สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 6

รอยร้าวในพิมพ์เขียว

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมน้ำยาเคมีเร่งตัวจับโครงสร้าง ลอยอวลปะปนกับควันบุหรี่จางๆ ในไซต์งานก่อสร้างชั้นที่สิบแปดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ธันวาเคาะสันนิ้วชี้ลงบนม้วนกระดาษพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้กระดานอัด เสียงนั้นดังทึบสะท้อนกับผนังคอนกรีตเปลือยเปล่าที่ยังไม่ได้ฉาบปูน สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะราคาแพงกำลังจดจ้องตัวเลขพิกัดรับน้ำหนักที่ถูกวงด้วยปากกาหมึกแดง รอยร้าวขนาดเส้นผมสามเส้นที่พาดผ่านเสาหลักต้นที่สี่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบกพร่องทางกายภาพของงานโครงสร้าง แต่มันคือรอยร้าวที่กำลังจะพังทลายชื่อเสียงทั้งหมดที่เขาใช้เวลาค่อนชีวิตสร้างมา "วิศวกรคุมงานบอกว่ามันเป็นแค่การหดตัวตามธรรมชาติของคอนกรีตครับคุณธันวา" เสียงของโฟร์แมนหนุ่มรุ่นน้องดังขึ้นด้วยอาการสั่นเทา มือของอีกฝ่ายเปื้อนคราบฝุ่นปูนและกำลังพยายามเช็ดเหงื่อออกจากขมับอย่างลนลาน ธันวาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขาเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึก, ปล่อยควันสีเทาออกจากริมฝีปากช้าๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ "ธรรมชาติไม่เคยโกหกใคร... แต่คนที่พยายามปิดบังความจริงต่างหากที่กำลังโกหกตัวเอง" ธันวาหมุนปากกาในมือเล่น "คุณบอกว่ามันคือการหดตัว แล้วทำไมรอยร้าวมันถึงขยายตัวกว้างขึ้นสองมิลลิเมตรในเวลาแค่สามวันที่ฝนตกหนักล่ะครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่โล่งกว้าง มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างที่ยังไม่ได้ใส่กระจก ไซต์งานในยามวิกาลเช่นนี้เงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น แต่ก่อนที่ธันวาจะได้ออกคำสั่งเด็ดขาด เสียงฝีเท้าที่กระทบกับพื้นคอนกรีตไม่ไกลนักก็ดึงสติของเขากลับมา รin ก้าวออกมาจากเงาดำของเสาปูนอีกต้น เธอดึงฮู้ดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีเข้มลงพ้นศีรษะ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเคย กล้องดิจิทัลตัวเล็กห้อยอยู่ที่คอ และในมือของเธอมีแฟลชไดร์ฟสีดำสนิทชิ้นหนึ่ง "ธรรมชาติของตึกหลังนี้คงกำลังกระซิบความจริงให้ฉันฟังสินะคะ... อุps, ขอโทษที ฉันติดปากพูดครับ" รินแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่หันมามอง พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาทที่ทำให้ธันวาต้องขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว "คุณเข้ามาในเขตพื้นที่ก่อสร้างอันตรายได้อย่างไร ริน" ธันวาถามเสียงต่ำ พับพิมพ์เขียวเก็บอย่างรวดเร็ว "ความอยากรู้อยากเห็นของนักข่าวไร้สังกัดไม่มีเขตกั้นหรอกค่ะ ธันวา" รินเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานชั่วคราว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เจือจางด้วยกลิ่นฝุ่นเมือง "อีกอย่าง ฉันไม่ได้มาดูแค่รอยร้าวบนเสาต้นนี้ ฉันมาดูว่า... สถาปนิกผู้ไร้ที่ติอย่างคุณ จะเลือกเอาชีวิตคนร้อยชีวิตในตึกนี้ ไปแลกกับตัวเลขในบัญชีลับที่เกาะคายาริอีกกี่หลัก" ธันวาเงยหน้าสบตาเธอ นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชาที่ลึกล้ำราวกับก้นบึงมหาสมุทร เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอในระยะที่อันตราย กลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาผสมกับกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ซ่านออกมา "คุณคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่างจากกระดาษไม่กี่แผ่นในมือคุณงั้นรึ ริน" ธันวาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนผู้ฟังต้องกลั้นหายใจ "โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความยุติธรรม มันขับเคลื่อนด้วยแรงโน้มถ่วง และแรงเหวี่ยงของเงินตรา ถ้าตึกนี้ถล่ม ชื่อผมอาจจะแปดเปื้อน แต่คุณ... จะไม่มีแม้แต่กระดาษสักแผ่นให้เขียนข่าว เพราะคุณจะถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังนี้ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคุณเอง" รินไม่ถอยหนี เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตาเขา รอยยิ้มท้าทายยังคงประดับบนใบหน้า แม้หัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะจากระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป "งั้นเรามาลองดูกันไหมคะ ว่าแรงโน้มถ่วงกับความจริง... อย่างไหนมันจะร่วงลงมาก่อนกัน" รินหยิบแฟลชไดร์ฟขึ้นมาวางกระแทกบนพิมพ์เขียว "นี่คือข้อมูลการสั่งซื้อคอนกรีตเกรดต่ำจากบริษัทในเครือของผู้รับเหมาหลัก ซึ่งเซ็นอนุมัติโดย... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันนี่เอง" ธันวากวาดสายตามองแฟลชไดร์ฟชิ้นนั้น นิ่งงันไปชั่วขณะ สมองของเขากำลังคำนวณหมากทุกตาอย่างรวดเร็ว หากข่าวนี้หลุดออกไป โครงการมูลค่าหลายพันล้านจะพังทลาย และชีวิตของเขาในฐานะสถาปนิกมือหนึ่งจะจบสิ้นทันที แต่ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดถึงขีดสุด จนแทบจะจุดประกายไฟได้ เพียงแค่ปลายทางสายตากระทบกัน... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็แผדเสียงกริ่งทำลายความเงียบขึ้นอย่างกะทันหัน เขาก้มลงมองหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้น พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งเข้ามาในวินาทีเดียวกัน ทำให้มือที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าแฟลชไดร์ฟต้องชะงักค้างกลางอากาศ "เช็คดูข้างล่างสิครับ... พวกเขามาเร็วกว่าที่คุณคิด" เสียงทุ้มแหบพร่าจากปลายสายดังลอดออกมาโดยที่ธันวายังไม่ได้กดรับ และก่อนที่ธันวาจะทันได้หันไปมองทางบันหนีไฟ เงาร่างของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นที่ขอบประตู พร้อมกับเสียงปืนเก็บเสียงที่ดัง "ฟึบ" เบาหวิว ทะลุกระจกหน้าต่างแตกกระจายอย่างไร้เสียงเตือน! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเลนส์สีเทาบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%