"ถ้าคุณยังยืนกรานจะดันทุรังเจาะผนังตรงนี้ตามอำเภอใจ ผมแนะนำให้คุณเก็บกระเป๋าแล้วเดินออกจากเซฟเฮาส์หลังนี้ไปได้เลยครับ เพราะโครงสร้างทั้งหมดที่ผมคำนวณมา มันจะพังครืนลงมาฝังร่างเราสองคนให้กลายเป็นผีเฝ้าตึกก่อนที่ภารกิจจะเริ่มเสียอีก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิดดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างของตึกเก่า ธีร์ยืนกอดอกแน่น แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ บนเพดาน ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบมองร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่ยืนถือแปลนพิมพ์เขียวอยู่ในมือด้วยความคาดโทษ
รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนถึงขั้วหัวใจ เธอก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว ดวงตากลมโตเป็นประกายดื้อรั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณสถาปนิกผู้รอบรู้... ช่วยกรุณาลดโทนเสียงแล้วใช้สมองส่วนหน้าคิดตามฉันสักนิดนะคะ" รินเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดเจน "ตรงนี้คือจุดอับสายตา ถ้าไม่เจาะช่องระบายอากาศและเดินแนวท่อใหม่ตรงนี้ ทีมงานของเราจะไม่มีทางเชื่อมสัญญาณกับภายนอกได้เลย คุณกลัวตึกพังจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไง ถึงไม่มองภาพรวมของงานบ้างเลย"
"ผมไม่ได้สติฟั่นเฟือนครับริน แต่ผมกำลังใช้ *สามัญสำนึก* ของคนที่มีใบประกอบวิชาชีพควบคุมการก่อสร้างมาเตือนคุณ" ธีร์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอกลับโดยไม่ยอมถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว ส่วนสูงที่ต่างกันทำให้เขาต้องโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อยเพื่อกดดัน ความใกล้ชิดระดับนี้ทำให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นฝุ่นปูนและกลิ่นกายสะอาดของเขาโชว์หรี่เข้าจมูกเธออย่างจัง "ผนังอิฐมอญโบราณหนาห้านิ้วนี้ไม่ใช่ปูนซีเมนต์ฉาบเล่นๆ มันคือเสาหลักรับน้ำหนักของคานชั้นสอง ถ้าคุณเอาสว่านกระแทกเจาะลงไปตรงจุดเซนตริโอลิดนั่น คานตรงหัวคุณนั่นแหละที่จะหล่นลงมาทับหัวสมองครีเอทีฟของคุณให้แบนติดพื้น!"
"นี่คุณ!" รินนิ่วหน้า เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจที่เถียงไม่ออกในเชิงเทคนิค แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ เธอจึงเชิดหน้าขึ้นท้าทาย "ถ้ามั่นใจนักว่ามันจะพัง ทำไมไม่ลองหาทางแก้ปัญหาที่ดีกว่าการมายืนกอดอกบ่นเป็นคนแก่ล่ะคะ? ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ ฉันไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อบอกว่า *ทำไม่ได้* แต่จ้างมาเพื่อหา *ทางออก* ต่างหากเล่า!"
คำพูดประชดประชันนั้นทำให้กรามคมของธีร์ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความฉุนเฉียวและความระอาใจ ปากกาหมึกซึมราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาเกือบจะถูกดึงออกมาขว้างทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่สายตาที่ดื้อรั้นและไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ ของผู้หญิงตรงหน้า กลับทำให้หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะระเบียบของเขาเกิดสะดุดกึกขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์เซฟเฮาส์ลับนี้ ทั้งคู่ปะทะคารมกันมาไม่ต่ำกว่าสิบรอบ แต่ไม่มีครั้งไหนที่เคมีอันตรายระหว่างความซึนปากร้ายกับความดื้อรั้นหัวรั้นจะพุ่งพล่านได้เท่ากับนาทีนี้อีกแล้ว
"อยากได้ทางออกนักใช่ไหมครับ..." ธีร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อควบคุมสติ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงด้วยความจริงจังขั้นสุด "ตามผมมานี่"
เขาสลัดความหงุดหงิดทิ้งแล้วเดินนำไปยังมุมอับด้านในสุดของห้องโถง ซึ่งมีรอยร้าวขนาดใหญ่พาดผ่านผนังปูนเปลือยอย่างน่ากลัว รอยร้าวนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เส้นบางๆ แต่มันแยกตัวออกจากกันเป็นรูปตัววี (V-shape) ยาวเกือบสองเมตร ลึกลงไปจนเห็นโครงสร้างอิฐด้านในที่ผุกร่อนตามกาลเวลา
รินเดินตามไปติดๆ เมื่อเห็นสภาพรอยร้าวชัดเจน สีหน้าที่เคยแข็งกร้าวของเธอก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ความเป็นดีไซเนอร์และสัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเธอว่า สถานการณ์ในตึกนี้เลวร้ายกว่าที่คิดไว้ในรายงานเบื้องต้นมากนัก
