กลิ่นไอฟายน้ำในห้องเครื่องปรับอากาศระดับศูนย์กลางสำนักงานใหญ่ส่งเสียงฮัมเบาๆ ราวกับเสียงหายใจของเครื่องจักรกลขนาดยักษ์ที่ไม่มีวันหลับใหล บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้ม ไพ่ทาโรต์สำรับเก่าถูกวางคว่ำเรียงราย ไม่ใช่เพื่อการทำนายอนาคตตามความงมงาย หากแต่เป็นวิธีการจัดระเบียบความคิดในยามที่ธันวาต้องการคำตอบที่เที่ยงตรงที่สุดจากความน่าจะเป็น
"คุณกำลังเล่นเกมที่ไม่มีทางชนะ ริน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ตัวตนของเขาถูกกลืนหายไปครึ่งหนึ่งในเงาสลัวของโคมไฟตั้งโต๊ะ แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าภายนอก รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดี หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในเขาวงกต
รินยืนกอดอกพิงผนังกระจกใส บรรยากาศรอบตัวเธอตึงเครียดราวกับลวดสลิงที่ถูกดึงจนถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมจ้องมองชายตรงหน้าอย่างไม่ลดละ แม้เสื้อผ้าจะมีรอยยับยู่ยี่จากการวิ่งวุ่นขุดคุ้ยหาข่าวตลอดคืน แต่ออร่าความดื้อรั้นในตัวเธอกลับยิ่งเด่นชัดขึ้นในยามที่หลังชนฝา
"ฉันไม่ได้มาเพื่อเล่นเกม ธันวา" รินเค้นเสียงลอดไรฟัน "เอกสารชุดนี้พิสูจน์ได้ว่าโปรเจกต์ 'เดอะ แกรนด์ เทอร์ราซ' มีการเซ็นอนุมัติทับซ้อนบนพื้นที่เขตป่าสงวน และคุณ... สถาปนิกมือทองของเมืองนี้ คือคนออกแบบผังโครงสร้างที่เอื้อให้เกิดการฮุบที่ดินนั้น"
ธันวาไม่สะดุ้งสะเทือน เขายกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความขมซึมซับบนปลายลิ้น ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยความนุ่มนวลที่ชวนให้อึดอัด "คุณเป็นนักข่าวที่ดี ริน ขยัน ค้นเก่ง และมีความยุติธรรมเต็มเปี่ยม... น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านี้กินไม่ได้"
"คุณกำลังดูถูกอุดมการณ์ของฉัน"
"ผมไม่ได้ดูถูก ผมแค่มองโลกตามความเป็นจริง" ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟตกกระทบสันจมูกคมสันและดวงตาที่ยากจะคาดเดา "โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความถูกต้อง แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และสถาปัตยกรรมแห่งความเงียบ เอกสารในมือคุณตอนนี้... ถ้าออกสู่สาธารณะ สิ่งที่จะพังทลายไม่ใช่แค่บริษัทผม แต่หมายถึงชีวิตของคนอีกนับร้อยที่ฝากอนาคตไว้กับโปรเจกต์นี้ รวมถึง... แหล่งข่าวของคุณด้วย"
รินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาไหววับอย่างปิดไม่มิด "คุณหมายความว่ายังไง"
ธันวาหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลอีกแฟ้มขึ้นมาเลื่อนส่งให้เธอ "สารวัตรภาคภูมิ... นายตำรวจผู้เคยถือความยุติธรรมเต็มอกคนนั้น กำลังรอเวลาเกษียณอย่างสุขสบายในบ้านพักตากอากาศที่เขาคีรี คุณคิดว่าเงินสร้างบ้านหลังนั้นมาจากไหนล่ะ? จากหยาดเหงื่อของเขาเองงั้นหรือ"
รินคว้าแฟ้มนั้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว กระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าถูกพลิกผ่านด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย หลักฐานเส้นทางการเงิน ใบโอนเงินเข้าบัญชีลับ และชื่อผู้รับผลประโยชน์... ทุกอย่างปรากฏชัดเจนจนความมั่นใจในแววตาของเธอเริ่มสั่นคลอน โลกสีขาวดำที่เธอเคยเชื่อมั่นกำลังถูกละเลงจนกลายเป็นสีเทาหม่น
"โกหก..." รินพึมพำเสียงเบา
"ความจริงมักจะน่าเกลียดเสมอเมื่อเราถอดหน้ากากมันออก" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปทำให้เขาดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น เขาก้าวเดินช้าๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกับกลิ่นกระดาษและกาแฟ
รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แม้หัวใจจะเต้นรำด้วยความสับสนและความโกรธ แต่เธอก็ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว "แล้วคุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่? เรียกฉันมาที่นี่เพื่อขู่... หรือเพื่อยื่นข้อเสนออะไรบางอย่าง"
ธันวายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด "ฉลาดมาก... ผมไม่อยากให้เอกสารชุดนั้นทำลายทุกอย่างที่ผมสร้างมา และคุณก็คงไม่อยากให้การสืบสวนของคุณต้องจบลงด้วยการเป็นแค่ข่าวไร้เงาที่ไม่มีใครสนใจจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริง"
"พูดมา" รินกดเสียงต่ำ
"เรามาร่วมมือกัน" ธันวาเอ่ยข้อเสนอด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ผมจะช่วยคุณเปิดโปงขบวนการทุจริตทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองระดับสูงและกลุ่มทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับสารวัตรภาคภูมิที่คุณตามหา... แลกกับการที่โปรเจกต์ของผมต้องเดินหน้าต่อโดยไม่มีอุปสรรคจากคุณ"
รินจ้องมองเขาอย่างพิจารณา สมองส่วนหนึ่งร้องเตือนว่านี่คือการเดินเข้าถ้ำเสือ แต่วิญญาณนักข่าวในตัวกลับกระหายใคร่รู้ในเหยื่อชิ้นใหญ่ที่ล่ออยู่ตรงหน้า "ฉันจะเชื่อใจคุณได้ยังไงว่าคุณจะไม่ตลบหลังฉันทีหลัง"
"คุณไม่มีทางเลือกอื่นหรอก ริน" ธันวายื่นมือออกไปตรงหน้า นิ้วเรียวยาววางอยู่ห่างจากมือเธอเพียงแค่เอื้อม "ในเมืองนี้ คนโง่เท่านั้นที่ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความจริงอันบริสุทธิ์ คนฉลาดเขาเลือกใช้ความจริงเป็นเครื่องมือ... และเราสองคน คือมืออาชีพที่ฉลาดพอจะรู้ว่าต้องเล่นไพ่อย่างไรให้ชนะ"
รินมองมือคู่นั้น ความเงียบงันภายในห้องกว้างทำให้เสียงเครื่องปรับอากาศเด่นชัดขึ้น เธอชั่งน้ำหนักระหว่างอุดมการณ์ที่อาจพาเธอไปตายเอาดาบหน้า กับพันธมิตรสีเทาที่ยื่นอำนาจในการต่อรองมาให้ถึงมือ
ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเธอตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้เพื่อจะสัมผัสกับข้อตกลงนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็ทำลายความเงียบขึ้นมา
ธันวาชักมือกลับอย่างรวดเร็ว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอเรืองแสงวาบเผยให้เห็นข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้
ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น ร่างกายของเขาเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ใครส่งอะไรมา?"
ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาไม่ได้มองมาที่เธออีกต่อไป หากแต่มองทะลุกระจกใสออกไปยังลานจอดรถมืดสนิทเบื้องล่างตึกสูง
"ไม่ใช่คนที่คุณควรจะรู้จัก" ธันวาพูดเสียงเรียบ แต่แฝงความร้อนรนที่ปิดไม่มิด "และดูเหมือนว่า... ข้อตกลงของเรา คงต้องเริ่มเร็วกว่าที่คิด"
ปัง! เสียงทุบกระจกจากระเบียงด้านนอกดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเงาสัมผัสปริศนาที่พุ่งผ่านหน้าต่างห้องทำงานชั้นสี่ ก่อนที่หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะจะดับวูบลงพร้อมกันทุกเครื่อง ทิ้งให้ทั้งห้องจมอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบจากตึกตรงข้ามสาดส่องเข้ามา และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังก้าวขึ้นบันไดหนีไฟมาทางนี้ทีละก้าว... ทีละก้าว อย่างใกล้เข้ามาทุกที
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเลนส์สีเทาบทนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 10
ข้อตกลงที่ไม่ได้เขียน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!