กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล•ตอนที่ 10

ก้าวแรกแห่งความสำเร็จของตระกูลไป๋

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงคำรามของรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นปูนซีเมนต์ที่เพิ่งเทใหม่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วบริเวณ กลิ่นอายของดินโคลนผสมกลิ่นฉุนของสีทาบ้านเกรดพรีเมียมลอยอบอวลตัดกับสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมายังผู้มาเยือนอย่างไม่กะพริบตา "ช่างบังเอิญเสียจริง... ข้าคิดไม่ถึงว่าสถานที่ซอมซ่อในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นเรือนพักรับรองที่โอ่อ่าราวกับจวนขุนนางใหญ่โตไปได้" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจและไอสังหารเจือจางเอ่ยขึ้น พันเอกสือเหวินกั๋วในชุดเครื่องแบบสีเขียวมะกอกรีดกรายสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวลาดตระเวนกวาดมองโครงสร้างบ้านอิฐถือปูนสามชั้นที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ คานไม้สนเนื้อดีแกะสลักลวดลายมงคลอย่างประณีตบรรจง หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่สะท้อนเงาแสงอาทิตย์ยามบ่ายวาววับ ขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมโดยรอบของหมู่บ้านคอมมูนที่ยังคงจมอยู่ใต้ความยากจนข้นแค้นอย่างสิ้นเชิง ไป๋จินเฟิงมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนแท่นหมึกเนื้อดีอย่างนุ่มนวล ท่วงท่าการเคลื่อนไหวงดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณที่หลุดออกมาจากม้วนกระดาษซวนจื่อ นางสวมเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาตัดเย็บเข้ารูปอย่างประณีต ทับด้วยกั๊กไหมพรมถักลายเกลียวสีเทาเข้ม เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บครึ่งศีรษะด้วยปิ่นไม้หอมแกะสลัก ใบหน้ารูปไข่สงบนิ่งดึงดูดสายตา แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความเฉลียวฉลาดที่ยากจะหยั่งถึง "ลมอะไรหอบท่านผู้ตรวจการสือมาเยือนเรือนหลังน้อยของครอบครัวชาวนาต้อยต่ำเช่นพวกเราหรือครับ หรือว่าเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินและสัญญาการค้าที่ข้าเพิ่งยื่น70ฉบับเมื่อวานนี้ มีจุดใดขัดต่อกฎระเบียบใหม่ของส่วนกลาง?" ไป๋จินเฟิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะราวกับเสียงพิณ แต่ทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนและกดดันคู่สนทนาให้ต้องตระหนักถึงสถานะของตนเองโดยปริยาย สือเหวินกั๋วย่างสามขุมเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก หางตาที่มีรอยแผลเป็นเป็นทางยาวกระตุกเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาสำรวจข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องโถง ทั้งชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้พะยูงแกะสลัก วิทยุหลอดแก้วนำเข้าจากต่างประเทศ และชั้นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยตำราเศรษฐศาสตร์และการบริหารจัดการยุคใหม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหลักฐานประจักษ์ชัดว่าตระกูลไป๋หลุดพ้นจากความอดอยากยากแค้นมานานโขแล้ว และกำลังก้าวขึ้นมามีอิทธิพลทางเศรษฐกิจเหนือกว่าผู้ใดในอำเภอแห่งนี้ "เจ้าฉลาดมาก ไป๋จินเฟิง... ฉลาดจนข้าเริ่มรู้สึกว่า หากปล่อยให้สตรีเช่นเจ้าถือครองหางเสือเศรษฐกิจในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ต่อไป เกรงว่าอำนาจการควบคุมของรัฐอาจต้องสั่นคลอน" สือเหวินกั๋วกดเสียงต่ำลง ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานไม้จนแทบชิดร่างเพรียวบางของหญิงสาว "เงินทองมากมายมหาศาลที่เจ้าใช้เนรมิตคฤหาสน์หลังนี้ขึ้นมาในเวลาเพียงไม่ถึงสามเดือน... เจ้าเอามาจากไหน? การค้าเมล็ดพันธุ์พืชปรับปรุงพันธุ์และการผูกขาดตลาดเกลือเถื่อน เป็นข้อหาที่ร้ายแรงมากในยุคนี้นะ" ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากด้านนอกประตู ประตูไม้สักทองถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างองอาจ เยือกเย็น และทรงพลัง