กระดาษโน้ตสีเหลืองสะท้อนแสงแผ่นหนึ่งแปะอยู่บนหน้าจอมอนิ터ขนาดสามสิบสองนิ้ว ลายมือหวัดแกมบรรจงเขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำระบุข้อความสั้นๆ เอาไว้สามข้อถ้วน
*กฎเหล็กการอาศัยร่วมกันในเซฟเฮาส์ฉบับปรับปรุงใหม่*
*๑. ห้ามวิจารณ์งานดีไซน์ของรินก่อนได้รับอนุญาต*
*๒. ห้ามเดินเกะกะตอนรินกำลังใช้สมาธิร่างแบบ*
*๓. ห้ามทำตัวเป็นเผด็จการปากเสียเด็ดขาด*
ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานยามค่ำคืนได้อย่างราบคาบ สถาปนิกหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกค่อยๆ หมุนเก้าอี้ทำงานกลับมามองเจ้าของห้องที่กำลังกอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทางเอาเรื่อง ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววท้าทายชัดเจน ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบแม้แต่น้อย
"นี่คือผลงานชิ้นโบว์แดงหลังจากใช้เวลาคิดมาทั้งวันอย่างนั้นหรือครับ คุณดีไซเนอร์"
ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงรอยหยันเจือความเอ็นดูที่เจ้าตัวจงใจเก็บซ่อนไว้ใต้ใบหน้าบึ้งตึง ปากหนาเหยียดยิ้มบางๆ ขณะกวาดสายตามองกระดาษโน้ตแผ่นนั้นราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า ทั้งที่ในความเป็นจริง เขากลับจดจำทุกตัวอักษรได้อย่างแม่นยำตั้งแต่แวบแรกที่เห็น
รินเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจเมื่อเห็นท่าทีเย่อหยิ่งของอีกฝ่าย เธอไม่ชอบผู้ชายประเภทที่คิดว่าตัวเองรู้ดีไปเสียทุกเรื่อง และธีร์ก็คือตัวแทนของความน่าหมั่นไส้ประเภทนั้นแบบไม่มีที่ติ
"ใช่ค่ะ... เอ่อ ใช่ครับ" รินเกือบหลุดคำพูดติดปากออกไปจนต้องรีบแก้คำสรรพนามแทบไม่ทัน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังเผชิญหน้ากับตาคนปากร้ายที่ชอบจับผิดเธอทุกฝีก้าว "ผมหมายถึง... ใช่ครับ! และคุณต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย ถ้าไม่อยากให้โปรเจกต์นี้พังไม่เป็นท่าตั้งแต่สัปดาห์แรก"
ธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีรินยืนคั่นกลาง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและกาแฟคั่วบดลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของหญิงสาว ทำให้รินเผลอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางหนังสือจนไม่มีทางให้ถอยหนี
สถาปนิกหนุ่มก้มลงมองเธอ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดสำรวจใบเนียนใสที่มีร่องรอยความตื่นตระหนกฉายชัดอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ข้อแรก... ห้ามวิจารณ์งานดีไซน์ก่อนได้รับอนุญาต" ธีร์ทวนข้อความในกระดาษด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจดึงให้ต่ำลง "แต่ในฐานะหัวหน้าทีมและเจ้าของเซฟเฮาส์หลังนี้ หน้าที่ของผมคือการตรวจสอบความปลอดภัยและความเป็นไปได้ทางโครงสร้าง ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับความเพ้อฝันในงานดีไซน์ของคุณโดยตรง จะให้ผมกราบขออนุญาตก่อนทุกครั้งที่คุณวาดเส้นเบี้ยวๆ นั่นหรือครับ"
"ฉันไม่ได้วาดเบี้ยว!" รินสวนกลับทันควัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "เส้นทุกเส้นมีที่มา มีหลักการทางสุนทรียศาสตร์รองรับ ไม่ใช่สักแต่จะเอาเสาปูนแท่งใหญ่ๆ มาตั้งขวางกลางห้องแบบที่คุณชอบทำหรอกนะ!"
