สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 14

นักข่าวหน้าตาย

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นไวน์แดงบอร์โดซ์ราคาแพงเคล้ากับกลิ่นควันซิการ์เกรดพรีเมียมลอยวนอยู่ในห้องจัดเลี้ยงชั้นบนสุดของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนผืนน้ำเบื้องล่างจนกลายเป็นระลอกคลื่นสีทองและดำทมิฬ รินในชุดราตรีเกาะอกสีดำสนิท ขับเน้นผิวขาวเนียนและบุคลิกที่เย่อหยิ่งโดยธรรมชาติ ปลายเรียวนิ้วของเธอคีบแก้วแชมเปญทรงสูงไว้หลวมๆ ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองผ่านกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการระดับสูง และนายทุนอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างออกรส ภายนอกเธอกำลังสวมบทบาทเป็น "คุณหญิงพลอยไพลิน" ไฮโซสาวผู้กว้างขวางในแวดวงสังคม แต่เบื้องหลังรอยยิ้มพิมพ์ใจและดวงตาที่พราวระยับนั้น ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเธอตื่นตัวถึงขีดสุด เครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่ซ่อนไว้ใต้โครงชุดกระชับแน่นแนบเนื้อ ทำหน้าที่บันทึกทุกคำพูดที่หลุดรอดออกมาจากปากของ "รัฐมนตรีประจักษ์" ชายผู้มีอิทธิพลซึ่งกำลังเอ่ยปากพาดพิงถึงโครงการอภิมหาโปรเจกต์ที่ส่อเค้าทุจริต "โครงการนี้... ถ้าไม่มีสายตาคมๆ ของสถาปนิกอย่างคุณธันวามาช่วยเคลียร์แบบแปลนให้เรียบร้อยตั้งแต่ต้นน้ำ ป่านนี้งบประมาณคงรั่วไหลจนสภาท้องถิ่นซักฟอกพวกเราเปื่อยไปนานแล้วล่ะครับท่านรัฐมนตรี" น้ำเสียงทุ้มต่ำของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คนหนึ่งดังขึ้น เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนรอบข้าง รินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น "ธันวา" ชื่อที่เธอกำลังพยายามขุดคุ้ยหาความจริงจากห้องใต้ดินเมื่อคืนก่อน กำลังถูกเอ่ยถึงในฐานะกลไกสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของกลุ่มผลประโยชน์สีเทานี้อย่างหน้าตาเฉย รินหันไปส่งยิ้มหวานหยดให้กับชายสูงวัยที่เอ่ยถึงธันวา เธอกลั้วหัวอกเบาๆ อย่างมีจริตจะก้าน ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงรา1กับผู้รู้ลึกในวงใน "ดิฉันนึกว่าคุณธันวาจะเป็นสถาปนิกผู้ทรงอุดมการณ์เสียอีกนะคะ เห็นเขาว่าออกแบบตึกเน้นศิลปะและจิตวิญญาณ... ไม่นึกว่าจะเก่งเรื่องการเคลียร์ทางสะดวกให้ผู้มีอำนาจด้วย" รัฐมนตรีประจักษ์หันมามองหน้าสาวสวยแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาร่วมวงสนทนา แววตาของนักการเมืองเขี้ยวลากดินฉายแววระแวดระวังชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มพึงพอใจเมื่อกวาดตามองเรือนร่างระหงและเครื่องเพชรปลอมที่แนบเนียน "ศิลปะกับผลประโยชน์มันเป็นเหรียญสองด้านครับคุณพลอย... คนเก่งอย่างคุณธันวา เขารู้ดีว่าสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่สุด ไม่ใช่ตึกที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าหรอกครับ แต่เป็นโครงสร้างทางอำนาจที่ออกแบบมาให้ 'รับน้ำหนัก' ของทุกคนได้อย่างลงตัวต่างหาก ใครจ่ายคุ้ม เขาก็ร่างลายเส้นที่ไร้รอยต่อให้... ว่าแต่ คุณพลอยสนใจอยากให้เขาออกแบบอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าล่ะครับ" รินยิ้มรับบางๆ ซ่อนความรังเกียจไว้ภายใต้เปลือกตาที่กระพริบช้าๆ "ดิฉันแค่สงสัยว่า... ลายเส้นที่ไร้รอยต่อนั้น จะทนทานต่อแรงกระแทกจากความจริงได้สักแค่ไหนกันเชียวค่ะ" ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุด้วยคำถามสองแง่สองง่าม โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าคลัตช์ใบเล็กของรินก็สั่นรัวขึ้นมาเบาๆ เธอขอตัวเดินเลี่ยงออกมายังระเบียงด้านนอกที่เงียบสงบ ลมแม่น้ำยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวแก้วที่เย็นเฉียบ เธอกดรับสายโดยไม่ได้มองหน้าจอ "ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่าเล่นกับไฟ..