"เห็นรอยนี่ไหมครับริน" ธีร์ย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วมือสวมถุงมือหนังแตะเบาๆ ลงบนขอบรอยร้าวที่มีเศษปูนร่วงกาวลงมาเล็กน้อย "นี่ไม่ใช่รอยร้าวจากการทรุดตัวธรรมดา แรงสั่นสะเทือนจากภายนอกหรือแรงลมมรสุมเมื่อสัปดาห์ก่อนทำให้โครงสร้างหลักบิดตัว ถ้าเราขยับหรือเจาะสุ่มสี่สุ่มห้า แรงสั่นสะเทือนจะวิ่งตรงมาที่จุดวิกฤตนี้ทันที และตึกนี้จะกลายเป็นหลุมศพของเรา"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ผสานกับเสียงกุกกักของสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่ขยายตัวตามอุณหภูมิ รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความมั่นใจที่เคยมีก่อนหน้านี้หดหายไปเหลือเพียงความตระหนักรู้ถึงอันตรายที่อยู่ตรงหน้า
"แล้ว... เราต้องทำยังไงคะ?" น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความพยศในแววตาถูกแทนที่ด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ธีร์หันมามองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้าง แสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาตกกระทบแพขนตางอนและจมูกโด่งรั้นของเธอ ในยามที่เธอไม่ได้ตั้งกำแพงปะทะคารมกับเขา ผู้หญิงคนนี้กลับมีความเปราะบางและน่าทะนุถนอมอย่างประหลาด ความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทางปากร้ายและคำพูดขวานผ่าซากพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนเขาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความรู้สึก
"เราต้องทำ 'โครงสร้างค้ำยันชั่วคราว' (Temporary Shoring) ก่อนจะทำอะไรทั้งสิ้น" ธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงกลับมาเป็นงานเป็นการและเฉียบขาดเช่นเดิม "ใช้เหล็กบีม H-Beam ขนาดสี่นิ้วค้ำยันแนวผนังรับน้ำหนักนี้ไว้ทั้งสองฝั่ง แล้วจึงค่อยเดินท่อระบบผ่านช่องว่างระหว่างค้ำยันโดยไม่ต้องเจาะทำลายเนื้อปูนเดิม"
รินพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว สมองของเธอเริ่มประมวลผลตามแผนงานที่เขาเสนอ "เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยนี่คะ คุณสถาปนิก... ถึงปากจะร้ายไปหน่อย แต่เรื่องฝีมือก็พอใช้ได้" เธอยังไม่วายหยิกกัดเขากลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความกวนประสาท
ธีร์หรี่ตามองคนปากเก่งที่เริ่มกลับมาฟื้นคืนชีพความมั่นใจได้เร็วเกินคาด เขาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "ปากเก่งแบบนี้ คราวหน้าถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาอีก หวังว่าจะหัดใช้สมองคิดก่อนจะเถียงผมนะครับ คุณดีไซเนอร์"
"ถ้าฉันฉลาดรอบรู้ทุกเรื่องเหมือนคุณ ฉันคงไม่ต้องจ้างคุณมาเปลืองงบประมาณบริษัทหรอกค่ะ" รินตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตค้อนขวับให้เขาด้วยความหมั่นไส้
ธีร์แอบยิ้มมุมปากโดยไม่ยอมให้เธอทันสังเกตเห็น เขาเอื้อมมือไปหยิบหมวกนิรภัยสีเหลืองบนโต๊ะทำงานสนามมาสวมลงบนศีรษะของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ มือหนาจัดสายรัดคางให้กระชับด้วยความทะมัดทะแมง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้ชิดกันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ
บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะหยุดนิ่ง อุณหภูมิในห้องโถงเก่าๆ ดูจะสูงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ธีร์ชะงักมือค้างไว้ครู่หนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาส่งประกายระยิบระยับของเธอ หัวใจในอกเต้นกระหน่ำจนน่ากลัว เขาเป็นฝ่ายรีบชักมือกลับแล้วกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
"เอ่อ... ใส่ซะ ปลอดภัยไว้ก่อน ทีมงานของเราจะได้ไม่ต้องมารush ส่งคุณไปโรงพยาบาล" ธีร์พูดเสียงห้วนเพื่อซ่อนความเขินอายที่เริ่มลามเลียไปถึงใบหู
รินเม้มริมฝีปาก หัวใจเต้นรัวผิดจังหวะอย่างไม่รู้ตัว เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำแซวเขาคืนสักประโยค แต่ทว่า...
*ตึง! โครม!*
เสียงโลหะหนักหน่วงกระแทกเข้ากับประตูเหล็กด้านหน้าเซฟเฮาส์ดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาด้านในอย่างรีบร้อน พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลที่ฟังไม่ได้ศัพท์
ทั้งคู่หันขวับไปมองทางประตูทางเข้าพร้อมกันทันที ร่างของลูกน้องคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องโถงด้วยความตกใจสุดขีด
"คุณธีร์! คุณริน! แย่แล้วครับ! มีคนสะกดรอยตามเรามา..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปกับตัวละครทุกท่านนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 5
รอยร้าวบนผนัง
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!