เสียงล็อกสลักโลหะดังขึ้นสามครั้งติดกัน—ไม่ใช่เสียงจากประตูหน้าห้องทำงานของธันวา แต่เป็นเสียงคลิกเบาๆ จากลิ้นชักชั้นที่สามของโต๊ะเขียนแบบ ที่ซึ่งเขาจงใจวางแปลนโครงสร้างฉบับจริงไว้เป็นเหยื่อล่อ
ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องเพียงครึ่งซีกของใบหน้า คมสันแต่เย็นชาจนแทบไร้รอยย่นของอารมณ์ ดวงตาสีเข้มมองลอดผ่านความมืดของห้องไปยังร่างระหงที่ยืนแข็งค้างอยู่หน้าตู้เอกสาร มือข้างหนึ่งของรินยังคาอยู่เหนือแฟ้มสีน้ำชาที่ซ่อนรหัสผ่านดิจิทัลของโครงการก่อสร้างตึกระฟ้า
ไม่มีเสียงหายใจหอบถี่ ไม่มีอาการสะดุ้งโหยงอย่างที่คนทำผิดมักแสดงออก รินเป็นมืออาชีพพอที่จะควบคุมสติ แม้ปลายนิ้วที่สัมผัสกับกระดาษจะสั่นไหวเล็กน้อยก็ตาม เธอดึงมือกลับช้าๆ หมุนตัวเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้านิ่งเรียบแต่แววตากลับไหววูบเหมือนผิวน้ำยามถูกโยนก้อนหินลงไป
"คุณเลือกเวลาได้ไม่เลวเลย ริน" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันราวกับอากาศในห้องกำลังถูกสูบออกทีละน้อย "น่าเสียดายที่รสนิยมในการเลือกช่องทางเข้าออกของคุณ มันไร้รสนิยมไปหน่อยสำหรับสถาปนิกอย่างผม"
"ฉันไม่ได้มาเพื่อวิจารณ์รสนิยมของคุณ ธันวา" รินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามกลบเกลื่อนความเพลี่ยงพล้ำด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท "ฉันมาหาคำตอบ... คำตอบที่คุณพยายามหลบเลี่ยงมาตลอดสามสัปดาห์"
ธันวาลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงตัว การก้าวเดินแต่ละก้าวบนพื้นไม้ปาร์เกต์ไร้ซึ่งเสียงสะท้อน ราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในเขาวงกตที่ตนเองเป็นผู้ออกแบบ เขาก้าวเข้าไปหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่ถึงก้าว กลิ่นอายจางๆ ของกาแฟดำและบุหรี่ราคาแพงลอยปะทะจมูก
"คำตอบเกี่ยวกับอะไรครับ? เรื่องเสาเข็มที่รับน้ำหนักไม่ได้มาตรฐาน? หรือเรื่องเงินทอนใต้โต๊ะที่ผมเซ็นอนุมัติ?" ธันวาโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกน "หรือว่าคุณกำลังหาหลักฐานเพื่อจะบอกโลกว่า สถาปนิกมือหนึ่งคนนี้เป็นแค่ฆาตกรสวมสูท?"
รินไม่ถอยหลังหนี เธอยืนหยัดรับแรงกดดันนั้น แม้แผ่นหลังจะชนติดกับตู้เอกสารเหล็กความเย็นเฉียบ "ทั้งสองอย่าง... และมากกว่านั้น ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้แค่รับส่วย ธันวา คุณเป็นคนวางแผนโครงสร้างที่จงใจให้มันมีจุดเปราะบางตั้งแต่วันแรก เพื่อรอเวลาให้มันทรุดตัวลงเมื่อหมดอายุสัญญาประกันภัย"
ดวงตาของธันวาหรี่แคบลง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข หากแต่เป็นความเย้ยหยันในความอวดดีของคนตรงหน้า
"คุณฉลาดมาก ริน น่าเสียดายที่ความฉลาดมักมาพร้อมกับความสะשלน" ธันวายื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงที่ปกเสื้อแจ็กเก็ตของเธอเบาๆ ปัดฝุ่นละอองที่ไม่มีอยู่จริงออกอย่างใจเย็น ท่าทีคุกคามทางจิตวิทยานี้ทำให้ลมหายใจของรินสะดุดไปชั่วขณะ "คุณคิดจริงๆ หรือว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของผมจะปล่อยให้คนนอกเข้ามาเดินเล่นในโซนข้อมูลลับได้ง่ายๆ โดยที่ผมไม่รู้ตัว?"
รินกัดริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตาไปรอบห้องแล้วจึงเข้าใจความจริงอันโหดร้าย—ไม่มีเสียงสัญญาณเตือนภัย ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ เพราะประตูไม่ได้ถูกล็อกตั้งแต่แรก... เธอเดินเข้ามาในกรงที่เปิดประตูรอไว้แล้ว
"คุณจงใจ..." รินเค้นเสียงลอดไรฟัน "คุณจงใจเปิดช่องให้ฉันเข้ามา"
"ผมแค่ให้โอกาสคุณพิสูจน์ตัวเอง ว่านักข่าวผู้รักความยุติธรรมคนนี้ จะกล้าพอที่จะเปิดโปงความจริงด้วยมือตัวเองหรือเปล่า" ธันวาผละมือออก กลับมายืนกอดอกมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "แต่ดูเหมือนว่า คุณจะประเมินเกมนี้ต่ำเกินไป"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินติ๊กๆ ราวกับเสียงนับถอยหลังของระเบียบเวลาที่กำลังจะหมดลง รินรู้ดีว่าตอนนี้เธอพลาดท่าอย่างสมบูรณ์แบบ หลักฐานทั้งหมดที่เธอพยายามขุดคุ้ยอาจไม่มีความหมายอีกต่อไป หากธันวาเลือกที่จะกำจัดเธอทิ้งในฐานะผู้บุกรุกยามวิกาล
แต่ทว่า ในความมืดมิดของมุมห้อง สายตาของรินเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่เสียบคาอยู่ใต้เครื่องพิมพ์ดีดโบราณบนโต๊ะทำงาน มันไม่ใช่แปลนก่อสร้าง แต่เป็นจดหมายลาออกลงวันที่เมื่อวานนี้... พร้อมลายเซ็นของหัวหน้าวิศวกรผู้รับเหมาหลัก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญอีกดอกที่เธอยังตามหา
ธันวาสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวทางสายตาของเธอ รอยยิ้มบนมุมปากของเขาหายวับไป ใบหน้ากลับมาเรียบเฉยและเยือกเย็นดังเดิม เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มข้อมูลบนโต๊ะแล้วปิดมันลงอย่างช้าๆ
"เกมนี้มันยังไม่จบหรอก ธันวา" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามมั่นคง แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัว "ถ้าคุณคิดว่าการจับฉันได้จะทำให้เรื่องนี้เงียบหายไป คุณคิดผิดแล้ว ข้อมูลสำรองถูกส่งไปยังคลาวด์ภายนอกเรียบร้อยแล้ว ทุกวินาทีที่ฉันหายตัวไป..."
ประโยคคำขู่ยังไม่ทันหลุดจากริมฝีปาก เสียงกริ่งหน้าห้องทำงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะ—ไม่ใช่เสียงกริ่งธรรมดา แต่เป็นจังหวะการกดสามครั้งติดกันที่นัดหมายไว้
ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่ความประหลาดใจฉายชัดขึ้นในแววตาของสถาปนิกผู้คุมเกม เขาไม่ได้นัดใครไว้ในยามวิกาลเช่นนี้ และระบบตึกนี้ก็ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกขึ้นมาถึงชั้นบนสุดได้หากไม่ได้รับคีย์การ์ดแม่ข่าย
รินชะงักไป ดวงตาของเธอมองหน้าธันวาเพื่อหาพิรุธ แต่สิ่งที่เธอเห็นในแววตาของเขาไม่ใช่ความยินดี แต่เป็นความระแวงที่ฉายวาบขึ้นอย่างรวดเร็ว
เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากโถงทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของตำรวจ และไม่ใช่เสียงของ รปภ. ตึก
มือของธันวาเอื้อมลงไปหยิบปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงแขนของรินให้หลบมาอยู่หลังเสาคอนกรีตเปลือยโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเงาร่างของชายสามคนในชุดสูทสีเข้มที่ก้าวเข้ามาในความมืด พร้อมอาวุธครบมือ... และคนๆ นั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ที่ถือหุ้นใหญ่ในโครงการตึกระฟ้าของธันวานั่นเอง
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับบทนี้และเตรียมตัวรับมือกับจุดพลิกผันในตอนต่อไปนะครับ
สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 18
จุดเปราะบาง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!