สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 4

กลยุทธ์สถาปนิก

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงคัตเตอร์คมกริบกรีดลงบนกระดาษไขแผ่นหนา เสียงนั้นบาดหูเสียจนรินต้องนิ่วหน้าเล็กน้อย เธอไม่ได้สะดุ้งเพราะเสียงมีด แต่สะดุ้งกับความนิ่งงันของคนที่กำลังลากใบมีดผ่านเส้นแปลนอาคาร ธันวาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแขกยามวิกาลที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาในสำนักงานสถาปนิกของเขา แสงไฟนีออนสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนสันกรามคมคายและเงาที่ทอดทับลงบนโมเดลตึกระฟ้าจำลอง มันคือตึกคอมפล็กซ์มูลค่าหมื่นล้านที่กำลังเป็นข่าวฉาวโฉ่—ตึกที่กำลังจะถล่มลงมาในไม่ช้า หากคำนวณจากแรงเค้นของโครงสร้างที่ถูกลดทอนสเปก "คุณเข้ามาทางไหน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไร้ความตกใจ เจือแววเย้ยหยันเล็กน้อยในน้ำเสียง "ประตูหน้าไม่ได้ล็อก... หรือคุณตั้งใจรอฉันอยู่แล้วกันแน่ ธันวา" รินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียด เธอยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ลงบนแปลนสถาปัตยกรรมของเขา "เอกสารเบิกจ่ายงวดที่สามระบุชัดเจนว่าเหล็กเสริมคานรับน้ำหนักถูกเปลี่ยนสเปกจาก มอก. ชั้นดี เป็นเหล็กเกรดต่ำนำเข้าจากโรงงานโนเนม คุณเซ็นอนุมัติในฐานะหัวหน้าทีมสถาปนิกควบคุมงาน... ปฏิเสธสิ ถ้าคุณกล้า" ธันวาหยุดมือที่กำลังถือคัตเตอร์ เขาค่อยๆ วางมันลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ท่าทีนั้นสงบนิ่งราวกับสายน้ำลึกที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกราดไว้เบื้องล่าง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกราบคู่นั้นไม่มีรอยพิรุธ มีเพียงความเหนื่อยหน่ายที่ถูกเคลือบไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปาก "คุณเป็นนักข่าวที่เก่งนะ ริน ขุดคุ้ยเก่ง เสาะหาเก่ง... แต่คุณมองโลกแคบเกินไป" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามีพลังกดดันมหาศาล "คุณคิดว่าโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ความถูกต้องเหมือนในตำราเรียนมหาวิทยาลัยอย่างนั้นหรือ" "มันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความถูกต้อง... แต่มันก็ไม่ควรพังทลายลงมาทับคนบริสุทธิ์นับร้อยแค่เพราะเงินใต้โต๊ะก้อนเดียว!" รินตบโต๊ะเสียงดัง กัดฟันกรอดด้วยความโกรธขึงที่พุ่งพล่าน "คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ ตึกนั้นถ้ายกเสาเข็มรับน้ำหนักไม่ถึงตามเกณฑ์ มันคือโศกนาฏกรรม!" "แล้วใครบอกคุณล่ะ ว่าตึกนั้นจะรับน้ำหนักไม่ไหว?" ธันวาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายในชุดเชิ้ตพับแขนดูผ่อนคลายสวนทางกับบรรยากาศรอบตัว ชายหนุ่มเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเธอ ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่ "คุณมองเห็นเหล็กพวกนั้นผ่านกระดาษแผ่นนี้... แต่คุณไม่เคยเข้าใจกลศาสตร์โครงสร้างที่แท้จริง" ธันวาหยิบม้วนแปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ขึ้นมา เขากางมันออกทับบนแฟ้มหลักฐานของรินทันที นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนจุดอับของโครงสร้างเสาหลักกลางอาคาร "ดูตรงนี้สิ... จุดที่พวกคุณสงสัยว่าเป็นจุดอ่อนที่สุด" ธันวาชี้ไปยังจุดตัดของโครงสร้าง "ในทางทฤษฎีการก่อสร้าง หากลดสเปกเหล็กตรงจุดนี้ มันจะรับแรงเฉือนได้น้อยลง 30 เปอร์เซ็นต์จริงตามที่คุณสืบมา... แต่นั่นคือการคำนวณแบบสถิตยศาสตร์ดั้งเดิม ที่คนหัวโบราณอย่างวิศวกรคุมงานใช้กัน" รินขมวดคิ้ว เผลอโน้มตัวเข้าไปมองตามสัญชาตญาณนักข่าว "หมายความว่ายังไง?" "หมายความว่า ฉันไม่ได้ลดสเปกเพื่อโกงกินเงินทอนแบบที่พวกคุณเต้าข่าวกันหรอกนะ" ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบา ทว่าทรงพลังจนขนลุก "ฉันคำนวณการกระจายน้ำหนักใหม่ทั้งหมด