เสียงรัวนิ้วบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดไร้สายดังเป็นจังหวะกระชั้นชิดในความเงียบงันของห้องทำงานอพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัด แสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟทังสเตนสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของริน ที่ดวงตาคู่คมกำลังจดจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งเต็มไปด้วยผังโครงสร้างทางการเงินที่เชื่อมโยงกันราวกับใยแมงมุม บนหน้าจอไม่ได้ปรากฏแค่ชื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของธันวา แต่ยังมีชื่อของบุคคลระดับท็อปของกระทรวงโยธาธิการ และกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติที่ใช้ตึกระฟ้าของธันวาเป็นเครื่องมือฟอกเงิน
ทว่า สิ่งที่ทำให้รินขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นหว่างคิ้วลึกขึ้น ไม่ใช่ความซับซ้อนของเส้นทางการเงิน หากแต่เป็น "ตัวเลขความสูญหาย" ที่ถูกลบหายไปจากระบบเซิร์ฟเวอร์สำรองเมื่อสามชั่วโมงก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—สั้น หนักแน่น และไร้ซึ่งความลังเล รินชะงักมือที่กำลังจะคลิกเมาส์ มืออีกข้างเลื่อนลงไปใต้ลิ้นชักโต๊ะโดยสัญชาตญาณ สัมผัสโลหะเย็นเฉียบของด้ามปืนพกขนาดเล็กที่เธอพกติดตัวไว้เสมอ เมืองใหญ่แห่งนี้ไม่เคยใจดีกับคนที่รู้มาก และเธอก็รู้ดีว่าคืนนี้ เกมนอกตำราได้ก้าวผ่านเส้นแบ่งระหว่างการขุดคุ้ยกับความเป็นความตายไปแล้ว
"เปิดประตูเถอะครับ ริน... การยืนถือปืนรอรับแขกกลางดึก ไม่ใช่พิธีต้อนรับที่แขกผู้มีเกียรติเขาทำกันหรอกนะ"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังลอดผ่านบานประตูไม้เก่าๆ เข้ามา ธันวา... สถาปนิกผู้ควรจะจมอยู่กับกองแบบแปลนคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำ กลับมายืนอยู่หน้าห้องพักโทรมๆ ของนักข่าวไร้สังกัดในยามวิกาลอย่างไร้ร่องรอยของความเหนื่อยล้า
รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ก่อนจะดึงมือออกจากลิ้นชักแล้วเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาระaระแวดระวังถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองตามสัญชาตญาณ
ประตูกระจายออก ธันวายืนอยู่ตรงนั้นในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ แม้กระดุมเม็ดบนจะถูกปลดออกเล็กน้อยเพื่อความผ่อนคลาย แต่รัศมีของความเยือกเย็นและคำนวณทุกย่างก้าวในสมองของเขายังคงแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน กลิ่นอายของความอับชื้นยามค่ำคืนและกลิ่นบุหรี่ราคาแพงจางๆ ลอยมาปะทะจมูก
"คุณเข้ามาในตึกนี้โดยไม่ให้ รปภ. ทักทายได้ยังไง?" รินถามเสียงเรียบ พรางก้าวถอยหลังเพื่อให้เขาก้าวเข้ามาในห้องแคบๆ
"ผมเป็นคนออกแบบตึกนี้ครับริน ลิฟต์บริการตัวหลังสุดไม่ได้ถูกล็อคระบบเซ็นเซอร์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว... สถาปนิกมักจะเว้นประตูหลังไว้ให้ตัวเองเสมอเวลาที่ประตูหน้าถูกล็อกกุญแจ" ธันวาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องพักที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ตแปะผนังและรูปถ่ายการประชุมลับที่เธอแอบถ่ายมาได้
ธันวาเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานของเธอ ดวงตาสีเข้มมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง "คุณกำลังเล่นกับไฟกองโต และที่แย่กว่านั้น... คุณกำลังใช้ไม้ขีดไฟเปียกๆ พยายามจุดมันในห้องเก็บน้ำมัน"
"หมายความว่าไง?"
