เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ขอคุม แต่ทำไมคุณหนูตัวแสบถึงชอบมาป่วน•ตอนที่ 16

มิตรภาพที่เติบโต

ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
“หมอบลง!” เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของคินดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงโปรดพุ่งเข้ากระโจนใส่ร่างบางของรินรดาอย่างไม่ลังเล แรงกระแทกพาพวกเขาทั้งคู่กลิ้งหลบไปตามพื้นหินขรุขระของถ้ำโบราณ เสี้ยววินาทีต่อมา ลำแสงสีทองเจิดจ้าดั่งอัสนีบาตก็พุ่งแหวกอากาศผ่านจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ไปกระแทกเข้ากับผนังด้านหลังอย่างรุนแรง เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเศษหินแหลมคมที่ร่วงกราวลงมาดั่งห่าฝน พลังทำลายล้างนั้นสูงเกินกว่าที่เกราะระดับสูงทั่วไปจะรับไหว อากาศรอบตัวร้อนระอุราวกับเตาหลอมหลอมโลหะ คินขบกรามแน่นขณะใช้ลำตัวของตนเองกำบังเศษหินที่กระเด็นเข้าใส่ ระบบแจ้งเตือนค่าความทนทานของชุดเกราะสีดำสนิทของเขาขึ้นเตือนสีแดงกระพริบถี่รัว—*คำเตือน: ความทนทานลดลงเหลือ 12%* “นาย... นายเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เสียงหอบหายใจของรินรดาเอ่ยถามขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเล็กๆ ที่สวมถุงมือเวทมนตร์เอื้อมมาแตะแขนเสื้อของเขาอย่างสั่นเทา นี่ไม่ใช่ความรู้สึกตื่นเต้นจากการเล่นเกมแก้เบื่อแบบที่เธอคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว ความตายในดินแดน VRMMO นี้แม้จะไม่พรากชีวิตจริง แต่ความเจ็บปวดและแรงกดดันทางจิตวิทยาที่จำลองขึ้นมานั้นสมจริงเสียจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก คินยันตัวลุกขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบยังคงจับจ้องไปยังร่างมหึมาของบอสลับแห่งบรรพกาลที่กำลังคำรามก้องด้วยความหงุดหงิดที่การโจมตีเมื่อครู่พลาดเป้า เขาปัดฝุ่นตามไหล่เบาๆ ก่อนจะหันมามองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่อนลงเล็กน้อย “ผมไม่เป็นไรครับ... แต่คุณหนูนี่แหละ ถ้าหลบช้าไปอีกเสี้ยววินาทีเดียว ปาร์ตี้ของเราคงต้องเริ่มเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ใหม่ตั้งแต่ชั้นแรกแน่ๆ” น้ำเสียงของชายหนุ่มราบเรียบแต่มั่นคง มันเป็นโทนเสียงที่ช่วยดึงสติของหญิงสาวให้กลับคืนมาจากขอบเหวแห่งความหวาดกลัว รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจที่ตนเองเกือบกลายเป็นตัวถ่วง “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเกะกะสักหน่อย... ก็ไอ้เจ้าแสงบ้านั่นมันเร็วเกินกว่าจะคาดเดานี่คะ!” เธอเผลอใช้สรรพนามและน้ำเสียงเอาแต่ใจตามความคุ้นเคย แต่เมื่อเห็นสายตาเชิงตำหนิปนเอ็นดูเล็กน้อยของคิน เธอก็รีบเปลี่ยนคำพูด “เอ่อ... หมายถึง ฉันระวังตัวไม่ดีเองค่ะ” คินไม่ได้เอ่ยปากต่อว่าอะไร เขาเพียงแต่พยักหน้ารับเบาๆ สมองส่วนลึกทำงานอย่างรวดเร็วด้วยตรรกะระดับโปรเพลเยอร์ รูปแบบการโจมตี (Pattern) ของบอสตัวนี้ถูกบันทึกและประมวลผลลงในความทรงจำเรียบร้อยแล้ว ระยะเวลาคูล다운ของการปล่อยลำแสงสีทองคือสี่สิบห้าวินาที และจุดอ่อนของมันซ่อนอยู่บริเวณรอยต่อของเกราะอัคคีตรงหน้าอก “ถอยไปอยู่แนวหลัง