โดยใช้หลักการถ่ายเทแรงแบบ *Diagrid System* ซ่อนโครงสร้างเหล็กกล้าคาร์บอนสูงไว้ในแกนกลางของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กอีกชั้นหนึ่ง... ต่อให้เหล็กภายนอกที่คุณเจอในเอกสารจะเป็นเกรดต่ำ แต่วิศวกรรมภายในของฉันมันแข็งแกร่งกว่ามาตรฐานถึงสองเท่า" รินเบิกตากว้าง ความคิดในหัวปั่นป่วน เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากแรงดึงดูดประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ถ้าคุณทำแบบนั้นจริง... ทำไมเอกสารเบิกจ่ายถึงยังเป็นเหล็กเกรดต่ำ? ทำไมคุณถึงไม่ใส่สเปกจริงลงไปในแบบตั้งแต่แรก?" "เพราะถ้าฉันใส่สเปกจริงลงไป งบประมาณการก่อสร้างจะทะลุเพดานที่กลุ่มทุนอนุมัติ... และที่สำคัญที่สุด" ธันวาหรี่ตามองเธออย่างรู้ทัน "ถ้าโปร่งใสเกินไป แมลงสาบที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อโครงการนี้ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงนักการเมือง ก็จะไหวตัวทันและสั่งปลดฉันก่อนตึกจะสร้างเสร็จ... ฉันต้องเล่นตามเกมของพวกมัน เพื่อสร้างงานชิ้นเอกชิ้นนี้ให้สำเร็จ" "คุณกำลังบอกว่า... คุณยอมเป็นแพะรับบาปในเอกสาร เพื่อให้ตึกปลอดภัยงั้นเหรอ?" รินทวนคำด้วยความไม่เชื่อหูตัวเอง ศีรษะของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ "ผมไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นคนดี ริน" ธันวายิ้มเยาะ "ผมแค่เป็นสถาปนิกที่รักผลงานของตัวเองมากกว่าชีวิตของไอ้พวกนักการเมืองที่จ้องจะฮุบส่วนต่าง... และหลักฐานที่คุณถืออยู่นั่น ถ้าคุณเอาไปตีแผ่ตอนนี้ สิ่งที่จะพังไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของผม แต่คือโครงการทั้งหมด และความเชื่อมั่นของประชาชนในเมืองนี้ที่จะดิ่งลงเหวทันที" รินกำแฟ้มในมือแน่น ความลังเลฉายชัดขึ้นในแววตา เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยปริศนาคนนี้ สีหน้าของเขาเรียบเฉยจนคาดเดาไม่ออกว่าประโยคไหนคือความจริง ประโยคไหนคือคำลวง "ฉันจะเชื่อคุณได้ยังไง..." รินกัดริมฝีปาก "หลักฐานที่คุณพูดถึง... โครงสร้างเหล็กซ้อนแกนที่คุณว่า มันมีอยู่จริง หรือเป็นแค่คำโกหกคำโตที่คุณกุขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอด?" ธันวาไม่ตอบคำถาม เขาเอื้อมมือไปหยิบรีโมทคอนโทรลบนโต๊ะแล้วกดปุ่มเปิดจอภาพขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังปูนเปลือยเบื้องหลัง แผนผังสามมิติแบบอินเตอร์แอคทีฟของตึกระฟ้าปรากฏขึ้น พร้อมกับภาพเอกสารลับอีกชุดที่ถูกสแกนไว้ "อยากพิสูจน์ไหมล่ะ?" ธันวาหันมามองเธอนิ่ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ตามฉันมา... ลงไปดูที่ชั้นใต้ดินของไซต์งานตอนนี้เลยสิ" รินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินข้อเสนอ ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอกสำนักงาน เสียงฝีเท้านั้นเร่งรีบ และมุ่งตรงมาที่ประตูห้องนี้อย่างไร้ความเกรงใจ ปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงตะโกนห้าวทุ้มจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบ "เปิดประตู! ตำรวจกองปราบ! เรามีหมายศาลเข้าตรวจค้นห้องทำงานและอายัดเอกสารทั้งหมด!" รินหันขวับกลับไปมองธันวาด้วยความตกใจ ดวงตาของเธอบ่งบอกถึงความระแวงที่กลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง ในขณะที่ธันวายังคงยืนนิ่งสนิท สีหน้าของเขาไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแต่เหลือบมองนาฬิกาข้อมือราคาแพง แล้วหันมาสบตาเธอนิ่งด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ดูเหมือนว่า... มีคนไม่อยากให้เราคุยกันให้จบเรื่องนะ ริน" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบ ขณะที่มือข้างหนึ่งเอื้อมไปปลดล็อกลิ้นชักลับใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเลนส์สีเทาบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%