สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 5

ข่าวหน้าหนึ่งที่ไม่ปรากฏ

ผลงานโดย คนมองเมือง
“ไฟล์นั่นไม่ได้หายไปไหนหรอกริน มันแค่ย้ายที่อยู่… ไปอยู่ในที่ที่คุณไม่มีวันเข้าถึงได้” เสียงของ ‘บรรณาธิการใหญ่’ ดังลอดผ่านสายโทรศัพท์ด้วยโทนราบเรียบ หากทว่าแฝงความเย็นเยียบราวกับเข็มฉีดยาที่จ่อคอหอย รินนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานรกเรื้อในมุมมืดของสำนักข่าวอิสระ เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างที่เคยเป็น แต่เธอกลับกำเม้าส์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “คนอย่างคุณไม่น่าจะขัดขวางจรรยาบรรณตัวเองเพียงเพราะเงินหรอกนะครับ… ถ้าไม่ใช่ว่ามันมี ‘บางอย่าง’ ที่มากกว่าตัวเลขในบัญชี” รินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กรีดลึกไปถึงเจตนา “ริน จบเรื่องนี้เสียเถอะ เมืองนี้มันไม่ได้หมุนด้วยความจริง แต่มันหมุนด้วยสิ่งที่คนอยากให้เชื่อ” สัญญาณตัดไปพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องทำงานจนน่าอึดอัด รินวางหูโทรศัพท์ลง สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ดับวูบไปเหมือนถูกรีโมตสั่งการจากระยะไกล ข้อมูลโครงการ ‘เดอะ มิวส์’ – ตึกระฟ้าที่ธันวาเป็นผู้ออกแบบ – หายไปจากเซิร์ฟเวอร์สำรองอย่างไร้ร่องรอย นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่ฝีมือของแฮกเกอร์กระจอกๆ แต่มันคือการ ‘ล้างบาง’ จากคนใน รินลุกขึ้นคว้าเสื้อแจ็คเก็ต เธอรู้ดีว่าในเวลานี้ ตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่ไม่ใช่ห้องกองบรรณาธิการ แต่มันคือการกลับไปหาคนที่ถือพิมพ์เขียวตัวจริง *** ย่านใจกลางกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นเขาวงกตแห่งแสงไฟ ธันวานั่งอยู่ในห้องทำงานบนชั้น 45 ของตึกสำนักงานใหญ่ สถาปนิกหนุ่มจิบวิสกี้ในแก้วคริสตัลพลางมองดูเส้นสายของตึกที่เขาออกแบบผ่านกระจกใสบานยักษ์ เขารู้สึกถึงความสมบูรณ์แบบที่ซ่อนเร้น แต่ในมุมมืดของห้อง เงาของใครบางคนกำลังขยับเขยื้อน “คุณคิดว่าจะเอาข้อมูลชุดนั้นไปถึงมือใครได้อีกเหรอครับ ริน” เสียงของธันวาดังขึ้นโดยที่เขาไม่ได้หันกลับมามองประตู รินก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางมั่นคง แม้ใบหน้าจะดูอ่อนล้าจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งคืน “ฉันไม่ได้ต้องการจะเอาไปให้ใคร แต่ฉันต้องการคำตอบว่าทำไมคุณต้องทำลายมัน” ธันวาหมุนเก้าอี้กลับมา ใบหน้าคมคายภายใต้แสงสลัวดูนิ่งสงบเกินกว่าจะเป็นคนที่เพิ่งเผชิญหน้ากับความล้มละลายทางศีลธรรม “การทำลายไม่ใช่การปิดปาก แต่มันคือการปรับโครงสร้าง ถ้าตึกนี้ถล่มลงมา ไม่ใช่แค่ผมที่ตาย แต่มันจะลากเอาชื่อเสียงของทั้งตึกและคนวางระบบไปลงนรกด้วย คุณกำลังเล่นกับไฟที่เผาได้แม้กระทั่งคนที่ไม่เกี่ยวข้อง” “คนที่ไม่เกี่ยวข้อง?” รินแค่นยิ้ม “คุณกำลังพูดถึงประชาชนที่ต้องอาศัยในตึกที่โครงสร้างเปราะบางน่ะหรือครับ หรือกำลังพูดถึงหุ้นส่วนของคุณที่กำลังจะรวยบนความเสี่ยงของคนอื่น” รินเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา เธอควักแฟลชไดรฟ์สีเงินขึ้นมาวางบนโต๊ะ “ผมรู้ว่าคุณลบข้อมูลจากเน็ตเวิร์ก แต่คุณลืมไปว่าผมเป็น ‘นักข่าวไร้เงา’ สิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดคือการทิ้งร่องรอยไว้ในที่ที่คนอย่างคุณคาดไม่ถึง” ธันวาชะงักไปชั่วครู่ สายตาของเขาจ้องมองแฟลชไดรฟ์นั้นราวกับเป็นระเบิดเวลา เขาไม่ได้กลัวข้อมูลที่รั่วไหล แต่เขากำลังประเมิน ‘ราคา’ ที่ต้องจ่ายในการแลกเปลี่ยนนี้ “คุณอยากรู้อะไรครับริน?” ธันวาเปลี่ยนโหมดเข้าสู่การเจรจา “ถ้าข้อมูลนี้หลุดออกไป คุณจะได้ข่าวหน้าหนึ่ง แต่คุณจะเสียแหล่งข่าวที่ดีที่สุดในชีวิตไป คุณอยากได้ ‘ความจริง’ ที่ไร้ทางออก หรืออยากได้ ‘โอกาส’ ในการเปลี่ยนเมืองนี้ไปกับผม” “ข้อเสนอของคุณมันเหม็นกลิ่นผลประโยชน์จนผมจะอ้วก” รินตอบพลางโน้มตัวลงมาสบตา “คนอย่างคุณมองทุกอย่างเป็นสถาปัตยกรรม แม้แต่ความยุติธรรม คุณก็คงคิดว่ามันสามารถออกแบบใหม่ได้ถ้าฐานรากมันไม่แข็งแรงพอ” “ในเมืองนี้… ฐานรากที่แข็งแรงที่สุดคือผลประโยชน์ครับ” ธันวาขยับตัวเข้าใกล้จนรินสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา “ถ้าคุณปล่อยให้ข้อมูลนี้เผยแพร่ออกไป พรุ่งนี้คุณจะกลายเป็นนักข่าวตกงานที่ไม่มีใครกล้ารับเข้าทำงานอีกเลย แต่ถ้าคุณเก็บมันไว้... เราอาจจะสร้างตึกใหม่ที่ปลอดภัยกว่าเดิมได้จริงๆ” รินนิ่งเงียบ เสียงหัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะที่ขัดแย้งกับตรรกะในหัว ความเป็นมืออาชีพสั่งให้เธอถอยออกมา แต่ความท้าทายในดวงตาของธันวากลับตรึงเธอไว้ ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความบนมือถือของรินก็ดังขึ้น มันไม่ใช่ข้อความจากบรรณาธิการ แต่เป็นข้อความจากเลขหมายที่ไม่มีที่มา *‘เช็คดูแฟลชไดรฟ์ในมือคุณให้ดี ธันวาไม่ใช่คนที่ทำลายข้อมูล… เขาคือคนที่นำข้อมูลไปขายต่อให้คนอีกกลุ่มแล้ว’* รินเบิกตากว้าง เธอเหลือบมองธันวาที่ยังคงนิ่งสงบผิดปกติ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเธอตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งคู่ไม่ใช่ ‘ผู้ล่า’ กับ ‘เหยื่อ’ แต่กำลังถูกเล่นงานจากอำนาจที่เหนือกว่านั้น “คุณไม่ได้ต้องการทำลายข้อมูล” รินกระซิบ “คุณแค่ถ่วงเวลาเพื่อส่งมันต่อให้เจ้าของที่แท้จริง” ธันวายิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือความสมเพชในโชคชะตา “เสียใจด้วยนะริน… ดูเหมือนจะมีคนอื่น ‘ตัดหน้า’ เราทั้งคู่ไปแล้ว” ไฟในห้องดับพรึบลงพร้อมกับการก้าวเข้ามาของเงาร่างสามคนที่ปิดใบหน้ามิดชิดผ่านทางประตูลับที่รินไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน สัมผัสเย็นเฉียบของปลายกระบอกปืนจ่อเข้าที่หลังศีรษะของรินอย่างแผ่วเบา ขณะที่ธันวาเพียงแค่ยืนขึ้น จัดปกเสื้ออย่างใจเย็น “ยินดีต้อนรับสู่ส่วนที่ลึกที่สุดของเมืองนี้ครับ” ธันวากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้ รินกำแฟลชไดรฟ์แน่น ความมืดมิดรอบข้างเริ่มเผยให้เห็นแสงไฟวับแวมจากปลายกระบอกปืนที่จ่อเธออยู่ นี่ไม่ใช่ข่าวหน้าหนึ่ง แต่มันคือก้าวแรกของการหายสาบสูญที่เธอไม่มีวันหวนกลับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเลนส์สีเทาบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%