"หมายความว่า ตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังโครงการที่คุณกำลังขุดคุ้ย ไม่ได้มีแค่ชื่อในกระดาษแบบที่พวกคุณนักข่าวชอบคิดหรอกครับ" ธันวาถอดเสื้อสูทออกพาดไว้บนพนักเก้าอี้อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเธอระยะประชิด "เมื่อสองชั่วโมงก่อน มีคนส่ง 'คำเตือน' มาหาผมที่สำนักงาน... เป็นรูปถ่ายลูกน้องคนสนิทของผมที่ถูกพบเป็นศพในไซต์งานก่อสร้างโซน 3 พร้อมกับข้อความสั้นๆ ว่า *'หยุดสอดรู้ หรือจะไม่มีใครได้ลงมือก่อสร้างอีก'* "
รินชะงักไปชั่วขณะ ความเย่อหยิ่งในแววตาไหววูบลงเพียงเสี้ยววินาที "พวกมันเริ่มลงมือฆ่าคนปิดปากแล้วงั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่แค่ปิดปากครับริน... แต่มันคือการประกาศสงคราม" ธันวาเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนรินได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนปกเสื้อของเขา "คนที่สั่งเก็บคนของผม ไม่ใช่กลุ่มทุนอสังหาฯ ที่คุณพยายามจะลากตัวมาขึ้นศาล แต่เป็นกลุ่มทุนพลังงานนอกระบบที่หนุนหลังโปรเจกต์นี้อยู่... เงินของพวกเขาไม่ใช่เงินสกุลที่ตรวจสอบได้ผ่านธนาคาร แต่มันคือเงินที่แลกมาด้วยเลือดและสัมปทานสัมผัสไม่ได้"
"แล้วคุณมาทำไมที่นี่? มาบอกให้ฉันเลิกทำข่าวนี้งั้นเหรอ?" รินเชิดหน้าขึ้น ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาความหวาดกลัวหรือความลังเลใต้ท่าทีสุขุมนั้น แต่เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่าที่ลุ่มลึก
"ผมไม่ได้มาขอร้องให้คุณหยุด..." ธันวาเว้นจังหวะ สายตาทอประกายประหลาดที่อ่านไม่ออก "เพราะผมรู้ว่าต่อให้เอาปืนจ่อหัว คุณก็ไม่ยอมหยุดหรอก... นักข่าวไร้สังกัดอย่างคุณไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว นอก1จากความจริง"
"แล้วคุณล่ะ?" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้ยหยัน "สถาปนิกผู้ทรงเกียรติ เจ้าของรางวัลการออกแบบระดับชาติ มีทุกอย่างพร้อมสรรพ... ทำไมถึงยอมเอาตัวเองมาแปดเปื้อนกับโคลนตมพวกนี้? หรือเพราะตึกระฟ้าที่คุณสร้าง มันไม่ได้มีไว้ให้คนอยู่ แต่มันมีไว้เพื่อกลบฝังศพคนกันแน่?"
คำถามนั้นเฉียบคมราวกกับใบมีดที่กรีดลงบนรอยแผลเป็นในอดีต ธันวาไม่หลบตา เขาเพียงแต่ยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของคนที่ยอมรับความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้มานานเกินกว่าจะร้องไห้ฟูมฟาย
"ในโลกใบนี้ริน... ไม่มีใครสะอาดพอที่จะยืนมองตึกสูงๆ โดยไม่เหยียบเศษซากปรักหักพังของคนอื่นหรอกครับ" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "ที่คุณเห็นผมยืนอยู่บนจุดสูงสุด มันไม่ใช่เพราะผมเก่งกาจกว่าใคร... แต่เป็นเพราะผมฉลาดพอที่จะรู้ว่า ตอนไหนควรหลับตาข้างหนึ่ง และตอนไหนควรหยิบมีดขึ้นมาแทงข้างหลังก่อนที่คนอื่นจะแทงเรา"
บทสนทนาหยุดชะงักลงในความเงียบงันที่หนาแน่น บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะห่างเพียงคืบ ความแตกต่างสุดขั้วระหว่างอุดมการณ์ที่ยอมแลกด้วยชีวิตของนักข่าวสาว กับความอยู่รอดที่ยอมแลกด้วยศีลธรรมของสถาปนิกหนุ่ม กลับดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดประหลาดทางจิตวิญญาณอย่างปฏิเสธไม่ได้
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องแตกกระจายดังสนั่น พร้อมกับเงาดำทึบขนาดใหญ่ที่พุ่งทะยานเข้ามาในความมืด รินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานเร็วกว่าความคิด เธอกำลังจะพุ่งไปที่ลิ้นชักเพื่อหยิบปืน แต่ธันวาไว,กว่า เขารวบเอวเธอแล้วกระชากล้มกลิ้งหลบวิถีกระสุนปืนที่เจาะทะลุผนังปูนฉาบจนฝุ่นตลบอบอวล
"หมอบลง!" ธันวาคำสั่งเสียงต่ำ ร่างสูงใหญ่ทาบทับปกป้องเธอไว้ใต้ร่าง เสียงรองเท้าคอมแบตหลายคู่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาตามบันไดหนีไฟด้านนอก เสียงโลหะกระแทกประตูดังโครมครามบ่งบอกว่าพวกมันมาถึงหน้าห้องแล้ว
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง มือของธันวาที่ยันพื้นไว้ใกล้กับกองเอกสารบนโต๊ะบังเอิญปัดโดนแฟ้มเอกสารลับที่ร่วงหล่นลงมา กระดาษแผ่นหนึ่งปลิวหลุดออกมาจากแฟ้ม และสายตาของธันวาเหลือบไปเห็นหัวข้อเอกสารฉบับนั้นที่พิมพ์ด้วยหมึกสีแดงเข้ม
ชื่อโครงการก่อสร้างตึกระฟ้าเฟสใหม่... ลงนามอนุมัติโดยบริษัทของครอบครัวเขาเองเมื่อสิบปีก่อน และลายเซ็นกำกับมุมล่างขวา... ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลายเซ็นของบิดาผู้ล่วงลับของเขา ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับเส้นทางการเงินของกลุ่มทุนที่กำลังไล่ล่าพวกเขาอยู่ในตอนนี้
ธันวาชะงักไป ดวงตาที่เคยเยือกเย็นมาตลอดเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความจริงที่เขาพยายามหลบ ีหนีมาตลอดชีวิตถูกเปิดเผยออกมาในห้องพักแคบๆ แห่งนี้ ผ่านหลักฐานที่นักข่าวสาวคนนี้ขุดคุ้ยพบโดยบังเอิญ
เสียงกระแทกประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับรอยร้าวที่ลามเลียไปทั่วบานไม้...
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับบทนี้และเตรียมตัวรับมือกับจุดพลิกผันในตอนต่อไปนะครับ
- คนมองเมือง
สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 20
เงามืดที่ขยายตัว
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!