ยาฟื้นฟูมานาของคุณเหลือเท่าไหร่?” คินเอ่ยถามขณะดึงดาบเล่มยาวออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบกันดังคมกริบ “สามขวด... น่าจะพอสนับสนุนนายได้อีกสักพัก” รินรดาตอบเสียงอ้อมแอ้ม ความมั่นใจที่เคยมีล้นเหลือยามอยู่ในโลกจริงมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเชื่อใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอกอย่างเงียบเชียบ เธอยืนมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แผ่นหลังที่ในยามวิกฤตกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด การต่อสู้ดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดและกินเวลานานกว่ายี่สิบนาทีเต็ม ด้วยการประสานงานอย่างไร้ที่ติระหว่างการวางแผนคำนวณทุกย่างก้าวของคิน และเวทมนตร์สนับสนุนจังหวะสุดท้ายของรินรดา ในที่สุดร่างมหึมาของบอสลับแห่งบรรพกาลก็ทรุดฮวบลงคุกเข่า ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองระยิบระยับ ทิ้งไอเทมหายากจำนวนมากกองไว้บนพื้น แต่แทนที่จะรีบพุ่งเข้าไปเก็บของดรอป คินกลับทรุดตัวลงนั่งพักพิงกับผนังถ้ำ ลมหายใจของเขาหอบถี่เล็กน้อย บ่งบอกถึงพลังงานที่ถูกใช้ไปจนเกือบหมดขีดจำกัด รินรดารีบวิ่งเข้าไปหา หยิบขวดน้ำยาและผ้าสะอาดออกมาจากกระเป๋าไอเทมอย่างไร้ความลังเลของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ “นั่งนิ่งๆ สิยะ นายสะบักสะบอมไปหมดแล้วนะ” เธอบ่นพึมพำด้วยความที่เป็นห่วงแต่ปากก็ยังคงแข็งกระด้างตามนิสัย มือเรียวบางจัดการใช้ผ้าชุบน้ำเวทมนตร์เช็ดคราบเขม่าสีดำและรอยแผลตามใบหน้าและแขนของชายหนุ่มอย่างเบามือที่สุด คินเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เขา แสงเรืองรองจากคริสตัลในถ้ำสะท้อนลงบนใบหน้าเนียนละเอียดที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยความเย่อหยิ่งของคุณหนูตระกูลดังหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่จริงใจซึ่งซ่อนอยู่ใต้ท่าทีงุ่มง่าม “ไม่คิดว่าคุณหนูรินรดาจะทำแผลให้คนอื่นเป็นด้วยนะครับ นึกว่าชีวิตนี้คงเคยแต่ใช้ให้คนอื่นบริการเสียอีก” คินเอ่ยแซ,เบาๆ เพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มเงียบงัน รินรดาชะงักมือที่กำลังพันแผลให้เขาเล็กน้อย เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ แววตาไหววับสะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าเดิม “โลกข้างนอก... ทุกอย่างมันถูกจัดเตรียมไว้ให้ฉันหมดจนน่าเบื่อค่ะคิน อยากได้อะไรก็ได้ อยากทำอะไรก็มีคนคอยอำนวยความสะดวกให้ตลอดเวลา แต่มันเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้... ไม่มีตรงไหนที่เป็นตัวของฉันจริงๆ เลยสักนิด” น้ำเสียงของเธอดร็อปงลงเล็กน้อย เจือความเปราะบางที่หาได้ยากยิ่ง คินรับฟังด้วยความตั้งใจ ไม่มีการแทรกแซงหรือสั่งสอน มีเพียงสายตาที่พร้อมจะเป็นผู้รับฟังที่ดีเสมอ “แต่ที่นี่... ในเกมนี้...” รินรดาก้มมองมือตัวเองที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ “ถึงแม้จะเจ็บ ถึงแม้จะเหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่นี่คือสิ่งที่ฉันเลือกด้วยตัวเอง... และที่สำคัญที่สุด ฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว” ประโยคสุดท้ายถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว แต่กลับก้องกังวานชัดเจนในความรู้สึกของคนฟัง คินอมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งซึ่งมักจะปรากฏขึ้นเฉพาะยามที่เขายอมรับใครสักคนเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว “คุณโตขึ้นมากจริงๆ ครับ รินรดา” คินเอ่ยเรียกชื่อจริงของเธอเป็นครั้งแรกโดยไม่มีคำนำหน้าอย่างเป็นทางการ น้ำเสียงนั้นอบอุ่นและให้เกียรติอย่างยิ่งยวด “การเดินทางครั้งนี้... บางทีมันอาจจะมีความหมายมากกว่าแค่การเล่นเกมแก้เบื่อแล้วก็ได้นะครับ” รินรดาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอาย เธอรีบดึงมือกลับแล้วหันไปหยิบดาบเล่มโปรดของคินที่ได้รับความเสียหายจากการต่อสู้ขึ้นมาถือแก้เก้อ “อะ... ใครบอกล่ะ ฉันก็แค่เบื่อแค่นั้นแหละ! ว่าแต่ดาบนี่พังยับเยินขนาดนี้ นายจะซ่อมมันยังไงห๊ะ เซียนเกมอย่างนายคงมีวิธีสินะ” คินหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทีกลบเกลื่อนนั้น เขารับดาบเล่มนั้นกลับมาพิจารณาอย่างละเอียดด้วยสายตานักวิเคราะห์ “การซ่อมไอเทมระดับตำนานชิ้นนี้ ไม่ใช่แค่การใช้หินลับมีดทั่วไปหรอกครับ...” คินเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาส่องประกายความท้าทายครั้งใหม่ “เราต้องใช้วัตถุดิบพิเศษที่ซ่อนอยู่ชั้นลึกที่สุดของดันเจี้ยนถัดไป และที่สำคัญที่สุด... มันต้องใช้ ‘จิตวิญญาณ’ ของผู้สร้างและผู้ร่วมรบในการประสานรอยร้าว” รินรดากะพริบตาปริบๆ ความสนใจถูกดึงดูดกลับมาที่ภารกิจตรงหน้าทันที “จิตวิญญาณอะไรของนายอีกเนี่ย อย่ามาอำกันนะ!” “ผมไม่เคยล้อเล่นในเรื่องสำคัญครับ” คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยื่นมือออกไปเบื้องหน้าเพื่อฉุดรั้งคู่หูสาวให้ลุกขึ้นตามกัน “ถ้าพร้อมแล้ว... เราไปหาวัตถุดิบชิ้นนั้นกันเถอะครับ” รินรดามองมือหนานั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมือเรียวเล็กของเธอลงบนฝ่ามือของเขาอย่างมั่นใจ แรงกระชับที่อบอุ่นส่งผ่านความรู้สึกเชื่อใจซึ่งกันและกันอย่างเต็มเปี่ยม ทว่า ในวินาทีที่มือของทั้งคู่สัมผัสกันสนิท เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของเซิร์ฟเวอร์ก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศอันอบอุ่น เสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบและไร้ชีวิตชีวาต่างจากบรรยากาศรอบตัวโดยสิ้นเชิง *[ประกาศจากระบบหลัก: ตรวจพบผู้เล่นปริศนา 3 คน กำลังรุกล้ำเข้าสู่เขตหวงห้ามระดับสูงสุด ‘ห้องโถงแห่งราชันย์มังกร’ — เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: ปลดล็อกดันเจี้ยนลับอัตโนมัติ และสิทธิ์การครอบครองเซิร์ฟเวอร์จะถูกรีเซ็ตในอีก 10 นาทีข้างหน้า]* ดวงตาของคินหรี่แคบลงทันทีเมื่ออ่านข้อความบนหน้าต่างระบบ ความสงบเยือกเย็นกลับมาแทนที่ความผ่อนคลายเมื่อครู่ ร่างกายตื่นตัวพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่คาดคิด “ดูเหมือนว่า... เราจะไม่ได้รับอนุญาตให้พักผ่อนนานอย่างที่คิดแล้วล่ะครับ” คินกระซิบเสียงต่ำ พลางกระชับดาบในมือแน่นขึ้น *ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ*
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ขอคุม แต่ทำไมคุณหนูตัวแสบถึงชอบมาป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%