"เสาต้นนั้นรับน้ำหนักโครงสร้างหลักสามชั้นนะคุณ ถ้าไม่มีมัน ป่านนี้ห้องที่คุณนั่งหายใจเถียงผมอยู่ตรงนี้คงถล่มลงมาทับร่างเพรียวๆ ของคุณแบนเป็นกระดาษ A4 ไปแล้ว"
"คุณ!" รินกัดฟันกรอด มือเรียว กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ ธีร์คงพรุนเป็นรังผึ้งไปนานแล้ว "คุณนี่มัน... ปากเสียไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ สมแล้วกับฉายาไอซ์เบิร์กเดินได้"
"ขอบคุณที่ชมครับ" ธีร์ตอบหน้าตาเฉย ไม่มีทีท่าสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย มือหนายื่นออกไปหยิบกระดาษโน้ตสีเหลืองแผ่นนั้นหลุดจากมอนิเตอร์มาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวแกล้งไล้ผ่านกระดาษใกล้กับนิ้วมือของรินจนเธอต้องรีบชักมือหนีราวกับโดนไฟลวก "ส่วนข้อสอง... ห้ามเดินเกะกะตอนคุณกำลังใช้สมาธิ... อันนี้ชักจะเกินไปหน่อย ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางนะคุณ ผมจะเดินไปไหนมาไหนมันก็สิทธิ์ของผม ไม่ใช่ห้องส่วนตัวของคุณคนเดียว"
"แต่คุณเดินจงกรมผ่านหน้าโต๊ะฉันไปมาสามรอบแล้วนะเมื่อเช้า! มันรบกวนสายตา!"
"ผมแค่เดินไปหยิบกาแฟ"
"คุณเดินวนไปวนมาเหมือนคนเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำต่างหาก!"
บทสนทนาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันแกล้งหยอกล้อดำเนินต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มเจือความอบอุ่นทีละน้อยโดยที่ทั้งคู่ไม่ทันรู้ตัว ความใกล้ชิดทำให้รินได้กลิ่นไอร้อนจากกายแกร่งของชายหนุ่ม ส่วนธีร์เองก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าแพขนต้างอนงามของหญิงสาวเวลากระพริบถี่ๆ นั้นดึงดูดสายตาเขาได้มากแค่ไหน
ดวงตาสองคู่ประสานกันโดยบังเอิญ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดวิ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง หัวใจของรินเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าของธีร์อยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ
สถาปนิกหนุ่มชะงักไปเช่นกัน ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองงานและจับผิดคนอื่นเวลานี้กลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ปลายลิ้วแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนรินต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"แล้วถ้าผมทำผิดกฎข้อที่สามล่ะ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าจนหัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "ทำตัวเป็นเผด็จการปากเสีย... คุณจะลงโทษผมยังไงดีล่ะครับ"
รินเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ คำพูดโต้เถียงที่เตรียมไว้เป็นร้อยประโยคหายวับไปกับตา ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนโดยไม่ต้องมีสิ่งใดแต่งแต้ม เธออ้าปากพะงาบๆ คล้ายจะพูดอะไรบางอย่างออกไปเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่ายังไม่ทันที่ริมฝีปากอิ่มจะได้ขยับเปล่งเสียงตอบโต้ใดๆ ออกมา
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวในยามค่ำคืนพังทลายลงในเสี้ยววินาที
ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลจากด้านนอกที่ทำให้ทั้งธีร์และรินต้องผละออกจากกันแทบไม่ทัน
"คุณธีร์! คุณริน! แย่แล้วครับ! ระบบไฟส่วนกลางของเซฟเฮาส์เกิดช็อตขึ้นมา แถมจู่ๆ... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาทางประตูหลัง!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปกับตัวละครทุกท่านนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 7
กฎสามข้อที่ต้องทำตาม
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!