เสียงฝีเท้าคู่โตรemจังหวะหนักแน่นบนบันไดหนีไฟหยุดกะทันหันที่ชานพักหน้าห้อง
ธันวาไม่ขยับเขยื้อน ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาเข้มยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงนีออนสีแดงจากป้ายโฆษณาตึกตรงข้ามกะพริบสาดส่องเข้ามาเป็นจังหวะ ราวกับสัญญาณชีพจรของเมืองใหญ่ที่กำลังเต้นระรัวอย่างกระวนกระวาย ในมือขวาของเขา ปากกาโลหะด้ามโปรดถูกกำไว้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ขณะที่สายตาคมกริบมองไปยังบานประตูไม้เนื้อแข็งที่ถูกล็อคกลอนไว้อย่างแน่นหนา
รินหมอบตัวต่ำอยู่หลังโซฟาหนังสีเข้ม ลมหายใจของเธอผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอแต่ว่องไว มือเรียวบางเลื่อนไปหยิบแฟลชไดรฟ์พลาสติกสีดำขนาดเล็กขึ้นมาจากพื้น—มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่พวกเขานั่งเสี่ยงตายถอดรหัสออกมาได้ก่อนที่ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดจะดับวูบลง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะสามครั้งติดต่อกันอย่างใจเย็น ดังทะลุบานประตูเข้ามา ไม่มีความเร่งรีบ ไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความมั่นใจของผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น
"คุณว่ามันมาตามเอกสาร หรือมาตามเรา?" เสียงกระซิบของรินลอดผ่านความมืดมาเบาหวิว ดวงตาคมดุสะท้อนแสงไฟนีออนระยิบระยับด้วยความท้าทายมากกว่าความกลัว
"ถ้ามันมาตามเอกสาร ประตูนี้คงถูกพังเข้ามาตั้งแต่สามนาทีแรกแล้วครับ" ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาเย็นชาฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง "แต่ถ้ามันมาตามเรา... แสดงว่าพวกมันรู้ว่าเรากำลังขุดคุ้ยลงไปลึกกว่าที่โครงสร้างเหล็กใต้ตึกนี้จะรับไหว"
แอด...
เสียงบานพับประตูส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ กลอนประตูไม่ได้ถูกงัด แต่มันถูกไขเปิดออกด้วย "กุญแจสำรอง" ที่มีเพียงไม่กี่คนในบริษัทนี้เท่านั้นที่ครอบครอง
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีดำก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชเชียบ กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของค่ำคืนและกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยปะปนเข้ามาในอากาศ ธันวายังคงยืนนิ่งอยู่ในมุมอับสายตา ขณะที่รินเตรียมพร้อมที่จะพุ่งตัวออกไปทางระเบียงด้านนอกหากสถานการณ์เลวร้ายลง
"คุณธันวาครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าขนลุก "ดึกดื่นปานนี้ ทำไมสถาปัตยกรรมระดับแนวหน้าถึงยังมานั่งตรวจแบบแปลนในที่มืดล่ะครับ หรือว่าโครงสร้างที่คุณออกแบบไว้ มันมีรอยร้าวที่คุณพยายามจะซ่อนมันไม่ให้ใครเห็น?"
ผู้มาเยือนก้าวเข้ามาในเขตแสงไฟนีออน เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยและรอยยิ้มมุมปากที่ไร้ความอบอุ่น—นั่นคือ "คมกฤช" หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล ชายผู้ไม่เคยลงมือด้วยตัวเอง แต่ทุกรอยลายเซ็นของเขาสามารถทำให้ตึกสูงระฟ้าถล่มลงมาทับชีวิตคนได้ในชั่วข้ามคืน
ธันวาก้าวเท้าออกจากความมืด ช้าๆ ทว่ามั่นคง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกผู้กุมความลับ "รอยร้าวจะน่ากลัวก็ต่อเมื่อเราไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนครับ คุณคมกฤช... แต่ถ้าเราจงใจออกแบบให้มันรับน้ำหนักได้เฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่ม นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง"
คมกฤชหันมาสบตาธันวา ดวงตาทั้งคู่ต่างคมกริบและเต็มไปด้วยชั้นเชิง ไม่มีใครยอมหลบตาใคร บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับผนังคอนกรีตกำลังบีบตัวเข้าหากัน
"คุณฉลาดเกินไป ธันวา... และความฉลาดมักเป็นภัยต่อความมั่นคงของฐานรากเสมอ" คมกฤชเอ่ยเสียงเย็น พร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาเคาะกับกล่องเบาๆ "เอกสารที่คุณพยายามกู้คืนเมื่อสัปดาห์ก่อน มันไม่ได้เป็นแค่กระดาษแผ่นเดียว แต่มันคือคานรับน้ำหนักของโปรเจกต์หมื่นล้าน ถ้าคานนั้นหัก ทุกคนที่ยืนอยู่บนตึกนี้... รวมถึงคุณ จะร่วงลงไปตายหมด"
"รวมถึงชื่อ 'ผู้ถือหุ้นตัวจริง' ที่ซ่อนอยู่หลังบริษัทนอมินีพวกนั้นด้วยใช่ไหมครับ?" ธันวาย้อนถามเสียงเฉียบขาด น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนทำให้อากัปกิริยาของคมกฤชชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที
นั่นคือจุดอ่อน... รอยร้าวเล็กๆ ที่ธันวาจงใจใช้คำพูดเจาะลึกเข้าไป
คมกฤชหุบยิ้มลง แววตาเปลี่ยนเป็นดุดัน "คุณคิดว่าคุณรู้มากแค่ไหนแล้ว ธันวา?"
