สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 19

ราคาของความจริง

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกกระทบลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องประชุมชั้นสี่สิบสองดังทึบ มันไม่ใช่เสียงของการวาง แต่เป็นการโยนลงด้วยน้ำหนักที่บ่งบอกถึงความสิ้นหวังและความจำยอมในคราวเดียวกัน "เซ็นชื่อซะ แล้วทุกอย่างในแฟ้มนี้จะกลายเป็นความลับไปตลอดกาล" เสียงทุ้มต่ำของชัยยศ กรรมการผู้จัดการบริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอกด้วยกระจกกันกระสุนสองชั้น เบื้องล่างคือมหานครกรุงเทพฯ ที่กำลังเปิดไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แต่มันกลับดูเยือกเย็นราวกับหลุมศพขนาดใหญ่ในสายตาของธันวา ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนก ดวงตาสีเข้มมองเอกสารสัญญายอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวในคดีโครงสร้างฐานรากอาคารเอ็กซ์โคที่กำลังจะถล่มลงมา หากเขาเซ็นชื่อลงไป อาชีพสถาปนิกแถวหน้าของเขาจะพังทลาย เกียรติยศและชื่อเสียงที่สั่งสมมานับทศวรรษจะมลายหายสิ้น แต่เขาจะรอดคุก และที่สำคัญที่สุด... ข้อมูลลับในมือถือเครื่องเก่าของรินที่ถูกยึดไปจะถูกทำลาย และเธอก็จะได้รับอิสรภาพจากการกัก "คุณคิดว่าชื่อเสียงของผมมีราคาถูกขนาดนั้นเชียวหรือครับ คุณชัยยศ" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยจนเกือบจะเย็นชา "มันไม่ใช่แค่เรื่องชื่อเสียงของคุณหรอก ธันวา" ชัยยศหัวอกสั่นระริกแต่พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบ เดินเข้าไปใกล้กระจกบานใหญ่ "แต่มันคือลมหายใจของผู้หญิงคนนั้น... นักข่าวสาวหัวรั้นที่คุณอุตส่าห์แอบซ่อนเธอไว้หลังฉากไงล่ะ" ภาพของรินผุดขึ้นมาในหัวของธันวา แม้เขาจะพยายามสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาคั่นกลางระหว่างเขากับเธอตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ในฐานะสถาปนิกผู้มองโลกผ่านผลประโยชน์และความอยู่รอด เขากับรินควรเป็นเส้นขนานที่ไม่วันบรรจบกัน เธอกัดไม่ปล่อยเพื่อความยุติธรรม ส่วนเขายอมจำนนต่อระบบเพื่อความอยู่รอด แต่วันนี้... เส้นขนานคู่นั้นกลับบิดงอเข้าหากันอย่างน่าประหลาด เมื่อเขาตระหนักว่าหัวใจของเขาไม่ได้ด้านชาอย่างที่พยายามหลอกตัวเอง โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืด หน้าจอแสดงผลวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์จากโกดังร้างแห่งหนึ่ง รินถูกมัด3ตัวติดอยู่กับเก้าอี้เหล็ก ใบหน้าของเธอมีรอยฟกช้ำและคราบเลือดแห้งกรัง แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงดื้อรั้นและเปล่งประกายความท้าทายไม่เปลี่ยน *“อย่าเซ็นนะ, ธันวา! ไอ้พวกสารเลวพวกนี้มันไม่มีทางปล่อยเราไปหรอก!”* เสียงตะโกนผ่านลำโพงดังแทรกเข้ามา แม้จะแหบแห้งแต่ก็เต็มไปด้วยพลังที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ชัยยศหยิบรีโมทคอนโทรลขึ้นมาปลดล็อกเสียงในวิดีโอ แล้วหันมามองธันวาด้วยรอยยิ้มเยาะ "คุณเลือกเอา ธันวา จะเซ็นเพื่อรักษาอนาคตของคุณเอง... หรือจะปล่อยให้เธอรับกระสุนแทนนโยบายความปลอดภัยจอมปลอมของคุณ" ห้องประชุมแคบลงถนัดตา อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ธันวาจ้องมองปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือของตนเอง นี่คือทางแยกที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีด ถ้าเขาเลือกอาชีพ เขาก็ต้องฆ่าอุดมการณ์ครั้งสุดท้ายในชีวิตทิ้ง และปล่อยให้ผู้หญิงที่ฉลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอต้องสังเวยให้ความเน่าเฟะของระบบ หากเขาเลือกช่วยริน เขาก็ต้องโยนทุกสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิตลงกองไฟ แล้วเดินเข้าสู่สนามรบที่ไม่มีวันชนะ "คุณคิดผิดแล้วล่ะครับ... ที่คิดว่าผมแคร์อาชีพนี้มากกว่าชีวิตใคร" ธันวาเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีไม่ได้มีความเย่อหยิ่ง แต่มันคือรอยยิ้มของนักพนันที่วางเดิมพันด้วยหน้าตักสุดท้าย เขากดปุ่มบันทึกเสียงในนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์สาธารณะโดยตรงทันที พร้อมๆ กับที่ประตูห้องประชุมถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง ร่างของชายในชุดสูทสีดำสามคนล้มกลิ้งเข้ามานอนกองกับพื้น พร้อมกับเงาร่างเพรียวคุ้นตาที่ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา รินยืนหอบหายบนกรอบประตู มือขวาถือฮาร์ดดิสก์ขนาดพกพา เลือดที่มุมปากไม่ได้ทำให้เธอดูอ่อนแอลงเลยแม้แต่น้อย เธอมองหน้าธันวาด้วยสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย มีทั้งความโกรธ ความโล่งใจ และความเข้าใจที่ลึกซึ้งในตัวตนของสถาปนิกหนุ่มผู้นี้ "คุณ... คุณหลุดมาได้ยังไง!" ชัยยศหน้าถอดสี มือที่ถือรีโมทสั่นเทา "เพราะฉันรู้ว่า... สถาปนิกที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณธันวา ไม่มีทางปล่อยให้ผลงานชิ้นเอกของตัวเองต้องพังทลายเพราะคนอื่นหรอกค่ะ" รินยิ้มหยัน พรางเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างธันวา กลิ่นอายของความอันตรายและอุดมการณ์ที่ร้อนระอุหลอมรวมกันในพื้นที่แคบๆ ระหว่างคนทั้งสอง ธันวาไม่ได้ปฏิเสธคำพูดนั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับปกเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น สายตาคมกราบกรานมองชัยยศราวกับมองสิ่งปฏิกูลบนพื้น "คุณพูดถูกครึ่งเดียวนะครับชัยยศ..." ธันวาเอ่ยเสียงนิ่งสนิท ขณะที่มือหนาเอื้อมไปกุมมือที่ถือฮาร์ดดิสก์ของรินไว้แน่น ประสานปลายนิ้วเข้าหากันเพื่อถ่าย0ทอดความมั่นคงที่เธอตามหามาตลอด "...ผมไม่อาจปล่อยให้อาคารที่ผมออกแบบต้องถล่มลงมาทับความจริง และผมก็ยิ่งไม่อาจปล่อยให้ผู้หญิงที่ผมยอมรับว่าเป็น 'ความจริงเพียงหนึ่งเดียว' ในชีวิตต้องตายเพราะคนอย่างคุณเช่นกัน" ในวินาทีที่บรรยากาศในห้องกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของทุกคนในห้องก็ดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย หน้าจอทุกเครื่องปรากฏภาพถ่ายเอกสารลับโครงการทั้งหมดพร้อมพิกัดจีพีเอสที่ถูกกระจายไปยังสำนักข่าวทั่วโลกโดยอัตโนมัติ แต่ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางบันไดหนีไฟด้านนอก... ไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่คนของชัยยศ ประตูกระจกอีกด้านแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายในเงาดำที่ไม่มีใครคาดคิด พร้อมแฟ้มเอกสารคดีเก่าเมื่อสิบปีก่อนที่ธันวาคิดว่ามันถูกฝังกลบไปตลอดกาลแล้ว หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับบทนี้และเตรียมตัวรับมือกับจุดพลิกผันในตอนต่อไปนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%