลิกคว่ำ และชัยชนะตกอยู่ในมือของไป๋จินเฟิง เสียงกัมปนาทของกระสุนปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นแหวกอากาศขึ้นมาจากยอดเขาสูง!
*ปัง!*
กระสุนเจาะทะลุกระจกรถบรรทุกคันหน้าสุดจนแตกละเอียดเศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับเสียงวิทยุสื่อสารฉุกเฉินจากทหารองครักษ์ที่ดังขึ้นแทรกด้วยความตกใจกลัว
"ท่านประธาน! แย่แล้วครับ! มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอีกกลุ่มหนึ่ง... กำลังเคลื่อนพลเข้าปิดล้อมเส้นทางถอยของเราจากทางด้านหลัง และ... และพวกมันกำลังชูธงของ 'หน่วยเงาหลวง' ที่เพิ่งเดินทางมาถึงจากเมืองหลวงครับ!"
ไป๋จินเฟิงชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม ดวงตากลมโตหดแคบลงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... นี่ไม่ใช่เกมการแย่งชิงผลประโยชน์ของพ่อค้าท้องถิ่นธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือ ‘กับดักมรณะ’ ที่ถูกขุดล่อไว้เพื่อต้อนพวกนางให้จนมุมตั้งแต่แรก!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันคลื่นลมอันเชี่ยวกรากนี้ไปด้วยกันนะครับ!
กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล•ตอนที่ 17
อุปสรรคจากผู้มีอิทธิพลเก่า
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!