"มากพอที่จะรู้ว่า ตึกที่เรากำลังยืนอยู่ไม่ได้สร้างขึ้นด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก..." ธันวาเว้นจังหวะ สายตาสอดประสานกับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท "แต่มันสร้างขึ้นด้วยกระดูกของคนที่ขวางทางพวกคุณต่างหาก"
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด รินที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ด้านหลังโซฟา ก็อาศัยจังหวะที่คมกฤชไขว้เขว เอื้อมมือไปกดเปิดสวิตช์สำรองฉุกเฉินที่แผงควบคุมผนังห้อง
พรึบ!
แสงไฟสีขาวนวลจากระบบสำรองส่องสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้องในทันที เผยให้เห็นภาพที่ไม่คาดฝัน—บนหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่เชื่อมต่อกับระบบเซิร์ฟเวอร์หลักซึ่งรินเพิ่งกู้ข้อมูลเสร็จสิ้น ปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของโครงการตึกระฟ้าแห่งนี้ ตัวหนังสือดิจิทัลสีแดงฉานเด่นชัดเจนอยู่กลางจอ
ชื่อนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นชื่อของ "คมกฤช" เองที่ถือหุ้นผ่านบริษัทต่างประเทศถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ และบรรทัดถัดมาคือลายเซ็นอนุมัติงบประมาณการก่อสร้างโครงสร้างฐานรากที่ถูกลดสเปกวัสดุอย่างจงใจ เพื่อโยกย้ายเม็ดเงินนับพันล้านเข้าบัญชีลับ
คมกฤชหน้าถอดสี รอยยิ้มเยือกเย็นหายวับไปจากใบหน้า มือที่ถือบุหรี่สั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะปล่อยมันร่วงลงพื้น
รินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชูแฟลชไดรฟ์ในมือขึ้นระดับสายตา รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏบนใบหน้าคมคาย "จบเกมแล้วครับ คุณคมกฤช... หลักฐานชิ้นนี้ถูกส่งต่อไปยังกองบรรณาธิการข่าวและเครือข่ายสืบสวนอิสระเรียบร้อยแล้ว ในอีกสามวินาทีข้างหน้า ข้อมูลนี้จะกระจายไปทั่วสารทิศ"
คมกฤชหันขวับมามองรินด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในอย่างรวดเร็ว
"ระวัง!" ธันวาตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าชาร์จร่างของคมกฤชทันที แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกระแทกกับชั้นวางหนังสือ เสียงแฟ้มเอกสารร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้น
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ธันวากำลังจะกดแขนของคมกฤชไว้ เสียงปืนเก็บเสียงดัง *ปัง!* ขึ้นหนึ่งนัดจากความมืดที่ระเบียงด้านนอก กระสุนเจาะทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาฝังลงที่ผนังห่างจากศีรษะของรินไปเพียงคืบเดียว!
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจรดต้นคอของธันวาและคมกฤชที่นอนทับกันอยู่บนพื้น
คมกฤชหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันแม้จะตกเป็นรอง "คุณคิดว่าพวกเราถือไพ่เหนือกว่างั้นเหรอ ธันวา... มองออกไปที่ระเบียงสครับ"
ธันวาชะงัก ชำเลืองสายตาไปยังบานกระจกที่แตกละเอียด เงาดำนับสิบชีวิตกำลังยืนเรียงรายอยู่บนระเบียงชั้นสี่ของตึก พร้อมกับลำแสงเลเซอร์สีแดงนับสเปกตรัมที่กำลังเล็งตรงมายังหน้าอกของเขาและรินจากตึกฝั่งตรงข้าม
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านความมืดของเมืองใหญ่ไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 11
ความลับใต้ฐานราก
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!