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังลอดเข้ามาในสาย น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยอำนาจครอบงำที่ทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบ รินขมวดคิ้วแน่น หันซ้ายหันขวาก่อนจะเอ่ยสวนกลับทันที "ธันวา? คุณเอาเบอร์ฉันมาจากไหน แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่" "ผมไม่ได้อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณนักหรอกครับริน..." ปลายสายถอนหายใจยาว ราวกับกำลังเอือมระอาเด็กดื้อ "แต่บังเอิญว่าระเบียงที่คุณกำลังยืนอยู่ตรงนั้น มันอยู่ในมุมมองกล้องวงจรปิดของโรงแรมที่ผมถือหุ้นอยู่ และที่สำคัญ... คนที่คุณกำลังเดินไปคุยด้วยเมื่อครู่ กำลังส่งคนตามประกบนักข่าวสาวไร้สังกัดอย่างคุณตั้งแต่คุณก้าวขาเข้างานมาแล้ว" รินหน้าถอดสี ร่างกายเย็นวาบขึ้นมาทันที เธอหันขวับกลับไปมองกระจกใสบานใหญ่ที่กั้นระหว่างเธอกับห้องจัดเลี้ยง รัฐมนตรีประจักษ์ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว แต่การ์ดชุดสูทสีดำสองคนกำลังเดินแหวกฝูงชนตรงมายังประตูกระจกที่เชื่อมกับระเบียงอย่างรวดเร็ว "หนีทางประหนีไฟริมสุดซ้ายมือ ลงไปที่ชั้นจอดรถชั้นใต้ดิน B2 ตรงนั้นจะมีรถสปอร์ตสีเทาจอดรออยู่ ประตูไม่ได้ล็อค... รีบไปซะ ก่อนที่พวกเขาจะรวบตัวคุณไป" ธันวาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไม่มีช่องให้โต้แย้ง "ทำไมฉันต้องเชื่อคุณ! คุณอาจจะเป็นพวกเดียวกับพวกเขา!" รินตวาดใส่โทรศัพท์ด้วยความโกรธปนหวาดระแวง "ถ้าผมเป็นพวกเดียวกับพวกเขา คุณคงนอนคุยกับรากมะม่วงตั้งแต่เมื่อคืนตอนที่ผมเปิดประตูห้องใต้ดินแล้วครับคุณริน... วิ่ง!" สายถูกตัด "ตี๊ด... ตี๊ด..." ดังขึ้นติดต่อกัน รินกัดฟันกรวดด้วยความคับแค้นใจ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับให้เธอกระชากรองเท้าส้นสูงออกโยนทิ้งไว้ข้างกระถางต้นไม้ ก่อนจะวิ่งสุดชีวิตพุ่งตรงไปยังประหนีไฟตามที่ชายหนุ่มบอก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงตะโกนไล่หลังของกลุ่มการ์ด "เฮ้ย! หยุดนะเว้ย นังนั่นแหละที่ปลอมตัวมา!" รินผลักประตูกหนีไฟพุ่งพรวดลงมาทีละสองชั้นสามชั้นด้วยความสะบสะบาก กล้ามเนื้อน่องและข้อเท้าปวดร้าวไปหมด แต่เสียงฝีเท้าเบื้องหลังยังคงไล่กระชั้นชิดเข้ามาทุกที เธอวิ่งทะลุลงมาจนถึงชั้นจอดรถ B2 กลิ่นไอเสียและบรรยากาศอับชื้นตีเข้าจมูก ท่ามกลางความมลทึงของลานจอดรถที่เงียบงัด รินกวาดสายตามองหาเป้าหมาย และเธอก็เห็นมัน... รถสปอร์ตคูเป้สีเทาเข้มรุ่นหายากจอดนิ่งสนิทอยู่ริมเสาต้นที่สิบห้า ไฟหน้ารถกระพริบต้อนรับสองครั้งทันทีที่เธอวิ่งเข้าไปใกล้ รินไม่รอช้า เธอพุ่งตัวไปกระชากประตูด้านคนขับซึ่งปลดล็อคไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วทิ้งตัวลงนั่งหอบหายใจโยนตัวสั่นเทา ประตูกระจกถูกปิดล็อคแน่นหนาจากภายในทันทีที่เธอดึงมันเข้ามา เธอนั่งหอบแฮกอยู่เบาะคู่ใจ สายตาตื่นตระหนกมองกระจกมองข้าง เห็นกลุ่มการ์ดวิ่งตามลงมาถึงลานจอดรถและกำลังสาดส่องไฟฉายหากันระนาว รินหันกลับมามองด้านหน้าเพื่อจะสตาร์ทรถหนี แต่ทว่า... บนเบาะนั่งข้างคนขับ มีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มวางอยู่หนึ่งแฟ้ม พร้อมกับรอยลิปสติกสีแดงสดที่เขียนข้อความด้วยลายมือหวัดๆ บนกระจกหน้ารถด้านใน *<เปิดดูเอกสารหน้าสิบสอง แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมผมถึงเกลียดรัฐมนตรีคนนี้มากกว่าที่คุณเกลียด>* รินมือสั่นเทา เธอเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดด้วยความอยากรู้อยากเห็น ท่ามกลางความมืดมลของลานจอดรถ สายตาของเธอสะดุดเข้ากับชื่อแปลนก่อสร้างและรายชื่อผู้รับผลประโยชน์ในหน้าสิบสองอย่างจัง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าลายเซ็นต์อนุมัติโครงการพันล้านนั้น... ไม่ใช่ลายมือของรัฐมนตรีประจักษ์ แต่มันคือลายมือของคนที่นั่งสั่งการเธออยู่ปลายสายเมื่อครู่... ธันวา ทันใดนั้น เสียงเคาะกระจกรถจากด้านนอกก็ดังขึ้น "ปัง! ปัง!" ตามมาด้วยใบหน้าถมึงทึงของการ์ดคนหนึ่งที่ก้มมองเข้ามาผ่านกระจกฟิล์มดำ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่สะท้อนแสงไฟนีออน ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกัน ณ ที่นี้ครับ --- "คนมองเมือง"
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%