เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตเปลือยในโกดังร้างย่านยานนาวา ดังสะท้อนก้องกังวานคล้ายจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระส่ำในอกของคนกำลังจนมุม รินหยุดยืนหอบหายฝืดเคือง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความมืดสลัวของโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิมคือเกราะป้องกันเดียวที่เหลืออยู่ แต่เธอกลับรู้ดีกว่าใคร ว่าในป่าคอนกรีตแห่งนี้ เงาของเธอนั้นยาวและเด่นชัดเกินกว่าจะซ่อนพ้น
ไฟฉายลำแสงสีขาวกราดผ่านช่องว่างของผนังอิฐบล็อกที่พังทลาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
"ออกมาเถอะคุณนักข่าว... ของที่คุณถืออยู่ มันร้อนเกินกว่าจะเก็บไว้คนเดียวนะครับ" เสียงทุ้มต่ำตะโกนก้องผ่านความมืด แฝงรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้สันหลังวาบหวาม
รินกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด มือเรียวที่กำแฟลชไดร์ฟพลาสติกสีดำไว้แน่นสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่อัดอั้น เอกสารในมือชิ้นนี้คือหลักฐานการฮุบที่ดินโครงการฟื้นฟูเมืองมูลค่าหมื่นล้าน ที่แลกมาด้วยชีวิตของแหล่งข่าวคนสนิทของเธอ เธอจะไม่ยอมให้มันหลุดมือเด็ดขาด... แม้จะต้องแลกด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ตาม
ในจังหวะที่แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาใกล้จนแทบจะกระทบปลายรองเท้าของเธอ ประตูเหล็กด้านหลังที่ควรจะถูกล็อกสนิทกลับถูกกระชากเปิดออกอย่างเงียบเชียบ มือใหญ่คู่หนึ่งคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอ ลากตัวเธอหายเข้าไปในความมืดมิดของตรอกแคบอย่างไร้ซุ่มเสียง ก่อนที่แสงไฟฉายจะกวาดผ่านจุดที่เธอยืนอยู่เพียงเสี้ยววินาที
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นจางๆ ของไม้จันทน์ผสมความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในรถยนต์หรู คือสิ่งแรกที่รินสัมผัสได้เมื่อถูกผลักให้นั่งลงบนเบาะหนังแท้
ธันวาปิดประตูรถอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากถนนด้านนอก เขามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องสามัญธรรมดาของการจอดรถซื้อกาแฟ
"คุณมาทำบ้าอะไรที่นี่ ธันวา?" รินหอบหายใจรุนแรง พยายามดึงแขนตัวเองกลับจากการจับกุม แต่น้ำเสียงของเธอยังคงมีความแข็งกร้าวเจืออยู่เต็มเปี่ยม
"ผมมาช่วยชีวิตคุณ... จากความอวดดีของตัวคุณเองครับ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เขาเลื่อนเกียร์ออกรถอย่างนิ่มนวล พาพาหนะคันหรูพุ่งตัวกลืนหายไปกับกระแสการจราจรยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร "ถ้าคุณยังวิ่งหนีด้วยวิธีเดิมๆ อีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า ศพของคุณคงไปนอนอยู่ในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับพรุ่งนี้แล้วล่ะครับ"
"ฉันไม่ต้องให้คุณมาสงสาร" รินหันขวับมาจ้องหน้าเขา แววตาดุดันราวกับลูกแมวป่าที่พร้อมจะข่วน "และฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณช่วย"
"ความตายไม่เคยถามหาความสมัครใจหรอกนะครับคุณริน" ธันวาเหลือบมองกระจกหลัง ชำเลืองดูรถกระบะสีดำคันที่สะกดรอยตามมาห่างๆ ด้วยความสุขุม "สิ่งที่พวกมันต้องการไม่ใช่แค่ตัวคุณ แต่คือฮาร์ดดิสก์ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของคุณต่างหาก... และบังเอิญว่า ผมยังไม่อยากให้โปรเจกต์ตึกระฟ้าของบริษัทผมต้องสะดุดลง เพียงเพราะมีนักข่าวหัวรั้นถูกฆ่าตายในเขตก่อสร้างที่ผมดูแล"
คำพูดนั้นบาดลึกและตรงไปตรงมาจนน่าโมโห รินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด
"ที่แท้คุณก็กลัวว่าความลับเรื่องที่คุณรับส่วยจากบริษัทรับเหมาจะพลอยหลุดออกมาด้วยสินะ สถาปนิกมือสะอาดอย่างคุณ ถึงได้ยอมลดตัวมาช่วยโจรไร้บ้านอย่างฉัน"
ธันวาไม่ได้ตอบโต้นัยน์ตาดูถูกนั้นทันที รถยนต์เลี้ยวลดคดเคี้ยวผ่านตรอกซอกซอยที่มืดทึบของย่านเมืองเก่า ก่อนจะมุดเข้าสู่ลานจอดรถใต้ดินของอาคารพาณิชย์ร้างแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขาเอง บรรยากาศภายในเงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของแปลนสถาปัตยกรรมเก่าๆ ที่กองอยู่ตามมุมห้อง
เมื่อดับเครื่องยนต์ ธันวาจึงค่อยๆ หันมาสบตากับเธออย่างจริงจัง ระยะห่างระหว่างกันในพื้นที่แคบทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"คุณมองโลกด้วยเลนส์สีดำและขาวมาตลอดชีวิตคุณริน... คนเลวต้องติดคุก คนดีต้องได้รับความยุติธรรม นั่นคือสิ่งที่โรงเรียนสอนคุณมาสินะครับ" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่นในทุกพยางค์ "แต่ความจริงในเมืองใหญ่แห่งนี้ มันถูกสร้างขึ้นด้วยเฉดสีเทา... ถ้าคุณอยากโค่นคนชั่ว คุณจะใช้ไม้บรรทัดทางจริยธรรมไปวัดไม่ได้หรอกครับ คุณต้องรู้จักเล่นเกมเดียวกับพวกเขา"
"แล้วเกมของคุณคืออะไร? พาฉันมาซ่อนตัวอยู่ในตึกผีสิงนี่เนี่ยนะ?" รินถามเสียงเย้ยหยัน แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สายตาที่นิ่งสงบของชายหนุ่มกำลังสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดในท่ามกลางพายุ
"นี่ไม่ใช่ที่ซ่อนตัว... แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการย้อนรอยต่างหาก" ธันวาเปิดลิ้นชักหน้ารถ หยิบแฟลชไดร์ฟอีกอันหนึ่งขึ้นมาวางไว้บนคอนโซล "ข้อมูลที่คุณมี เป็นแค่เศษเสี้ยวของเค้กชิ้นใหญ่ คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่ผู้รับเหมา... แต่เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทอสังหาฯ ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งบังเอิญว่าเป็นลูกค้าคนสำคัญของผมเอง"
รินชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "หมายความว่า..."
"หมายความว่า ถ้าคุณเอาข้อมูลนี้ไปออกสื่อดื้อๆ พรุ่งนี้เช้า ตัวตนของคุณจะหายไปจากสารบบโดยที่ข่าวของคุณยังไม่ทันตีพิมพ์ด้วยซ้ำครับ" ธันวาขยับแว่นตากรอบบางเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ "แต่ถ้าคุณร่วมมือกับผม เราจะเปลี่ยนข้อมูลชิ้นนี้ ให้กลายเป็นอาวุธที่ทำให้พวกเขาต้องคุกเข่าต่อรองกับเราแทน"
รินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ สมองของนักข่าวสาวประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าธันวาเป็นคนอันตรายและคาดเดาไม่ได้ แต่ในยามนี้ เขากลับเป็นทางรอดเดียวที่ฉลาดพอจะต่อกรกับอำนาจมืดเบื้องหลังได้
"แล้วฉันต้องแลกด้วยอะไร?" รินถามเสียงเรียบ สบตาเขาตรงๆ ไม่มีทีท่าหวาดกลัวอีกต่อไป
"ความเชื่อใจ... และการทำตามแผนของผมทุกอย่าง" ธันวาเอื้อมมือไปเปิดประตูรถฝั่งของเขา ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาคมกลา "คืนนี้คุณต้องอยู่ที่นี่ ห้ามติดต่อใครทั้งสิ้น จนกว่าผมจะกลับมาพร้อมกับกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูห้องทำงานของซีอีโอคนนั้น"
เขาก้าวลงจากรถ ปล่อยให้รินนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดิน ทว่าก่อนที่ประตูรถจะปิดสนิท เสียงทุ้มของเขาก็ลอดเข้ามาอีกครั้ง
"อ้อ... ล็อกประตูจากด้านในด้วยนะครับ เพราะผมไม่แน่ใจว่า คนที่ตามคุณมาเมื่อกี้ จะสะกดรอยเก่งกว่าที่ผมคิดหรือเปล่า"
รินสะดุ้งรีบเอื้อมมือไปกดล็อกประตูรถทันที เสียงเครื่องยนต์ของธันวาค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป ทิ้งให้เธอนั่งอยู่ลำพังในความมืดที่เริ่มกัดกินความรู้สึก
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รินนั่งกอดเข่ามองจอโทรศัพท์มือถือที่ไร้สัญญาณ พลางคิดทบทวนคำพูดของชายหนุ่ม ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าฝีหนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากด้านนอกของลานจอดรถ มันไม่ใช่เสียงรถยนต์ แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังที่ย่างกรายเข้ามาอย่างเชื่องช้าและมั่นคง หยุดลงตรงบริเวณหน้ารถคันที่เธอนั่งอยู่พอดี
ไฟฉายลำแสงสีฟ้าเข้มสาดส่องทะลุกระจกหน้ารถเข้ามาอย่างจัง จนรินต้องยกมือขึ้นบังตา
และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว เสียงเคาะกระจกรถสามครั้งดังขึ้น... ก๊อก ก๊อก ก๊อก
พร้อมกับรอยยิ้มของใครบางคนสะท้อนผ่านเงาสลัวที่กระจกฝั่งคนขับ ซึ่งไม่ใช่ธันวาอย่างแน่นอน!
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านมุมมองและเงาของเมืองใหญ่ไป2ตอนนี้นะครับ
สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 12
เกมซ่อนหาในเมืองใหญ่
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!