กลิ่นอายความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจากตัวของชายหนุ่มจนทหารรับCจ้างที่ติดตามสือเหวินกั่วถึงกับต้องถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว ลู่ถิงเฉิน... ท่านนายพลหนุ่มผู้กุมอำนาจกองทัพภาคเหนือ ดวงตาคมกราบกวาดมองสือเหวินกั๋วด้วยแววตาดุจดั่งสัตว์ป่าล่าเหยื่อที่พร้อมจะขยี้กระดูกคู่อริให้แหลกคามือได้ทุกเมื่อ "พันเอกสือ... ดูท่าทางท่านจะว่างงานมากสินะ ถึงได้เอาเวลาDisclaimerราชการมาเดินตรวจตราเรื่องส่วนตัวในอาณาเขตคุ้มครองพิเศษของกองทัพ" สือเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ลู่ถิงเฉินก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างไป๋จินเฟิงอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ร่างสูงใหญ่บังร่างบอบบางของหญิงสาวไว้มิดชิด ทว่ามือเรียวยาวของไป๋จินเฟิงกลับเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อโค้ทของเขาเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้ใช้อำนาจทหารกดดันอีกฝ่ายจนเกินงาม สือเหวินกั๋วหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจดิบเถื่อนและเด็ดขาดของนายพลหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดในสนามรบ แม้ในทางราชการเขาจะเป็นผู้ตรวจการจากส่วนกลาง แต่ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ กฎหมายที่แท้จริงคือปลายกระบอกปืนที่ลู่ถิงเฉินถือครองอยู่ "ท่านนายพลลู่... ข้าเพียงแต่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใส ตามที่มีผู้ร้องเรียนว่าตระกูลไป๋อาจมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายทุนนิยมสีเทา..." สือเหวินกั๋วพยายามเค้นเสียงแข็งขืนสู้ "ทุนนิยมสีเทาหรือ?" ไป๋จินเฟิงหัวנסเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากอิบอิ่ม นางก้าวเท้าออกมาจากเงาร่างของลู่ถิงเฉิน หยิบเอกสารแฟ้มหนังสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาเปิดผ่านๆ ด้วยท่าทีสบายๆ "สิ่งที่ตระกูลไป๋ทำ คือการจดทะเบียนสหกรณ์การเกษตรถูกต้องตามกฎหมายทุกฉบับ และเงินทุนทั้งหมดที่ท่านเห็น... ได้มาจากการเซ็นสัญญาผูกขาดการส่งออกข้าวสาลีคุณภาพสูงให้กับกองทัพภาคเหนือของท่านนายพลลู่โดยตรง ท่านผู้ตรวจการสือ... ท่านกำลังกล่าวหาว่าการค้าขายระหว่างประชาชนกับกองทัพเพื่อความมั่นคงของชาติ เป็นสิ่งผิดกฎหมายงั้นหรือ?" คำพูดของนางเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ ปักลึก0ลงกลางใจของสือเหวินกั๋วในทันที สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำด้วยความโกรธแค้นแต่ไม่สามารถหาคำใดมาโต้แย้งได้ เนื่องจากตราประทับของกองทัพบนสัญญาซื้อขายนั้นเป็นของจริงแท้แน่นอน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงภายใต้ชัยชนะอันงดงามของไป๋จินเฟิง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงรายงานตัวของทหารยามหน้าบ้าน "เรียนท่านนายพล... มีพัสดุด่วนพิเศษจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงคุณไป๋จินเฟิงโดยเฉพาะครับ ประทับตราลับสุดยอดระดับสูงสุดจากสำนักนายกรัฐมนตรี!" สือเหวินกั๋วชะงักกึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งทันที ส่วนลู่ถิงเฉินกลับขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงด้วยความระแวง สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยว่าพัสดุชิ้นนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ทหารยามก้าวเข้ามาพร้อมกับกล่องไม้สนสีดำสนิทที่ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจทองเหลืองส,ลักตราลัญจกรจักรวรรดิ ไป๋จินเฟิงมองกล่องใบนั้นด้วยแววตาที่ไหววูบเป็นครั้งแรก รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว นางยื่นมืออันเรียองามออกไปรับกล่องใบนั้น ก่อนที่กุญแจดอกเล็กจะร่วงหล่นลงกระทบพื้นเสียงดังเคร้ง ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่หยุดหายใจ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวมือทองแห่งยุคเจ็ดสิบ กับบัญชาทัพร้อยเล่ห์ของท่านนายพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%